คุยกับสองนิสิตจุฬาฯ อนาคตของชาติ ‘กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ’ และ ‘รติพร ทรงพันธุ์คชสาร’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294914

คุยกับสองนิสิตจุฬาฯ อนาคตของชาติ ‘กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ’ และ ‘รติพร ทรงพันธุ์คชสาร’

คุยกับสองนิสิตจุฬาฯ อนาคตของชาติ ‘กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ’ และ ‘รติพร ทรงพันธุ์คชสาร’

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นปัญญาชนคนรุ่นใหม่ ที่หลายๆ คนอาจจะปรามาสเขาบ้าง ชื่นชมเขาบ้าง เขามีมุมมองอย่างไรกับสังคมไทย แล้วเขาจะมีความรับผิดชอบอย่างไรกับสังคมไทยในอนาคต ทางรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยกับ “กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ” และ “รติพร ทรงพันธุ์คชสาร”2 นิสิตนักกิจกรรมตัวยง จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ดิฉันเป็นนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สำหรับเรื่องที่ว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่เหมือนคนรุ่นเก่า เด็กรุ่นใหม่เป็นพวกไม่เอาจริงยิ่งพอบอกว่าเป็นนิสิตจุฬาฯ ด้วย คนจะมองว่าเด็กจุฬาฯเหรอ อ่านหนังสือเป็นอย่างเดียว เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ถามว่าเคยได้ยินคำเหล่านี้กระทบมาถึงเราบ้างไหม จริงๆ เราก็เจอมาว่าเนี่ยเด็กจุฬาฯ ก็คือ มาถึงก็มาเรียนแต่ว่าจริงๆ แล้วในตัวของดิฉัน และก็คุณกล้าเกิด เราเป็นคนที่ทำกิจกรรม ทั้งกิจกรรมที่ทำในคณะเอง กิจกรรมภายในคณะ และก็ยังมีกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยจัดเราก็ไปร่วมด้วยตลอด

กิจกรรมที่ทำ ถ้าเป็นกิจกรรมภายในคณะเรา ก็มีตั้งแต่ค่ายแนะแนวการศึกษา ให้กับน้องๆ ม.ปลาย รวมไปถึงการจัดนิทรรศการวิชาการทางวิศวกรรม หรือที่เรียกว่านิทัศน์ ครั้งที่ 17 เรา 2 คน ก็ได้ร่วมทำด้วย มีทั้งการจัดเสวนา การจัดนิทรรศการตามเทรนด์ต่างๆ ของโลกในปัจจุบันด้วยค่ะ”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ผมเป็นนิสิตชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมศาสตร์ ความเป็นนิสิตจุฬาฯ คนมักจะมองว่า เด็กจุฬาฯก็แค่อ่านหนังสือเก่ง แต่จะทำอะไรกับสังคมมากๆ เขาคงไม่อยากทำ อยากใช้เวลาอ่านหนังสือเพื่อจะให้มีงานดีๆ ทำ ถามว่าเวลาได้ยินคำแบบนี้เรามีข้อชี้แจงอย่างไรกับสังคม ก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันเรียกว่าเป็นแรงผลักดันมากกว่านะ เพราะว่าพอเราได้ยินคำพูดแบบนี้ เราก็รู้สึกว่า สิ่งที่เราทำทุกวันนี้อาจจะยังดีไม่พอต้องทำให้ดียิ่งขึ้นหนักกว่าเดิมนะครับ ซึ่งทำทุกวันนี้ก็มีกิจกรรมเยอะแยะมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นค่ายต่างๆ เป็นค่ายสอน ค่ายไปทางขึ้นเขา ค่ายทางชนบท ซึ่งจุดนี้คือจุดที่คิดว่าเป็นจุดที่นิสิตทุกคนก็ให้ความสนใจมากมาย อย่างเช่น ค่ายวิศวกรฮิต”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ใช่ค่ะ วิศวกรฮอตฮิต อันนี้ก็คือว่าสามารถลบคำปรามาสได้เลย ว่าเราเป็นเด็กที่อยู่แต่ในเมือง ไม่สนใจหรอกว่าโลกใบนี้จะเป็นอย่างไร รักแต่ความสะดวกสบาย ในค่ายนี้นะคะก็คือ ให้เราได้ไปทดลองใช้ชีวิตในชนบทเลยค่ะ แบบทุรกันดารเลย กินอยู่เหมือนกับชนชั้นแรงงานชาวบ้านทั่วๆ ไป แล้วก็ไปทำงาน อาจจะมีการก่อสร้าง สร้างสะพาน หรือว่าสร้างฝาย”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ล่าสุดเราไปที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการสร้างฝายให้ชาวบ้านนั่นเองครับ”

กับคำถามที่ว่า นิสิตจุฬาฯ ในแต่ละชั้นปี ที่เราได้คลุกคลีอยู่ มีสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่ออกไปทำค่าย กับกี่เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ไปไหนเลย ขออยู่อ่านหนังสือ

