ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/294900

บี มาย เกสท์ : สินีนารถ เองตระกูล คิดบวก สร้างพลัง มุ่งสู่ความสำเร็จที่ไม่สิ้นสุด
เป็น Working Woman ร่างเล็กแต่พลังเกินตัว สำหรับ ปุ๊กกี้-สินีนารถ เองตระกูล ที่วันนี้เราอาจจะคุ้นชินกับบทบาทการเป็นผู้บริหารธุรกิจสถาบันความงามระดับแนวหน้าของเมืองไทยอย่าง “บีบี คลินิก” แต่ในความเป็นจริงยังมีอีกหลากหลายธุรกิจในเครือ SE-BIZ ถึงแม้งานจะยุ่งแค่ไหนบทบาทหน้าที่ของการเป็นภรรยา และ แม่ของลูกชายสองคน เธอก็ยังทำได้ดีไม่แพ้กัน เคล็ดลับความสำเร็จทั้งในเรื่องงานและชีวิตครอบครัวของผู้หญิงเก่งคนนี้คืออะไร เชิญอ่านได้ใน บี มาย เกสท์ วันนี้ค่ะ
ปุ๊กกี้-สินีนารถ เล่าว่า ปัจจุบันธุรกิจในเครือ SE-BIZ ซึ่งย่อมาจาก “สมใจนึก เองตระกูล บิซิเนส” มีทั้งโลจิสติก สถาบันการเงิน โรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจความงาม ธุรกิจออร์แกไนเซอร์-เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และสตูดิโอให้เช่าสำหรับถ่ายละคร-ภาพยนตร์
“ตอนนี้ธุรกิจแต่ละอย่างก็จะมีซีซั่นของเขา อย่างเช่น โลจิสติกการขนส่ง เรียกว่าเป็นช่วงขาขึ้น ด้วยระบบเศรษฐกิจการค้าการนำเข้า-ส่งออกของบ้านเรากำลังเติบโต ทำให้โลจิสติกเป็นที่ต้องการ ส่วนโรงแรมเป็นช่วงหน้าฝนก็แน่นอนว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่พอเข้าช่วงฤดูหนาวก็จะกลับมาคึกคัก และธุรกิจความงามถือว่าทรงตัวนะคะ เพราะตอนนี้คู่แข่งในตลาดมีมาก ถ้าถามว่าตอนนี้โฟกัสไปที่ธุรกิจไหนมากกว่ากันคงไม่ได้ เพราะทุกธุรกิจเราต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพียงแต่ถ้าอันไหนที่อยู่ในช่วงโลว์ ก็ต้องการปรับกลยุทธ์การบริหาร หรือการทำการตลาดมากกว่าธุรกิจที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งด้วยความที่เป็นธุรกิจของครอบครัว ก็จะมีคุณพ่อเป็นหัวเรือใหญ่ เป็นที่ปรึกษาให้กับลูกๆ มีพี่เป๊ก-สัญชัย ซึ่งเขาถนัดในเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ ประชาสัมพันธ์ การตลาด ก็จะรับหน้าที่นั้นไป ส่วนปุ๊กกี้เองก็จะรับนโยบายจากคุณพ่อและพี่เป๊กมาดำเนินการต่อ”
ในการบริหารธุรกิจที่มีความหลากหลาย กุญแจสำคัญไม่เพียงแต่ “นโยบาย” ปัจจัยสำคัญคือการ “บริหารคน” เพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมายของธุรกิจที่วางไว้เป็นผลสำเร็จ
“เมื่อก่อนแต่ละธุรกิจก็จะแยกกัน แต่ตอนนี้เราเพิ่งปรับเปลี่ยนการบริหารให้มีศูนย์กลางเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารงานมากขึ้น ซึ่งทีมงานเป็นสิ่งสำคัญ ปุ๊กกี้เองก็พยายามที่จะปลูกฝังทีมงาน สร้างความเป็นทีมให้เกิดขึ้น เพื่อที่ให้เขาทำงานตามนโยบายที่วางไว้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งโชคดีว่าพนักงานส่วนใหญ่อยู่ด้วยกันมานาน พร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน ปุ๊กกี้ก็จะดูแลเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัว มีอะไรเราก็มาคุยกัน ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า รวมถึงอนาคตการเติบโตในหน้าที่ มันก็เป็นแรงจูงใจที่ดีที่จะทำให้เขาทำงานอย่างเต็มความสามารถ สำหรับปุ๊กกี้เองมองว่าการมีทีมงานที่เป็นคนเก่งถือว่าเป็นความโชคดี แต่สิ่งสำคัญคือเราอยากได้คนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความซื่อสัตย์มาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะความเก่ง ความสามารถเราสามารถสร้างให้เขาได้ แต่คนดี คนขยันนี่หายากกว่าค่ะ”
