BFS ปลุกสีสันของฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2017 อวดโฉมผลงานการดีไซน์จาก 10 แบรนด์ไทยชั้นนำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/293008

BFS ปลุกสีสันของฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2017 อวดโฉมผลงานการดีไซน์จาก 10 แบรนด์ไทยชั้นนำ

BFS ปลุกสีสันของฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2017 อวดโฉมผลงานการดีไซน์จาก 10 แบรนด์ไทยชั้นนำ

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เหล่าดีไซเนอร์จาก 10 แบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทย นำโดย พลพัฒน์ อัศวะประภา

ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านแฟชั่นของไทยกันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 กับ “สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ” หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) จากความร่วมมือของเหล่าสมาชิกแบรนด์แฟชั่นไทยแถวหน้าที่ได้สร้างสรรค์ กำหนดและโชว์ทิศทางแฟชั่น ถ่ายทอดเป็นผลงานคุณภาพประดับวงการแฟชั่นไทยและผลักดันให้อุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลเช่นกันกับซีซั่นนี้ ที่ทางสมาคมได้ปลุกฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์2017 จัดแฟชั่นโชว์อวดโฉมผลงานการดีไซน์ล่าสุดให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้อัพเดทเทรนด์พร้อมกันอย่างใกล้ชิด ที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ บริเวณโซนคิวเรเตอร์ชั้น 2 เมื่อเร็วๆ นี้

โดยในปีนี้ได้มีการจัดโชว์ คอลเลคชั่นจาก 10 แบรนด์ไทยชั้นนำ จากความร่วมมือของเหล่าดีไซเนอร์แถวหน้า ได้แก่ พลพัฒน์ อัศวะประภา
จากแบรนด์ “อาซาว่า” (ASAVA) และ “เอ เอส วี”(ASV), ภาณุ อิงคะวัต จากแบรนด์ “เกรฮาวด์ ออริจินอล” (GREYHOUND ORIGINAL), ภูภวิศกฤตพลนารา จากแบรนด์ “อิชชู่” (ISSUE),มลลิกา เรืองกฤตยา จากแบรนด์ “คลอเส็ท” (Kloset), มิลิน ยุวจรัสกุล จากแบรนด์ “มิลิน”(MILIN), นัทธนุช วงศ์พัวพันธ์ จากแบรนด์ “ตุ๊ดตี้แอนด์ ตุ๊ดตี้ฟรุตตี้” (TUTTI & TUTTI FRUTTI),อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ จากแบรนด์ “วิคธีร์รัฐ”(VICKTEERUT), ปฏิญญา เกี่ยวข้อง จากแบรนด์“ปฏิญญา” (PATINYA) และ ธนาวุฒิ ธนสารวิมล จากแบรนด์ “ที แอนด์ ที” (T AND T)

พลพัฒน์ อัศวะประภา ในฐานะนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ กล่าวถึงจุดประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า สำหรับในฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2017 นี้ ทาง “สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ”หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) ได้นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ที่แต่ละแบรนด์ต่างก็มีผลงานการออกแบบที่ความโดดเด่นเฉพาะตัว หากแต่ยังอยู่ภายใต้ทิศทางที่สอดคล้องกันอยู่ โดยสามารถจัดเป็นหมวดหมู่แบ่งออกเป็น 3 เทรนด์หลัก ดังนี้

เฟมินิสโต้ (Feministo) การดึงเอาเสน่ห์และความอ่อนโยนของผู้หญิงมาแต่งแต้มดีเทลและซิลลูเอทที่มีความงดงามผ่านลูกเล่นที่มีความประณีตละเอียดอ่อน สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของหญิงสาวที่อ่อนหวานได้อย่างลงตัว

