‘อาจารย์สันทัด ตัณฑนันทน์’ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘วันทรงดนตรี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/293630

‘อาจารย์สันทัด ตัณฑนันทน์’ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘วันทรงดนตรี’

‘อาจารย์สันทัด ตัณฑนันทน์’ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘วันทรงดนตรี’

วันเสาร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วันที่ 20 กันยายน ของทุกปี ชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นวันที่ระลึก “วันทรงดนตรี” ทางรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 พิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” ได้พาไปพูดคุยกับ “อาจารย์สันทัด ตัณฑนันทน์” อดีตหัวหน้าวงดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาฯ ถึงการได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ระลึก “วันทรงดนตรี” และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อนิสิตจุฬาฯ

อาจารย์สันทัด ตัณฑนันทน์ เล่าว่า “ในปี 2500 ปีนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มาพระราชทานปริญญาบัตรเพียงพระองค์เดียว สมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่ได้โดยเสด็จฯ ด้วย เพราะตอนนั้นทรงพระครรภ์ แล้วก็กำลังจะมีพระประสูติกาล ซึ่งเมื่อพระราชทานปริญญาบัตรเสร็จแล้ว ทรงมีรับสั่งกับบัณฑิตทั้งหลายว่า “วันนี้จะขอไม่อยู่นาน ขอรีบกลับ เพราะว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ จะทรงมีพระประสูติกาล แล้วพระองค์ท่านก็ได้เสด็จฯกลับไป”

ก็ปรากฏว่าในคืนนั้นเอง รู้สึกจะตอนประมาณหัวค่ำ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ก็ทรงมีพระประสูติกาล แล้วเรามาทราบกันทีหลังว่า พระราชทานพระนาม พระราชธิดาองค์เล็กนี้ว่า จุฬาภรณ์ ก็คงเพราะทรงมีพระราชสมภพในวันที่เสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรปลายเดือนนั้นพวกเราชาวจุฬาฯ นำโดย ประสิทธิ์ ณรงค์เดช เป็นนายก สจม. ก็นำนิสิตไปที่สวนอัมพร เขาได้มีการกราบบังคมทูลให้ทรงทราบแล้ว ก็เข้าไปเพื่อถวายพระพร

ตอนนั้นพระองค์ท่านยังประทับอยู่ที่พระราชวังสวนอัมพร แล้วก็ทรงมีวงดนตรี ที่ตอนนั้นเขาเรียกวงดนตรี อส. อยู่แล้ว จะทรงออกอากาศในทุกวันศุกร์ เราก็ได้ไปเข้าเฝ้าฯ วันศุกร์พอดี พระองค์ท่านก็ทรงนำวงดนตรีลงมาเล่นสดๆ ให้เราได้ฟังกันที่สถานีสวนอัมพร นั่นก็เป็นครั้งแรกที่เราได้ไปเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร วันนั้นผมยังจำได้ คือก็ไม่ได้ทั้งหมดนะครับ พระองค์ท่านทรงมีรับสั่งเป็นใจความว่า “ขอบใจมาก ที่มาอวยพรให้กับลูกสาว ลูกสาวคนนี้โชคดีที่มีพี่ๆมาอวยพร”

หลังจากนั้นมาเมื่อได้ฟังดนตรี รายละเอียดก็มักจะเขียนอยู่ในสูจิบัตร ของวันที่ 20 กันยายน ทุกปี รุ่งขึ้นอีกปีหนึ่ง ปี 2501 พระองค์ท่านได้ย้ายสถานีกระจายเสียงอส. จากพระราชวังสวนอัมพร ไปอยู่ที่พระราชวังจิตรลดา และในปีนั้นเมื่อห้องส่งกว้างใหญ่ขึ้น ก็ให้วงดนตรีของสถาบันต่างๆ ได้เข้าไปบรรเลง ผลัดกันไปบรรเลงทุกวันศุกร์ ของเราวงดนตรี เรียกว่า วงดนตรี สจม. ก็ได้เข้าไปวันศุกร์หนึ่ง แล้วพระองค์ท่านก็จะทรงดนตรีวันศุกร์วงอส. ต่อจากที่พวกสถาบันต่างๆ เล่นเรียบร้อยแล้ว

วันนั้นพอเราเล่นเสร็จ เราก็มาตั้งแถวรับเสด็จฯ ซึ่งเราก็เลยได้ทราบว่าพระองค์ท่านทรงงานอยู่ข้างบนนี่เอง พระองค์ท่านทรงงานเสร็จ ก็เสด็จฯ ลงมา แล้วก็เสด็จฯ ผ่านให้พวกเราได้เข้าเฝ้าฯ ขณะที่พวกเราเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านก็ทรงมีรับสั่งว่า “วันนี้ถ้าเผื่อไม่มีธุระอะไรจะรีบกลับ อยู่เล่นดนตรีด้วยกันก่อนนะ”

