ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/294323

62 ปี เรือพระราชทาน ‘เวชพาหน์’ มุ่งสู่สายธาร… สืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเรือลำนี้ เมื่อ พ.ศ. 2498 เพื่อใช้บรรเทาทุกข์และรักษาประชาชน โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น” เป็นข้อความด้านข้างทั้ง 2 ด้านของเรือพระราชทาน “เวชพาหน์”
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชปรารภว่า “ราษฎรที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ตามลำแม่น้ำในหลายตำบล ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ยังไม่มีทางหลวงเชื่อมต่อจังหวัด แม้ว่าจะมีการคมนาคมติดต่อกับจังหวัดทางน้ำได้ก็ห่างไกลโรงพยาบาลประจำจังหวัดมาก ถ้าเจ็บป่วยก็ต้องรักษาพยาบาลแผนโบราณ ซึ่งไม่ค่อยได้ผลในโรคหลายอย่าง” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บริษัท อู่เรือกรุงเทพฯ จำกัดต่อเรือยนต์ขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อพระราชทานให้แก่สภากาชาดไทย ใช้เป็นหน่วยเคลื่อนที่รักษาพยาบาลประชาชนตามลำน้ำต่างๆ โดยพระราชทานชื่อว่า “เวชพาหน์” (อ่านว่า เวด-ชะ-พา) และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีพระราชทานเรือ ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2498 เวลา 12.00 น. ณ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเจิมเรือพระราชทาน “เวชพาหน์” เรือก็ออกปฏิบัติงานที่ จ.นนทบุรีทันที และเมื่อ 20 กันยายน พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยราษฎร จึงเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกิจการภายในเรือพระราชทาน “เวชพาหน์” ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีบวงสรวงพระวิญญาณ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี
เรือพระราชทาน “เวชพาหน์” เป็นเรือไม้ 2 ชั้น ขนาดกว้าง 3.81 เมตร ยาว 15.69 เมตร สูง 3.75 เมตร กินน้ำลึก 1.20 เมตร เครื่องยนต์ดีเซล 200 แรงม้า เครื่องยี่ห้อโตโยต้า 6 สูบความเร็วเรือ 12 น็อตต่อชั่วโมง สามารถบรรทุกผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ประจำเรือได้ 30 คน ชั้นบนเป็นโถงโล่งใช้เป็นที่พักผ่อนสำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ชั้นล่าง ประกอบด้วย ห้องตรวจรักษาโรคทั่วไปห้องทันตกรรม ห้องผ่าตัดเล็กห้องนอนเจ้าหน้าที่ประจำเรือ ห้องสุขา ห้องน้ำ ห้องครัวและห้องเครื่องยนต์ สำนักพระราชวังได้จดทะเบียน “เวชพาหน์” เป็นเรือยนต์หลวงและให้อยู่ในความดูแลรักษาของฝ่ายเรือยนต์หลวง กองพระราชพาหนะ สำนักพระราชวัง ซึ่งจะจัดเจ้าหน้าที่ประจำเรือในการนำออกใช้ปฏิบัติงานตามที่สภากาชาดไทยกำหนดแจ้งขอเป็นครั้งคราว
สภากาชาดไทย น้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และยังคงใช้เรือพระราชทาน “เวชพาหน์” ในการบรรเทาทุกข์และรักษาประชาชนที่เจ็บป่วย ทั้งด้านการตรวจรักษาโรคทั่วไป การฝังเข็มประยุกต์ การตรวจรักษาด้านทันตกรรม การให้ความรู้ด้านสุขศึกษา และการป้องกันโรคต่างๆ นับแต่วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2498 ถึงวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560 รวมทั้งสิ้น 151 ครั้ง ใน 19 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี สุพรรณบุรี นครสวรรค์ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี กาญจนบุรี ลพบุรี อ่างทอง ราชบุรี ปทุมธานี สมุทรสงคราม นครปฐม อุทัยธานี และสมุทรปราการ ตลอดระยะเวลา 62 ปี ของเรือพระราชทาน “เวชพาหน์” มีประชาชนมารับบริการไปแล้ว 346,090 คน และจะออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เรือพระราชทานเวชพาหน์ บริการประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมสองฝั่งแม่น้ำลำคลองในเขต จ.ปทุมธานี โดยปฏิบัติงานร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 2-6 ตุลาคม 2560 ดังนี้วันที่ 2 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ วัดโบสถ์ต.บางกระบือ อ.สามโคก, วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ โรงเรียนวัดป่างิ้วต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก,วันที่ 4 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ วัดสะแก ต.สามโคก อ.สามโคก, วันที่ 5 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ วัดสำแล ต.บ้านกระแชง อ.เมือง ,วันที่ 6 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ วัดบางเดื่อ ต.บางเดื่อ อ.เมือง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1664