ออพโพสิท แอทแทรคชั่น (Opposite Atrrction) ความขัดแย้งที่ลงตัวได้ถูกนำมาเป็นไอเดียหลักในการเลือกใช้โทนสีการออกแบบลายพิมพ์รวมถึงการเลือกใช้วัสดุในการตัดเย็บเพื่อนำเสนอเสน่ห์ของการมิกซ์แอนด์แมทช์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของแต่ละแบรนด์

คัลเชอร์ลิซึ่ม (Culturism) แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมที่หลากหลายที่เหล่าบรรดาดีไซเนอร์ได้เดินทางไปสัมผัส โดยมุมมองทางวัฒนธรรมตลอดจนความแตกต่างของแต่ละที่ได้ถูกนำมาเป็นดีเทลในการรังสรรค์เสื้อผ้าประจำซีซั่นนี้ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ทั้งยังร่วมสมัย

นอกจาก 3 เทรนด์หลักในซีซั่นนี้แล้ว“สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ” ยังเผยเทรนด์ถึงโครงร่างของเสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาลนี้แบ่งออกเป็น 3 เทรนด์ด้วยกัน ได้แก่ อีลองเกท (Elongate) ความยาวของเสื้อผ้าไม่ว่าจะปรากฏอยู่บนเดรสเสื้อตัวบนหรือกระโปรงท่อนล่างยังคงสร้างความงดงามอย่างคลาสสิกได้ดีเสมอ โอเวอร์ไซส์ (Oversize) โครงร่างของชุดหรือดีเทลการจับเดรปของแขนเสื้อให้มีขนาดใหญ่ เพื่อนำเสนอความโดดเด่นของเสื้อผ้า เพิ่มความสนุกให้การแต่งตัวได้อย่างไม่รู้จบ แฟล์ (Flared) ความบานของเสื้อ, กระโปรง และขากางเกงถูกนำมาใช้ในซีซั่นนี้เพื่อสร้างลุคแปลกใหม่ที่พลิ้วไหวที่โดดเด่นยิ่งขึ้น

สำหรับผู้หญิงที่ต้องการแต่งตัวให้โดดเด่นสำหรับฤดูกาลนี้  มลลิกา เรืองกฤตยา จากแบรนด์“คลอเส็ท” ได้ให้คำแนะนำในการแต่งกายว่า“ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอายความเป็นจีนหรือโอเรียนทอลมาผสมผสานด้วย เช่น เสื้อคอจีน เสื้อลายจีนปิ่นปักผม ต่างหูพัด กระเป๋าจีนๆ คล้องไปกับเทรนด์โลกที่มีความขัดแย้ง คือการแต่งตัวแบบผิดๆ แต่ลงตัว เช่น การใส่กางเกงวอร์มกับรองเท้าส้นสูง กางเกงวอร์มกับเสื้อชีฟองเดรสมีวอลลุ่มกับรองเท้าผ้าใบเชื่อวาถ้าลองคิดให้นอกกรอบออกมาจากคอมฟอร์ตโซนสักครั้งหนึ่งแล้วจะมั่นใจกับครั้งต่อๆ ไป”

ด้าน วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ จาก “เกรฮาวด์ออริจินอล” ก็ได้เผยถึงเคล็ดลับการแต่งตัวของผู้ชายให้ดูดี “ตอนนี้แฟชั่นเป็นเรื่องของสตรีทสปอร์ต หรือไอเท็มง่ายๆ ที่ใส่กับรองเท้าผ้าใบก็โดดเด่น อย่างกางเกงสแลคขาเต่อนิดๆ บอมเบอร์แจ๊กเกต หรือแจ๊กเกตตัวยาวหน่อย มีลายกราฟิกเข้ามาแจมให้ดูน่าสนใจการใส่ชุดโอเวอร์ไซส์ก็ช่วยเสริมให้ลุคมีความเท่ มีโครงสร้างที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งมิติของการทำเสื้อผ้าที่จะสามารถช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยแต่ที่สำคัญคนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันสนับสนุนเพื่อสร้างกระแสนิยมให้ดีไซเนอร์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

Leave a comment