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ถ้าถามผมนะ รู้สึกว่า 50-50 นะครับ จริงๆ ก็เยอะนะครับ แต่ว่ากระจัดกระจายตามงานต่างๆ ไป ตามความชอบของแต่ละคน”

l ในฐานะของคนที่ถูกเพ่งตามอง เราจะทำอย่างไรให้เขาเห็นงานของเรา ดีกว่าการไปแก้ภาพ แล้วเรามีวิธีการคิดอย่างไร

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ถ้าถามผมๆ ก็รู้สึกว่า การกระทำออกไปมันชัดเจนที่สุดแล้ว ถ้าเรามีการประชาสัมพันธ์ มีการชี้แจง การบอกประชาชนว่าเราทำอะไรบ้าง ทำให้ประชาชนเข้าใจเรามากยิ่งขึ้นแล้ว เน้นทำมากกว่าพูดดีกว่า”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ใช่ค่ะ จริงๆ แล้ว เราก็ได้มีการทำไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการทำค่าย หรือว่าการทำนิทรรศการเพื่อสื่อสารด้านวิชาการให้กับประชาชนทั่วไปได้รับทราบ แต่ว่าปัจจุบันมันอาจจะไม่ได้มีการพีอาร์ออกไปมากนัก แต่ว่าจริงๆ แล้วเราก็ทำอยู่แล้ว เราก็เชื่อมั่นว่า การทำดีก็มีผลแน่นอน”

l ขณะที่แต่ละคนก็จะมองว่าในจุฬาฯ นี่ส่วนใหญ่เด็กทุกคนจะฐานะดี เป็นลูกคนรวย คุณหนู ถามว่าจริงๆ เป็นอย่างนั้นไหม

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะคะ แล้วก็ในตัวจุฬาฯ เองไม่ว่าจะเป็นคนที่ฐานะที่สูงมากไปหน่อย หรือว่าปานกลางหรือว่าจะด้อยกว่าเพื่อน เราก็ไม่ได้มีการแบ่งชนชั้นกันว่าอันนี้เราไม่คบนะ อะไรอย่างนี้ นอกจากนั้น การมาเรียนที่จุฬาฯไม่มีคำว่าไม่มีเงินแล้วไม่ได้เรียน เพราะว่าจุฬาฯ มีทุนการศึกษาให้มากมาย ทั้งเป็นทุนอุดหนุนการศึกษาที่จะเป็นทุนจ่ายค่าเทอม แล้วก็ยังมีการสนับสนุนในการใช้ชีวิตในการเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ”

l ในจุฬาฯ เองอาจจะมีเรื่องที่มันดูสีเทาๆ บ้าง หรือว่าพูดง่ายๆ คือเรื่องทุจริต แล้วนิสิตเคยเข้าไปพยายามจับเรื่องเหล่านี้ไหม

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ในเรื่องของการศึกษาที่ว่า ถ้าเกิดถามว่าจบง่ายไหม จริงๆ แล้วจุฬาฯ จบยากนะคะ มีวิธีการคัดเลือก การสอบไล่แต่ละครั้ง ก็คือว่าเราจะต้องสอบผ่าน จะสอบผ่านไม่ผ่าน ก็คืออยู่ตามเนื้อผ้าเลยค่ะ เป็นการเก็บคะแนน มีคะแนนเป็นตัวจับต้อง”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ก็จะมีคำพูดที่ว่า สอบเข้าง่ายสุดแล้วในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะว่าปีหนึ่งก็สอบเหมือนสอบแอดมิชชั่น 4 ครั้งเลย เอาเรื่องพอสมควรครับ”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “อีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องการใช้จ่าย เหมือนพวกเราเป็นคนที่ทำกิจกรรม ก็จะไปยุ่งในส่วนนี้หน่อย ก็คือ ทางคณะวิศวะเองก็จะค่อนข้างเข้มงวด การที่จะซื้อหรือว่าใช้จ่ายอะไรก็จะต้องมีการตรวจสอบที่ชัดเจนค่ะ”

l ในฐานะที่อีกไม่นานก็จะเป็นบัณฑิต แล้วก็ต้องไปทำงาน หาเงินให้ตัวเอง แล้วก็รับใช้ชาติด้วย แต่ในฐานะที่ยังเป็นนิสิตปัจจุบัน ถามว่าเรามองปัญหาสังคมอย่างไรบ้าง

