ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/293767

หนังสือเด่น : ข้อคิดสะกิดใจในเรื่องภาษาไทย
ภาษา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่แต่ละชาติจะต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ มาเป็นส่วนประกอบในการสื่อสารด้วย ในบริบทที่แตกต่างกัน เราอาจจะเข้าใจในภาษาที่แตกต่างกันไปด้วย อย่าง เราฟังภาษาลาว เราจะรู้สึกว่า ตลก ชวนให้คิดไปในทางขบขัน ทั้งนี้เพราะภาษาลาวเป็นภาษาคำโดดที่ทุกคำย่อมมีความหมายในการนำไปใช้ ซึ่งก็เช่นเดียวกัน ภาษาไทย เมื่อถูกนำไปใช้ในต่างบริบท ก็ย่อมสร้างความขบขัน และประหลาดใจกับคนต่างเชื้อชาติได้เช่นเดียวกัน
หนังสือ “เรื่องเล่าเก็บตกจากห้องเรียนภาษาไทย” เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับภาษาไทยที่อ่านสบายๆ คลายเครียด แต่ในขณะเดียวกันก็ให้สาระความรู้เกี่ยวกับภาษาไทย รวมถึงข้อคิดสะกิดใจ ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ จากผู้แต่งซึ่งเป็นครูสอนภาษาไทยระดับอุดมศึกษา โดยเรื่องเล่านี้เป็นเรื่องเล่าที่เกิดในห้องเรียน จึงมักมีเรื่องราวแปลกๆ หรือเป็นเรื่องชวนขำขันที่เกิดขึ้นในห้องเสมอ
ผู้เขียนคือ “ไขสิริ ปราโมช ณ อยุธยา”เล่าให้ฟังว่า มีเรื่องของความไม่เข้าใจกับผู้ใช้ภาษาอยู่ทุกแห่งทุกที่ อย่างเช่น เรื่องนี้เกิดขึ้นในห้องเรียนวิชาภาษาไทยของนิสิตชั้นปีที่ 2 เมื่อผู้สอนให้นิสิตใช้คำว่า ผัด-ผลัด ด้วยการให้นำไปประกอบกกับวลีที่ว่า วันประกันพรุ่ง หลายคนใช้ผิดเป็น “ผลัดวันประกันพรุ่ง”
ซึ่งที่ถูกต้องใช้ว่า “ผัดวันประกันพรุ่ง” และได้บอกนิสิตทุกคนให้จำไว้ว่า ผัด หมายถึง เลื่อนเวลา และ “ผลัด” หมายถึง เปลี่ยน จึงทำให้เป็นอารมณ์ขันเกี่ยวกับการนำไปใช้ในเรื่องของอาหารว่า “ผัดวันประกันพรุ่ง จะอร่อยแค่ไหน”
หรือจะเป็นเรื่อง “สำนวนเด็กไทยในต่างประเทศ กับคำว่า…จ้องห้อง-คับรถ” ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ในห้องเรียนที่วัดไทยในลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้เขียนเคยไปสอนภาษาไทยให้นักเรียนไทยที่นั่น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อผู้เขียน ซึ่งมีภารกิจอื่นต้องไปทำในฐานะครูใหญ่ ทำให้ต้องทิ้งห้องเรียนไปและมีนักเรียนคนหนึ่ง พูดขึ้นว่า “ครูไปเถอะหนูจะจ้องห้องให้” ซึ่งการที่นักเรียนใช้คำผิดความหมายนี้ ทำให้ เห็นว่า ภาษาไทยมีคำหลายคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน และใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ ก็มีลักษณะนี้เช่นกัน เช่น ภาษาไทยมีคำว่า มอง ดู เฝ้า จ้อง มองดู ดูแล จ้องมอง เฝ้ามอง เฝ้าดู ซึ่งคนไทยสามารถเลือกใช้ในบริบทที่ตนต้องการ และสำหรับประโยคที่นักเรียนพูด “หนูจะจ้องห้องให้” นี้ คนไทยทุกคนทราบว่าที่ถูกต้องต้องใช้ว่า “หนูจะเฝ้าห้องให้” ส่วนคำว่า “คับรถ” เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่สอนเรื่องวรรณยุกต์ เพราะภาษาอังกฤษไม่มีวรรณยุกต์ เช่น คำว่า “Man” จะออกเสียง แมน แม่น หรือแม้น ความหมายก็ไม่เปลี่ยน แต่ในภาษาไทย เปลี่ยนไปถึง 3 ความหมาย นักเรียนที่อเมริกาต้องการจะพูดว่า “พ่อขับรถ” แต่พูดเป็น “พ่อคับรถ” จึงกลายเป็นเรื่อง เฮฮาไปในหมู่ของคนไทย
นี่เป็นเพียงบางส่วนของเรื่องเล่าเก็บตกจากห้องเรียนภาษาไทยที่นำมายกตัวอย่างให้เห็น ในเล่มยังมีอีกหลายเรื่องที่ให้ ข้อคิดสะกิดใจเกี่ยวกับภาษาไทย ที่คนซึ่งสนใจภาษาไทยควรรับรู้