ด้วยธุรกิจกำลังเติบโต และมีการขยายเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ทำให้เธอแทบจะทำงานตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ รวมถึงเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่ต่างประเทศอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังไม่ละทิ้งหน้าที่สำคัญของการเป็น ภรรยา และ แม่ของลูก
“กับสามี เราเป็นคนทำงานด้วยกันทั้งคู่ เขาก็จะมีความเข้าใจ เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา แต่กับลูกก็ต้องดูแลกันเป็นพิเศษ คือตั้งแต่ลูกยังเล็ก เขาก็จะคุ้นเคยที่เห็นแม่ทำงานอยู่แล้ว บางครั้งไปทำงานก็จะพาลูกไปด้วย ปกติวันธรรมดาปุ๊กกี้จะเป็นคนขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน ตอนเย็นก็ให้รถโรงเรียนไปส่งที่ออฟฟิศรังสิต วันอาทิตย์ก็จะยกให้เป็นวันของครอบครัวที่เราจะทำกิจกรรมร่วมกันพ่อแม่ลูก จริงๆ ที่บ้านเราไม่ว่าจะเป็นครอบครัวพี่เป๊ก ครอบครัวปุ๊กกี้ เราจะสนิทกันมากอยู่แล้ว เด็กๆ ก็จะได้เล่นด้วยกัน อย่างตอนนี้ลูกชายคนโตอายุ 12 แล้ว ก็เรียกว่าเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น บางครั้งคนเป็นแม่ก็จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็จะมีทั้งคุณพ่อ คุณตา คุณลุง เข้ามาเติมตรงนั้น สไตล์การเลี้ยงลูกของปุ๊กกี้ ก็จะให้อิสระกับเขา จะบอกว่าไม่คาดหวังก็คงไม่ใช่ แต่ไม่คาดหวังมาก หน้าที่ของเราคือให้ความรัก ความอบอุ่น สนับสนุนส่งเสริมในสิ่งที่เขาอยากจะทำแบบนั้นมากกว่าค่ะ”
เป็นครอบครัวที่มีความใกล้ชิดกันอย่างมาก แถมยังเป็นน้องเล็กของบ้าน แน่นอนว่า “ไอดอล” ของเธอจึงเป็นคนใกล้ตัวที่เป็นแบบอย่างทั้งในการทำงาน การใช้ชีวิต นั่นก็คือคุณพ่อ สมใจนึก เองตระกูล
“คุณพ่อเป็นคนเก่งค่ะ ตั้งแต่ปุ๊กกี้เป็นเด็ก คุณพ่อรับราชการ แม้จะงานยุ่งแค่ไหนคุณพ่อก็ไม่เคยละเลยลูกๆ เป็นคนที่รักษาสัญญา การทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การดูแลครอบครัว ปุ๊กกี้มีคุณพ่อเป็นไอดอล จึงได้นำสิ่งที่คุณพ่อทำเป็นตัวอย่างมาใช้ทั้งในการทำงานและดูแลครอบครัว”
ถามถึงเคล็ดลับความเป็น Working Woman สาวเก่งบอกว่า การมีสุขภาพใจ สุขภาพกายที่ดี คือจุดเริ่มต้น
“ในการทำงานผู้หญิงกับผู้ชายไม่ต่างกัน เรามีสมองสองมือเท่ากัน แต่ส่วนตัวปุ๊กกี้มองว่าการที่เราจะทำงานอะไรได้หลายๆ อย่าง สุขภาพใจ-กายที่ดีต้องมาก่อน ถ้าใจเราไม่พร้อม ร่างกายไม่พร้อม ต่อให้มีความสามารถแค่ไหนมันก็เดินไปไม่ได้ ที่สำคัญคือการคิดบวก จะทำให้เรามีความสุข มีพลังในการทำงาน เวลาที่เราเจอปัญหาหรืออุปสรรคเราจะไม่คิดว่ามันคือปัญหาหรืออุปสรรค แต่เราจะคิดว่าจะทำอย่างไรให้ก้าวข้ามมันไปได้ และเปลี่ยนสิ่งนั้นมาเป็นพลัง เป็นบทเรียนที่เราจะไม่ต้องเจอกับมันอีกค่ะ”
หลายคนอาจจะมองว่า การเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่สามารถบริหารธุรกิจที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี นั่นคือความสำเร็จ เป็นผู้หญิงเก่งแล้ว แต่สำหรับ ปุ๊กกี้ บอกว่า ความสำเร็จไม่มีจุดสิ้นสุด
“ไม่เคยคิดว่าตอนนี้ตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะในการทำธุรกิจเราต้องมีการเติบโต มีเป้าหมายที่หนึ่ง ที่สองที่เราจะต้องเดินไปให้ถึง และเป็นเป้าหมายที่สูงขึ้น ท้าทายมากขึ้น มันจึงไม่มีจุดสิ้นสุด ถ้าเราคิดว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว พอแล้ว ไม่พัฒนาต่อ นั่นคือสัญญาณอันตราย และการทำสิ่งที่ยากขึ้น ท้าทายขึ้น ไม่ใช่แค่พัฒนาธุรกิจ แต่ยังพัฒนาความสามารถของเราด้วย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราอยากไปให้ถึงมากกว่า”
นับว่าเป็น “พลังคิดบวก” ในแบบฉบับ Working Woman ที่น่าชื่นชม ซึ่งสาวๆ คนไหน จะนำไปใช้บ้างสาวเก่งคนนี้ก็ยินดี ที่จะได้เห็น ผู้หญิงเก่ง ในสังคมมากขึ้น
