ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/294838

‘ปันปัน เต็มฟ้า’ เผย’แม่แหวน’ห่วง!!ยังวนเวียนรอบตัวไม่ไปไหน
ในช่วงที่ผ่านมาวงการบันเทิงได้สูญเสียคนบันเทิงที่มีคุณภาพไปหลายคน รวมถึง “แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร” ที่สิ้นใจอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง แม้ตัวจะจากไปแต่แหวนก็ยังได้ทิ้งผลงานที่มีคุณภาพไว้อีกมากมายให้คนรุ่นหลังรวมไปถึงลูกสาวคนสวย“ปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ” ที่ตอนนี้ได้เติบโตเป็นสาวสวยได้คุณแม่มาเต็มๆ ทั้งหน้าตา นิสัยใจคอ และความเก่ง ล่าสุดเพิ่งเรียนจบและเข้ารับปริญญาไปหมาดๆ “เป็นสิ่งที่แม่แหวนภูมิใจมากที่สุด เพราะที่ผ่านมาแม่แหวนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลูกในทุกๆ เรื่อง” ลูกสาวตกไม่ไกลต้นกล่าว
ล่าสุดพร้อมเปิดใจใน “คุยเช้า Show” ทางช่อง One 31 ที่มีพิธีกร พีเค ปิยะวัฒน์, ธัญญ่า ธัญญาเรศ และเอมมี่ อมลวรรณ เป็นพิธีกร ปันปันได้เล่าถึงวินาทีการสูญเสียแม่แหวน ไปจนถึงสิ่งที่แม่แหวนยังห่วงลูก
เป็นยังไงบ้าง หลังจากที่คุณแม่เสียไป 3 เดือนแล้ว ?
“ก็พยายามที่จะปรับตัวทุกๆ ด้าน เพราะช่วงนั้นมันเร็วมาก เราก็เลยพยายามที่จะเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน และปรับตัวทุกๆวัน ค่อยๆ เป็นไป ตอนนี้ก็เหมือนดีขึ้นแล้วค่ะ ช่วงๆแรกๆ อารมณ์เราขึ้นๆลงๆ”
ตอนนี้เรียนจบแล้ว ทำอะไรอยู่ ?
“ตอนนี้ฝึกงานที่เป็นบริษัทลงทุนค่ะ และกำลังจะสมัครงานที่บริษัทลงทุนหลักทรัพย์ค่ะ ตรงกับทางด้านที่เรียนมาค่ะ”
วันที่ไปงานศพคุณแม่ แล้วเราใส่ชุดครุย เรารู้สึกยังไงบ้าง ?
“คุณแม่เสียวันศุกร์ใช่มั้ยคะ แต่เรานัดกับคุณแม่ไว้ว่าจะเอาชุดครุยไปถ่ายที่โรงพยาบาลวันอาทิตย์ คือเรากลัวว่าคุณแม่จะเหนื่อย ไปสู้กับคนที่จุฬาฯ ไม่ไหวในวันรับจริง เพราะเราเห็นคุณแม่ถ่ายกับคุณยาย เราก็อยากได้รูปแบบนั้นมั่ง ที่สำคัญไปกว่านั้น คุณแม่คือคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเรา ตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่จะเป็นคนไปรับไปส่งจนมาเรียนมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”
ตอนที่ใส่ชุดครุย อยู่ข้างๆ รูปคุณแม่ ลำบากใจไหม ?
“ก็ลำบากใจ แต่พยายามมองโลกในแง่ดีค่ะ อย่างน้อยเราก็เรียนจบให้คุณแม่เห็น ถึงแม้เค้าจะไม่ได้อยู่ได้เห็น แต่อย่างน้อยเค้าก็ภูมิใจที่มาส่งลูกถึงฝั่งแล้ว คือคุณแม่เค้าไม่ได้ห่วงเรื่องการเรียนหรือการทำงาน แต่เค้าจะห่วงเรื่องการดูแลตัวเอง เพราะที่ผ่านมา เค้าเลี้ยงแบบประคบประหงมมาโดยตลอด แล้วคุณแม่ก็กลัวว่า ถ้าเราต้องไปเผชิญโลกภายนอกคนเดียว เราจะทำได้มั้ย”
วันที่เสียใจที่สุด คือปันปันเห็นรูป R.I.P. จากเพื่อนๆ ในอินสตาแกรม ?