เปิดใจหนุ่มหล่อในวงการบันเทิง
จัดเต็มเรื่องของ เจ้านาย วรรธนะสิน
“นิตยสารสุดสัปดาห์” จัดเต็มความหล่อน่ารัก ของ เจ้านาย-จิณเจษฎ์ วรรธนะสิน ที่สร้างกระแส “คนละชั้น” ฟีเวอร์ จากเพลงล่าสุดที่ทำให้ใครหลายคนยิ่งหลงรัก พร้อมภาพแฟชั่นสุดคูล และสกู๊ปพิเศษเจาะลึกทุกเรื่องราวชีวิตของหนุ่มฮอตคนนี้ ทั้งการเริ่มต้นของการเป็นศิลปินเต็มตัวครั้งแรก เรื่องราวน่ารักๆ ในครอบครัว กิจกรรมที่ชื่นชอบ และการเผยคุณสมบัติสะใภ้ที่รีเควสต์โดยแม่ปิ่น นอกจากนี้ยังมีสัมภาษณ์ที่น่าสนใจสำหรับคอละคร กับ 6 พระรองงานดี ฝีมือน่าจับตา รวบรวมมาให้สาวๆ ทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น อาทิ หน่อง-ภัทร์ ฉัตรบริรักษ์, โก้-วศิน หนุ่มหน้าใสปากแดงสุดฮอตจากละคร ราชนาวีที่รัก เป็นต้น ราคา 90 บาท

เรื่องของสาวน้อยคลั่งคำทำนาย
ฝากชีวิตไว้กับทุกอาจารย์เจ้าสำนัก
“ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋” นิยายร่วมสมัยเขียนโดย “ปราปต์” เป็นเรื่องของสาวน้อยตัวคนเดียวที่ คลั่งไคล้กับความเชื่อเกี่ยวกับการทำนายดวงชะตา โชคลาภและความรัก เธอไม่ยอมที่จะพลาดหากได้ข่าวว่ามีอาจารย์สำนักใดที่ทายอนาคตได้อย่างแม่นยำ แม้เธอจะต้องโกหกเจ้านายต่างๆ นานา เพื่อทิ้งงานไปหาหมอดู แต่ทุกครั้งเธอก็หลุดพ้นจากความผิดไปได้ทุกทีจนกระทั่ง เมื่อถึงเวลาที่สุกงอมเธอต้องถูกยื่นคำขาดให้ตัดสินใจเลือกบางอย่างที่เธอไม่ประสงค์ ทำให้เธอต้องหันหน้าไปพึ่งพากิ๊กเก่า แล้วทางออกของเธอจะสำเร็จหรือไม่ต้องติดตาม ราคาเล่มละ 340 บาท

รวบรวมสาระจากรายการ กระจกหกด้าน
7 หมวด 60 หัวข้อเรื่อง เพื่อการเรียนรู้ ค้นหา
“กระจกหกด้าน” เรียบเรียงโดย “จุฬาพิช มณีวงศ์” ขนาดจำนวนหน้า 461 หน้า เป็นหนังสือที่นำเนื้อหามาจากสารคดีทางโทรทัศน์ ที่ออกอากาศมานานตลอด 35 ปี ด้วยลีลาการเขียนบทที่เป็นแบบเฉพาะคือสั้น กะทัดรัด เข้าใจง่าย เพื่อนำไปใช้เป็นคู่มือ ในการแสวงหาความรู้สำหรับทุกคน มีการแบ่งหมวดหมู่เพื่อง่ายต่อการค้นหาและติดตาม คัดเลือกสรรหามาเล่าเป็น 7 หมวด 60 หัวข้อเรื่อง ครอบคลุมศิลปะ-วัฒนธรรมประเพณี, ชีวิตความเป็นอยู่และภูมิปัญญาไทย, พืชนานาพรรณ, สรรพสัตว์, ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม, การท่องเที่ยวไปจนถึงเทคโนโลยีวิทยาการ และกิจกรรมนานาชาติ อาคารสถาปัตยกรรม สถานที่ทางประวัติศาสตร์ทั้งของเก่าที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสิ่งใหม่ร่วมสมัย จำหน่ายเล่มละ 260 บาท

คนท่องยุทธภพ ไหนเลยจะไม่โดนดาบ
หนึ่งหญิงหนึ่งชายเพื่อแสวงหาของวิเศษ
“คนท่องยุทธภพ ไหนเลยจะไม่โดนดาบ” เขียนโดย “เอ๋อหย่า” แปลเป็นไทยโดย “ลี หลินลี่” จำหน่ายเล่มละ 300 บาท ออกวางตลาดแล้ว 2 เล่มคือ เล่ม 1 และเล่ม 2 เป็นเรื่องราว เหยียนเสี่ยวเตา สาวน้อยเจ้าปัญญา เจ้าของสมญา มีดน้อยแซ่เหยียน และคุณชายรอง ของสำนักค่ายพรรคอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน เมื่อทั้งสองโคจรมาพบกันด้วยเจตนาที่ตรงกันคือ ท่องหาของวิเศษในยุทธภพ ทำให้เขาต้องผจญกับเหตุการณ์หลายอย่างทั้งที่คาดไว้แล้ว และคาดไม่ถึง ซึ่งทำให้เกิดความจริงที่ว่า เมื่อออกท่องยุทธภพใครเล่าจะไม่โดนดาบ สองเล่มจบ