วันนั้นทานอาหารที่พระราชทานเลี้ยง เสร็จแล้ว เราก็เข้าไปเอาเครื่อง ตามเสด็จฯเข้าไปเพื่อเล่นดนตรี คือ ที่พระองค์ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พวกเราเข้าไปเล่น เพราะนักดนตรีของพระองค์ท่านจากวงลายครามมา อายุก็มาก ที่เรียกว่าวงดนตรีบิ๊กแบรนด์วงใหญ่ มันไม่เต็มวง แต่ว่าโน้ตเพลงของพระองค์ท่านบางทีท่านก็ซื้อมาจากต่างประเทศ มันก็เต็มวง ก็เลยวันนั้นพวกเราเข้าไปเสริมให้เต็มวง

ทีนี้พอเล่นเสร็จ ที่ไม่นึกไม่ฝันคือ เรากำลังจะถวายบังคมลา พระองค์ท่านก็ทรงมีรับสั่งว่า วันพุธหน้าจะไปเล่นดนตรีที่จุฬาฯ แล้วเล่นด้วยกันอีกนะ พวกเราก็งง แต่ก็ดีใจกันมากที่ทรงมีรับสั่งแบบนั้น

ตอนนั้นจุฬาฯ เรายังเรียนวันเสาร์อยู่ครึ่งวัน รุ่งขึ้นวันเสาร์มาเรียน ผมก็เลยมาเรียนให้ อาจารย์หม่อมราชวงศ์แหลมฉาน ซึ่งตอนนั้นเราเรียกตำแหน่งบรรณยาเวช ปัจจุบันนี้ถ้าเทียบก็คือ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ก็เรียนท่านตามที่ทรงมีรับสั่งมา บังเอิญตอนนั้นผมเรียนอยู่คณะสถาปัตย์ ท่านก็เป็นอาจารย์ผมที่คณะสถาปัตย์ ท่านก็บอกว่าไม่ต้องวิตก ไปจัดการเรื่องดนตรี นอกนั้นท่านอาจารย์ จะจัดการเอง

จากนั้นก็เรียกประชุมคณะกรรมการสจม. รวมทั้งประธานเชียร์ของทุกคณะ เพื่อที่จะบอกกล่าวให้ทราบเรื่องงาน แล้วก็เตรียมการเฝ้าฯรับเสด็จ

เมื่อทุกคนทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จะเสด็จพระราชดำเนินมาครั้งแรกที่พระราชทานดนตรีให้กับชาวจุฬาฯวันนั้นรู้สึกว่า ก็สั่งหยุดเลิกเรียนตั้งแต่บ่าย ทีนี้พวกพี่รุ่นเก่ารู้แกวก็เข้ามาจองในหอประชุม พวกเฟรชชี่น้องใหม่ อาจารย์ให้ไปเฝ้าฯรับเสด็จ ก็ไปตั้งแถวสองข้างทางตั้งแต่ปากประตู แล้วก็มาทางถนนที่ผ่านคณะสถาปัตย์ จนกระทั่งมาถึงหอประชุมใหญ่ จนถึงเวลาที่พระองค์ท่านเสด็จฯมา พวกน้องๆ ตามเสด็จฯเข้ามาก็นั่งอยู่หน้าเวทีกันเลย

วันที่เสด็จฯ มาทรงดนตรี ทรงเป็นกันเองกับนิสิตอย่างหาที่สุดมิได้ พอเสวยพระสุธารสเสร็จ ก็เสด็จฯ มาที่เวที ประทับพระอริยาบถ คำแรกที่ทรงมีรับสั่งคือ “ปีที่แล้วพวกท่านไปเยี่ยมข้าพเจ้าถึงบ้าน วันนี้ข้าพเจ้าถือโอกาสมาเยี่ยมพวกท่านบ้าง พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินี คราวที่แล้วไม่อยู่ นี่เป็นความประทับใจอย่างมาก”

พูดกันง่ายๆ ว่า อะไรที่จะสนุกสนานได้ เช่นว่าสมัยหนึ่งถนนหน้าจุฬาฯ เรากำลังซ่อมแซมทำ ซึ่งเมื่อก่อนหน้าจุฬาฯ เป็นคลองนะ ตั้งแต่สามย่านไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัย แล้วมาถมคลองเพื่อจะทำเป็นถนน ถนนกำลังทำ ก็ขรุขระ พระองค์ท่านก็ทรงมีรับสั่งว่า เดี๋ยวเลิกแล้วกลับไป ระวังอย่าเดินตกถนนหรือว่าบางครั้งก็เป็นงานเพื่อสมทบทุนมูลนิธิอนันทมหิดล ก็มีนิสิตเดินถือพานเดินรับบริจาคไปทั่ว พระองค์ท่านก็ทรงมีรับสั่งว่า “บริจาคแล้วก็เก็บๆไว้บ้างนะ เดี๋ยวจะไม่มีตังค์กลับบ้าน นิดๆ หน่อยๆผู้ชมก็ได้หัวเราะกันตลอดเวลา”

นอกจากนี้ พระบรมศานุวงศ์ทุกพระองค์ ถ้าช่วงนั้นประทับอยู่ในเมืองไทย ก็จะเสด็จฯ มาร่วมงานด้วย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ก็ทรงร้องเพลง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ก็ได้ทรงแซกโซโฟน สมเด็จพระเทพรัตนฯ ก็เคยทรงเพลงไทยดำรำพัน ซึ่งตอนนั้นกำลังนิยมกันมาก เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงแสดงอิเล็กโทน”

Leave a comment