ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/294723

ประเทศไทยต้องการนักเรียนแบบไหนในปี 2575
สมาคมอัสสัมชัญ นำโดยนายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ นายกสมาคมฯ ร่วมกับ สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนอัสสัมชัญ และ มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยจัดงานสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “ประเทศไทยต้องการนักเรียนแบบไหนในปี 2575” เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับนักเรียนให้ไปสู่สังคมโลกในศตวรรษที่ 21 ที่จะต้องเป็นคน “เก่ง ดี มีสุข” ได้รับเกียรติจากอัสสัมชัญนิกผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการระดับแนวหน้าของประเทศไทย ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน, ศ.ดร.เอนกเหล่าธรรมทัศน์, ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และ ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ดำเนินรายการโดย ดร.สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุม Louis-Marie Grand Hall ชั้น 6 อาคาร Saint Louis-MarieMemorial โรงเรียนอัสสัมชัญ ถนนเจริญกรุง
ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยศศินทร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ ได้เน้นย้ำถึงสิ่งที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของประเทศไทยว่า ในปี 2575 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า ประเทศไทยคือ สังคมผู้สูงอายุที่แท้จริง ประชากรที่เกิดใหม่หรือเยาวชนที่จะอยู่ในวัยศึกษานั้นมีจำนวนน้อยลง คนวัยแรงงานน้อยลง การจัดการศึกษาจึงควรต้องตอบรับกับสภาวการณ์ดังกล่าว อีกทั้งโลกมีความเจริญก้าวหน้า เทคโนโลยี นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจมากขึ้น การส่งเสริมให้เด็กเรียนแต่สายสามัญก็คงไม่เพียงพอ สายอาชีวะก็จะมีความจำเป็นต่อตลาดแรงงานมากขึ้น
ด้าน ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปรึกษาและกรรมการคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้ให้ความเห็นว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า คือโลกของโรบอท หรือเทคโนโลยี การสร้างหรือการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กไทยมีความสามารถด้านเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งจำเป็น ในขณะเดียวกันสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการจัดการศึกษาหลายคนอาจมองว่าระบบการศึกษาของต่างประเทศมีคุณภาพ แต่สิ่งที่เราต้องมองคือระบบการศึกษาในรูปแบบนั้นเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ หรือพื้นฐานของสังคมไทยหรือไม่อย่างไร ในส่วนของเด็กเองก็ต้องมีความใฝ่เรียนรู้พร้อมรับการกับเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย
ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ศาสตราจารย์ประจำและหัวหน้าสาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น ในอีก 15 ปีข้างหน้าประเทศไทยต้องการแบบไหนคงเป็นเรื่องที่ไม่อาจเฉพาะเจาะจงได้แต่สิ่งที่อยากฝากไว้คือ อย่าหลอกตัวเอง อย่าลืมพื้นฐานรากเหง้าของตัวเอง และต้องให้เสรีภาพในการเลือกศึกษาสิ่งที่แปลกใหม่
ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นด้วยกับวิทยากรทุกท่านที่เห็นตรงกันว่าการศึกษาด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ แต่การสร้างนักเรียนที่มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการและมีจิตสาธารณะ คุณธรรมจริยธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กัน ซึ่งเป็นแนวทางในการสร้างเด็กไทยให้ เก่ง ดี มีสุข ได้อย่างแท้จริง และเป็นพื้นฐานของบุคลากรที่ประเทศไทยต้องการ
ทั้งนี้ นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ นายกสมาคมอัสสัมชัญ ได้กล่าวปิดท้ายการสัมมนาว่า การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ใช่เป็นเรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เราทุกคนมีส่วนร่วมในการผลักดันระบบการศึกษาของประเทศทั้งสิ้น ดังที่ท่าวิทยากรได้กล่าวไว้ว่าวันนี้เราอยู่ในบริบทที่มีความไม่แน่นอนทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราจึงจำเป็นต้องสร้างเด็กให้ให้เรียนรู้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อีกทั้งเราอยู่ในโลกโลกาภิวัตน์ เราต้องสร้างให้เด็กไทยสามารถไปยืนอยู่ในระดับโลกได้ โดยจำเป็นที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กไทยทั้งในด้านภาษา การคิดวิเคราะห์ เป็นคนที่มีทั้งความรู้ เป็นคนดี ควบคู่กัน
ในงานสัมมนายังได้มีการแนะนำผลงานนักเรียนของโรงเรียนอัสสัมชัญที่สร้างชื่อเสียงทั้งในเวทีระดับชาติและนานาชาติภายใต้แนวคิด “เด็กไทย แรงบันดาลใจ อนาคต” อาทิ ทีม Volleyball Junior Robot, ทีมโดรนสำรวจสถานที่เพลิงไหม้ที่มีมลพิษและทีมหุ่นยนต์กู้ภัยใต้น้ำ