“คือเราจะไปนอนกับคุณแม่ 3 วัน แล้วจะเปลี่ยนเวรกลับมานอนบ้าน คือวันนั้นเป็นวันที่เราเปลี่ยนเวรกลับมานอนที่บ้าน แล้วแวะซื้อของกิน ตอนนั้นเป็นช่วงเย็น คุณพ่อก็บอกว่า รีบมาด่วนเลยนะ คุณแม่อาการไม่ดี ในใจเราก็คิดว่า คุณแม่คงเสียไปแล้ว แต่ไม่มีใครบอกเรา เราก็รีบไปหาแม่ ในระหว่างที่รถติดเราก็เปิดดูไอจีไล่ดูไป แล้วเห็นรูปคุณแม่เป็นภาพดำขาว เขียนว่า R.I.P. เราเห็นแล้วร้องไห้หนักมากสติหลุดแทบขับรถไม่ได้เลยค่ะ โชคดีที่แฟนทำงานอยู่ใกล้ๆ เราโทรบอกว่าไม่ไหวแล้ว เค้าก็โทรบอกให้เราขับรถไปหาเค้า แล้วเค้าก็ช่วยขับรถไปให้ต่อค่ะ”
จำประโยคที่คุยกับคุณแม่ประโยคสุดท้ายได้ไหม ?
“หลังจากสั่งเสียกันแล้ว ก็ไม่ได้คุยอะไรที่ซีเรียสอีกเลยค่ะ แต่คือก่อนวันที่คุณแม่จะเสีย แล้วเราเปลี่ยนเวรจะกลับบ้าน เราก็ถามคุณแม่ว่า อยากกินอะไร เค้าก็ถามกลับว่า อ้าว จะมาทำไม เราก็บอกว่า ก็มาอยู่เป็นเพื่อนไง คือเราก็จะคุยกันเล่นๆ กัน แต่คือการสั่งเสียก็ได้คุยกันเรียบร้อยแล้ว”
ช่วงไหนของชีวิตที่คิดถึงคุณแม่มากที่สุด ?
“เวลาที่ปันปันออกไปข้างนอก คนจะคิดว่าเราแข็งแรง เราก็จะตั้งใจทำงาน ทำให้มันเป็นปกติ แต่พอเรากลับไปบ้าน ก็จะมีมุมที่หยิบของที่คุณแม่ซื้อให้เอาขึ้นมาดู บางทีจะไปสัมภาษณ์งานเราก็จับรูปคุณแม่ให้เค้าช่วย เหมือนเราก็คิดว่า เราจะทำอะไร เราก็จะนึกถึงเค้าตลอดเวลา ให้เหมือนที่เค้าอยู่กับเรา”
มีความรู้สึกเหมือนคุณแม่แหวนมาหา ?
“มีช่วงหนึ่งที่หลังจากงานศพ เป็นช่วงที่ภาระหน้าที่ทุกอย่างเริ่มตกมาที่เรา เราเครียดมากเลยเพราะกลัวว่าต้องทำไม่ได้แน่ แล้วเหมือนคุณแม่มาในฝัน เป็นภาพที่เราไปเที่ยวฝรั่งเศส เป็นทริปสุดท้ายที่เราไปเที่ยวด้วยกัน เค้าบอกว่าเป็นห่วงเราว่าจะเอายังไงต่อ ไม่อยากให้ขายรถของคุณแม่ ซึ่งคันนี้เป็นคันที่ปันปันเลือกกันกับคุณแม่ สั่งซื้อกว่าจะได้ ใช้เวลานานค่ะ พอได้ปุ๊บคุณแม่ก็ใช้มาตลอด เราก็ขับด้วยกัน ในตอนแรกหลังที่คุณแม่เสีย เราคิดที่จะขาย เพราะคุณพ่อบอกว่า ปันปันไม่ได้มีเงินเดือนเป็นแสน คุณพ่อบอกว่า ภาระอะไรที่เราตัดได้ เราตัดไปก่อนแล้วกัน เค้าไม่อยากให้ลูกลำบาก ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่อยากขายเพราะมันมีคุณค่าทางใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ขายค่ะ”
ตอนนี้ทุกอย่าง ทั้งเรื่องงาน ภาระหน้าที่ เรื่องเงินเป็นหน้าที่ของปันปันหมดเลยเหรอ ?
