ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/291319

แนะพ่อแม่ยุคใหม่ใส่ใจโภชนาการลูกน้อย
ทราบหรือไม่ว่า? สมอง มีการทำงานตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดา จนกระทั่งถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุดคือ ช่วงหลังคลอดจนถึง 6 ปีแรก และ “โภชนาการ” คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมให้สมองของเด็กสามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพตามวัย ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ โฟร์โมสต์ จึงได้จับมือกับนักโภชนาการ แนะเทคนิคการเลือกอาหาร พร้อมชวนทำความรู้จักสารอาหารสำคัญ “กรดอะมิโนจำเป็น และโอเมก้า 369” ที่จะช่วยพัฒนาสมองของลูกน้อยให้มีพัฒนาการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
พิมจันทร์ วิมุกตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีสแลนด์ คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการสำรวจทางการตลาดพบว่า ในทุกๆ ปีอัตราการบริโภคนมของคนไทยขยายตัวสูงขึ้น ทั้งในกลุ่มเด็กและกลุ่มผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้โฟร์โมสต์จึงได้มีการคิดค้นสูตรและออกผลิตภัณฑ์นมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำเรื่องสารอาหารจากน้ำนมที่ครบถ้วนและเหมาะสมกับผู้บริโภคในทุกช่วงวัย โดยล่าสุดในโอกาสที่โฟร์โมสต์ ก้าวสู่ปีที่ 60 จึงได้เปิดตัว “โฟร์โมสต์ โอเมก้า 369” ผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มยูเอชทีที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญเพื่อพัฒนาการสมองของลูกน้อย ทั้ง “โอเมก้า 369 (Omega 369)” กรดไขมันจำเป็นชนิดไม่อิ่มตัวที่ช่วยในเรื่องของการสร้างเครือข่ายใยประสาทในสมองของเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางสติปัญญาและสมาธิที่ดี และ “กรดอะมิโนจำเป็น (Amino Acid) ทั้ง 9 ชนิด” ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดของโปรตีนที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที โดยจะช่วยในเรื่องของการควบคุมกลไกภายในร่างกาย ทั้งระบบภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญไขมัน การเติบโตของระบบประสาทและความจำ การทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูก เป็นต้น ให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ
ด้านนักกำหนดอาหารวิชาชีพ แววตา เอกชาวนา นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้ข้อมูลเสริมว่า อย่างที่เราทราบกันอยู่แล้วว่าสมองของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ จนถึง 6 ขวบแรกนั้นเจริญเติบโตรวดเร็วมาก ทั้งขนาดและกระบวนการทำงานของสมอง ซึ่งตั้งแต่ 1-6 ขวบ สมองจะเติบโตถึง 90% และเซลล์ในสมองจะสร้างการเชื่อมโยงเข้าหากันทีละเล็กละน้อย เปรียบเสมือนการวางโครงสร้างอาคาร ที่ค่อยๆ ต่อเติมไปทีละส่วน ฉะนั้นหากสมองเติบโตได้สมบูรณ์ จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างมหาศาล อาทิ เด็กในวัยเพียง 1-6 ขวบนั้น สามารถเรียนรู้ภาษาพร้อมๆ กันได้ถึง 7 ภาษา ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ที่จริงสมองเด็กเรียนรู้ภาษาพูดได้ถึง 5,000 ภาษาเลยทีเดียว
สำหรับสารอาหารที่ช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อยได้ คือ กรดอะมิโนจำเป็น และ โอเมก้า จะช่วยให้สมองของเด็กเติบโตอย่างสมบูรณ์ หลายคนอาจไม่รู้ว่า 2สิ่งที่สำคัญมากในกระบวนการเหล่านี้คือ กรดอะมิโน และโอเมก้า ซึ่งกรดอะมิโนจำเป็น (Amino Acid) ถือเป็นสารสื่อประสาทอย่างหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ซึ่งจะช่วยให้สมองทำงานได้ดี มีความตื่นตัว กระตุ้นการคิด ส่งเสริมการจำและเรียนรู้ กรดอะมิโนเป็นสารตั้งต้นสังเคราะห์โปรตีน หากเด็กขาดกรดอะมิโน จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่ส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งระบบ และสมองจะด้อยคุณภาพลงได้ จากการขาดสารสื่อประสาทสมอง ขณะที่ โอเมก้า 369 (Omega 369) คือไขมันที่ร่างกายขาดไม่ได้ จำเป็นในการบำรุงสมอง เพื่อสร้างการมองเห็น ช่วยให้สายตาดี บำรุงประสาทตา ทำให้สมองมีความจำดีและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าเด็กจะสุขภาพดีได้ทั้งร่างกายและสมอง รวมถึงการมองเห็นและพัฒนาการที่ดี เมื่อร่างกายได้รับกรดอะมิโน และโอเมก้า 369 อย่างเพียงพอ
ทั้งนี้ “นม” นับว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าสำหรับเด็กและคนทุกวัย และเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญมาก มีปริมาณโปรตีนสูงและเป็นโปรตีนคุณภาพดีไม่ด้อยไปกว่าโปรตีนที่ได้รับจาก ไข่ เนื้อสัตว์ และถั่ว นอกจากนี้ ในน้ำนมยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ มากมาย อาทิ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส แลคโตส วิตามินเอ วิตามินบีสอง วิตามินซี น้ำ และเกลือแร่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ โอเมก้า 369 (Omega 369) และกรดอะมิโนจำเป็น (Amino Acid) ซึ่งจากผลวิจัยพบว่าในนมแม่จะมีกรดอะมิโนครบถ้วนต่อเด็กมากที่สุด ตามมาด้วยนมโคและนมแพะ ส่วนนมที่มีโปรตีนน้อยที่สุด คือนมจากพืช
อย่างไรก็ตาม เด็กในวัยกำลังเจริญเติบโตควรรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ ให้ครบทั้ง 5 หมู่ เมื่อเห็นว่าลูกกินได้น้อย คุณพ่อคุณแม่ควรจัดอาหารระหว่างมื้อมาเพิ่ม แต่ต้องไม่บ่อยจนรบกวนอาหารมื้อหลัก และอาหารต้องไม่มีรสชาติหวานจัด เพราะจะทำให้ลูกไม่อยากอาหารได้ อย่าติดสินบนเพื่อให้เด็กยอมกินอาหาร จะทำให้เด็กติดนิสัยและไม่ยอมกินเมื่อไม่มีของมาแลกเปลี่ยน และพยายามอย่าบังคับขู่เข็ญให้เด็กกินอาหาร เพราะจะทำให้รู้สึกไม่ดีต่อการกินและไม่อยากกิน จะกลายเป็นคนกินยากไปแทน
นอกจากโภชนาการที่เหมาะสมแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความใส่ใจ ก็คือกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของสมอง เพื่อกระตุ้นให้สมองทำงานได้ดี และมีประสิทธิภาพ ผ่านทักษะสัมผัส 7 ประเภท ทั้งการสัมผัส การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การลิ้มรสชาติ การเคลื่อนไหว และการทรงตัว ซึ่งนอกจากจะได้ทั้งความสนุก อารมณ์แจ่มใส ร่างกายแข็งแรง พัฒนาสมอง และยังเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีของครอบครัวอีกด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ “โฟร์โมสต์ โอเมก้า 369” ผลิตภัณฑ์น้ำนมพร้อมดื่มยูเอชทีที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญเพื่อพัฒนาการสมองของลูกน้อย สอบถามข้อมูลได้ที่ เฟซบุ๊ค Foremost Family หรือศูนย์ข้อมูลผู้บริโภค โทร.02-6201980
