ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/294355

3 นักวิจัยผู้รับทุนลอรีอัล ประจำปี 2560 โครงการทุนวิจัย ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’
บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยความร่วมมือกับสำนักเลขาธิการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ฉลองครบรอบการดำเนินโครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ในประเทศไทยเป็นปีที่ 15 ด้วยการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษ “L’ORÉAL Woman Scientist Crystal Award” แก่นักวิจัยสตรีดีเด่น 2 ท่าน ผู้เคยได้รับทุนวิจัยจากโครงการฯ และประกาศรายชื่อ 3 นักวิจัยสตรีผู้มีผลงานอันโดดเด่นที่ได้รับทุนโครงการประจำปี 2560 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์
นาตาลี เกอร์ชไตน์ เคอโรวดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ได้เดินทางมาถึงปีที่ 15ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของ มร.ยูชีน ชูแลร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งลอรีอัล โดยในปีนี้นักวิจัยสตรีผู้ได้รับทุนต่างก็มีผลงานที่โดดเด่นที่แตกต่างกันไปในแต่ละสาขาวิชาหากแต่มีความมุ่งมั่นตั้งใจเดียวกันที่จะสร้างความสมดุล ความสวยงาม และความยั่งยืนให้แก่ประเทศชาติ ยิ่งไปกว่านั้นต้องขอแสดงความยินดีกับนักวิจัยสตรีผู้เคยได้รับทุนของโครงการฯ ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษ “L’ORÉAL Woman Scientist Crystal Award” ได้แก่ ศ.ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็นผู้ได้รับทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ในปี 2546 และ ดร.อัญชลีมโนนุกุล ผู้เคยได้รับทุนวิจัยในปี 2551โดยได้ต่อยอดผลงานวิจัยเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทั้งภาครัฐและเอกชน ลอรีอัล หวังว่ารางวัลเหล่านี้จะเป็นกำลังใจและแรงสนับสนุนให้นักวิจัยสตรีทุกท่านมุ่งทำงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป”
ส่วน 3 นักวิจัยสตรีผู้มีผลงานอันโดดเด่นที่ได้รับทุนโครงการฯ ประจำปี 2560 ได้แก่ ผศ.ดร.มาริสา พลพวก ผู้ได้รับทุนวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับผลงานวิจัยหัวข้อ “การศึกษากระบวนการออโตฟาจีซึ่งเป็นกลไกทางภูมิคุ้มกันระดับเซลล์ เพื่อค้นหาเป้าหมายของยาตัวใหม่ที่สามารถใช้ในการฆ่าเชื้อมาลาเรียและวัณโรค” ได้กล่าวว่า “เป็นอีกหนึ่งการศึกษาที่คนไทยควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเชื้อมาลาเรียและเชื้อวัณโรคต่างเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข ของประชากรโลกและประชากรในประเทศไทยมาโดยตลอด นอกจากนั้นแล้วในปัจจุบันตัวเชื้อยังมีการพัฒนากลายพันธุ์เป็นเชื้อที่ดื้อยา อาจส่งผลให้การรักษาด้วย และมีแนวโน้มที่จะทำให้ติดเชื้อรุนแรงจนถึงเสียชีวิต ดังนั้น โดยเบื้องต้นในงานวิจัยโมเลกุลกระตุ้นออโตฟาจีที่จะพัฒนามาจากสารสกัดผลิตภัณฑ์ของไทยนั้น อาจทำให้ได้ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ หรือ ยาตัวใหม่เพื่อช่วยในการต้านเชื้อ และยังสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นยาต้านโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสันได้ในอนาคต ในขณะเดียวกันอีกหนึ่งงานวิจัยทางด้านเชื้อวัณโรค อาจพัฒนาต่อยอดการยับยั้งและช่วยฆ่าเชื้อโรคมัยโคแบคทีเรียสายพันธุ์ไบจิง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเชื้อที่ระบาดมากที่สุดและดื้อยามากที่สุดในประเทศไทยได้”
ส่วน รองศาสตราจารย์ ดร. นพิดา หิญชีระนันทน์ ผู้ที่ได้รับทุนวิจัยสาขาวัสดุศาสตร์ จากภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงผลงานวิจัยกับผลงานวิจัยหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ยางธรรมชาติเพื่อการสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและพลังงานทางเลือกอย่างครบวงจร”ว่า “การประยุกต์ใช้ยางธรรมชาติเพื่อการสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและพลังงานทางเลือกอย่างครบวงจรมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรมยางพาราซึ่งเป็นหนึ่งในพืชเกษตรกรรมหลักของประเทศไทย โดยงานวิจัยนี้สามารถก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยการนำยางธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการปรับปรุงโครงสร้างทางเคมีไปประยุกต์ใช้และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้ในอนาคต”
อีกด้านหนึ่ง ดร.ผุศนา หิรัญสิทธิ์ ผู้ได้รับทุนสาขาวิทยาศาสตร์เคมี จากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกับผลงานวิจัยหัวข้อ “การประยุกต์ใช้การคำนวณด้วยระเบียบวิธี Solid-State DFT สำหรับออกแบบและพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาระดับนาโนและวัสดุโครงสร้างนาโนให้สามารถใช้เพื่อการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” กล่าวว่า “การประยุกต์ใช้การคำนวณด้วยระเบียบวิธีSolid-State DFT สำหรับออกแบบและพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาระดับนาโนและวัสดุโครงสร้างนาโนให้สามารถใช้เพื่อพัฒนาด้านพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งในระยะยาวการวิจัยนี้สามารถพัฒนาเปลี่ยนก๊าซ CO2 ให้เป็นเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์เคมีที่มีมูลค่าสูงขึ้น ลดปริมาณ CO2 ในชั้นบรรยากาศซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกและภาวะโลกร้อน ทั้งยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นอีกด้วย และงานวิจัยนี้ยังเกี่ยวเนื่องต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานทดแทนให้มีความยั่งยืน และสนับสนุนความมั่นคงทางด้านพลังงานทดแทนด้วยเช่นกัน”