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ก็คิดว่าเรื่องของการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่มาก อย่างผมเคยไปร่วมกิจกรรมค่ายสอนก็หลายที่อยู่ ก็พบว่าในส่วนของโรงเรียนชนบท เขาขาดโอกาสจริงๆ นิสิต นักศึกษาหรือว่านักเรียนบางคนเก่ง มีความสามารถ แต่ว่าขาดโอกาสที่จะเข้ามาสร้างผลงานต่างๆ ขึ้นมา ส่วนนี้ถ้าเกิดเรามีโอกาสที่จะแก้ไข ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้ชนบทของเราเจริญมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “นอกจากนี้ คณะวิศวะเอง ก็ยังได้สอนนิสิตปัจจุบันให้ดูแบบอย่างของรุ่นพี่ในเรื่องของการตอบแทนสังคม ก็คือไม่ได้เล็งผลว่าเราจะต้องเป็นซีอีโอบริษัทใหญ่ๆ แล้วก็จะต้องทำประโยชน์ให้กับตัวเองอย่างเดียว เขาก็ยังสอนว่าการที่จะจบออกไปแล้ว เราจะต้องกลับมาตอบแทนตัวสังคมเองด้วย ปัจจุบันก็มีรุ่นพี่มากมายนะคะ ก็รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมอยู่ในปัจจุบัน แล้วพวกเราก็ยังมีปณิธาน เหมือนหนูเองก็คิดว่าถ้าเรียนจบไปแล้ว มีรายได้เป็นของตัวเอง สามารถสร้างตัวเองได้แล้ว ก็คิดว่าอยากจะตอบแทนสังคม เพราะว่าที่เราเรียนอยู่ที่จุฬาฯ นี้ก็คือว่า ก็คือเกิดมาจากเงินของประชาชน ดังนั้นการตอบแทนสังคม ก็คือตอบโจทย์ที่สุดแล้วค่ะ”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “เหมือนคำกล่าวที่ว่า เกียรติภูมิจุฬาฯ รับใช้ประชาชนนั่นเอง”

l ปกติแล้วตั้งแต่มาเป็นนิสิต พิธีที่คนจุฬาฯ ทำกันมาระยะหนึ่ง ตอนรุ่นพี่สมัยก่อนเนื่องจากยังไม่มีพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล ก็ยังไม่มีพิธีมากนัก แต่เราก็จะไปทำที่ลานพระบรมรูป ที่พระราชวังดุสิต ถามว่าเรา 2 คน มองอย่างไรกับการที่บางคนบอกว่า การหมอบกราบถวายบังคมเป็นเรื่องล้าสมัย ในฐานะที่เราอยู่ในยุคนี้ด้วย เรามองตรงนี้อย่างไร

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “จริงๆ แล้วพระบรมรูปสองรัชกาลเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวจุฬาฯ นะคะ อาจจะไม่ได้ 100% แต่คาดว่าคนส่วนใหญ่ก็คงเป็นที่ยึดเหนี่ยว แล้วก็การที่มาถวายบังคม หรือว่าการมาหมอบกราบสักการะนี้ คิดว่า น่าจะทำด้วยความศรัทธาที่มีอยู่ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งตรงนี้ต้องขอชี้แจงให้ทราบว่า กิจกรรมที่เราได้มีการถวายบังคม ไม่ได้เป็นกิจกรรมที่บังคับ นิสิตใหม่สามารถเลือกได้ว่าตัวเองจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมค่ะ ไม่มีผลต่อคะแนน”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “เป็นความตั้งใจจริงที่อยากจะเข้าร่วมอยู่แล้ว”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ได้ร่วมในกิจกรรม ก็รู้สึกว่าภาคภูมิใจ เป็นความภูมิใจในชีวิตว่า ครั้งหนึ่งเราได้มาเป็นนิสิตที่นี่ แล้วก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีการ”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ก็อยากจะชี้แจงในเรื่องของพิธีถวายบังคมพระบรมรูปสองรัชกาลว่า ก็อยากให้ติดตามข้อมูลอย่างรอบด้าน มีทั้งในเรื่องของแถลงการณ์จากจุฬาฯ เองด้วย มีทั้งในเรื่องของประมวลภาพกิจกรรม ทางผู้ชมได้กรุณาได้โปรดดูอย่างรอบด้านด้วย อย่าเพิ่งศรัทธาโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ก็คือว่ารับรู้ข้อมูลในทุกๆ ด้าน บางครั้งการที่ข้อมูลออกไป แล้วเราโฟกัสแค่บางด้าน มันก็อาจจะได้เป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดการบิดเบือนได้ง่ายค่ะ”

l ถามว่าในฐานะที่เรายังอยู่ในจุฬาฯ แล้วก็เป็นคนร่วมในประวัติศาสตร์ของจุฬาฯ ในวันนี้ เวลามีคนให้ข้อมูลที่ไม่ตรง คนจุฬาฯ ส่วนใหญ่หรือว่าประชาคมจุฬาฯ ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสิต เท่าที่ได้สัมผัสถามว่าเขามีปฏิกิริยาเรื่องนี้อย่างไรกันบ้าง

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ก็เห็นจากคอมเม้นต์ตามโพสต์ต่างๆ ในทางเฟซบุ๊ค ก็เห็นว่าได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงหลายเรื่องอยู่ จากนิสิตโดยตรงเองนะครับ”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “จริงๆ แล้วพอมีแถลงการณ์จากทางจุฬาฯ เอง แล้วก็มันตรงไปตามความเป็นจริง เราก็ยึดถือในแนวนั้น แล้วเราก็เชื่อว่าอีกด้านหนึ่งที่ต้องการจะบิดเบือน เขาก็พยายามใช้กระแสสังคม หรือว่าพื้นที่สื่อต่างๆ พยายามเล่นอยู่แล้ว”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “คนที่ตอบได้ดีสุด ก็คือตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมเอง”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

Leave a comment