“ใช่ค่ะ ก็เป็นเราที่ต้องคอยดูและบริหารไปด้วย เพราะเมื่อก่อนเราก็เหมือนเด็กคนหนึ่ง ที่อยากได้อะไรก็ขอคุณแม่ พอมาบริหารเองก็ต้องใช้เงินน้อยจริงๆ ดูอะไรที่สำคัญไม่สำคัญ”
ดูแลคุณพ่อยังไง ?
“เราก็จะพยายามมองโลกในแง่ดี ไม่ไปติดอยู่กับอดีตค่ะ จะก้าวไปข้างหน้า กับคุณพ่อเราก็ต้องเข้าใจท่าน ท่านอยู่กับคุณแม่มานานตั้งแต่แม่เรียนจบจุฬาฯ มีความผูกพันที่ลึกซึ้งมากจริงๆ เราก็ต้องพาท่านไปทานข้าว หากิจกรรมอะไรทำ ที่จะกลับสู่จุดเดิมได้ค่ะ ตอนนี้เราก็ซื้อลูกหมามาให้คุณพ่อแล้ว เค้าจะได้มีเพื่อนค่ะ”
แฟนให้กำลังใจยังไง ?
“เค้าช่วยเราเยอ ะมากค่ะ อยู่กับเราช่วงที่เราลำบากมากที่สุด เค้าเหมือนเป็นเพื่อนสนิทที่คอยซัพพอร์ตเราตอนที่เราล้มลง ดีที่เค้าเข้ามาช่วยตรงนั้น และไม่เคยทิ้งเราเลยค่ะ เรารู้จักกันมาตั้งแต่ปันปันอยู่ปี3 แล้วเราไปเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา เลยได้เจอกันค่ะ ตอนช่วงที่เริ่มรู้จักและสนิทกัน คุณแม่ก็บินไปเยี่ยนปันปันที่อเมริกา เพราะเค้าคิดถึง เราก็พาไปรู้จักไปทานข้าวด้วยกัน จากนั้นก็เจอกันตลอด จนกลับมาเมืองไทย คุณแม่พูดว่าเค้าเป็นคนจิตใจดี ซึ่งเค้าก็บอกว่า คนที่จิตใจดี เข้ากับเราได้ง่าย มันหายาก ก็เลยให้ดูกันไป”
เห็นพูดทิ้งท้ายว่า ยังไงก็จะไม่เปลี่ยนแล้ว แฟนคนนี้เป็นคนสุดท้าย?
“ก็ถ้าเป็นไปได้ค่ะ เพราะตอนที่คุณแม่ยังอยู่ เค้าก็จะคอยดูตลอดค่ะ มีปัญหาอะไรเราก็จะคอยมาปรึกษาคุณแม่ตลอด คุณแม่ก็บอกว่า เค้าเป็นคนที่ใช้ได้ เป็นคนที่ดีคนนึงเลย”
เราเริ่มมองเห็นอนาคตกับแฟนคนนี้รึยัง ?
“ความจริงไม่อยากคาดหวังอะไรมาก แต่ว่าเค้าเป็นคนที่ระยะยาวก็น่าจะดี เพราะเป็นคนที่จิตใจดี นิสัยก็เป็นคนที่ทางเดียวกันได้ค่ะ คุยกันได้ทุกเรื่องค่ะ”
