pet care : การใช้เทคโนโลยี RFID ในสัตว์ (ตอนจบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295025

pet care : การใช้เทคโนโลยี RFID ในสัตว์ (ตอนจบ)

pet care : การใช้เทคโนโลยี RFID ในสัตว์ (ตอนจบ)

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำหรับการใช้เทคโนโลยี RFID ในสัตว์เพื่อระบุตัวตนและประวัติประจำตัวสัตว์นั้นมี 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ

1.การใช้ในสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมว หรือสัตว์ป่า ทั้งที่อยู่ในธรรมชาติและที่อยู่ในสวนสัตว์ หรือแม้แต่การใช้ในหน่วยสัตว์ทดลอง (ที่เราเรียกว่าฝังไมโครชิพให้กับสัตว์เลี้ยงนั่นเองครับ)

2.การใช้ในปศุสัตว์ เช่น สุกร โค แพะ แกะ เพื่อการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารโดยสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ทำให้ทราบว่าเนื้อสัตว์แพ็กนี้มาจากที่ไหน ซึ่งปัจจุบันสามารถพบได้ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำเป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อการจัดการฟาร์มได้อีกด้วย

รูปแบบและวิธีการติด tag ในสัตว์แต่ละชนิดจึงมีความแตกต่างกัน สำหรับในประเทศไทยนั้น อาจแบ่งได้ตามประเภทสัตว์ เช่น

@ สัตว์เลี้ยงเช่น สุนัขและแมว สัตวแพทย์จะทำการฝัง glass tag ใต้ผิวหนังตรงแนวกึ่งกลางลำตัวด้านบนบริเวณหน้ากระดูกสะบัก

การอ่านค่า จะอ่านด้วยเครื่องอ่านชนิดมือถือ รหัสประจำตัวที่อ่านได้จะปรากฏเป็นตัวเลข 15 หลัก แต่ละหลักจะมีความหมายตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานของประเทศไทย ทำให้พิสูจน์ตัวตนของสัตว์ตัวนั้นได้โดยเช็คจากฐานข้อมูลที่ผู้ติด tag นั้นเก็บไว้

@ ในปศุสัตว์ที่ใช้เนื้อเพื่อการบริโภค  เราจะไม่ใช้ glass tag ฝังใต้ผิวหนัง เนื่องจากร่างกายของสัตว์เหล่านี้สามารถใช้เป็นอาหารได้ทุกส่วน โดย

– ใน โค กระบือ แพะ แกะ ซึ่งเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องที่มีกระเพาะอาหารแบ่งเป็น 4 ส่วน  เราจะใช้ glass tag ฝังในแท่ง bolus ซึ่งทำจากวัสดุที่มีความหนักและไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์ เช่น ceramic แล้วป้อนให้สัตว์กลืนเข้าไป ซึ่ง ceramic bolus จะไปค้างอยู่ในกระเพาะอาหารส่วน rumen หรือ reticulumตลอดชีวิต ไม่หลุดออกมากับอุจจาระและไม่รบกวนการดำรงชีวิตของสัตว์ ทำให้สามารถแยก bolus ได้ง่ายหลังกระบวนการชำแหละ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

การอ่านอาจใช้เครื่องอ่านชนิดมือถือถ้าสัตว์มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ถ้าสัตว์ตัวใหญ่หรือหนามาก อาจใช้เครื่องอ่านชนิดตั้งพื้นซึ่งมีประสิทธิภาพในการอ่าน tag ได้ในระยะที่ไกลกว่า

– ในสุกร ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีกระเพาะเดียว ไม่สามารถใช้bolus จึงนิยมใช้ ear tag ติดที่ใบหูแทน

นอกจากนี้เรายังสามารถนำระบบ RFID มาประยุกต์ใช้ในการจัดการฟาร์มได้ เช่น ควบคุมการให้อาหารสุกรแต่ละตัวควบคุมการรีดนมและตรวจติดตามปริมาณน้ำนมที่รีดได้ในโคนม การตรวจเช็ครอบการเจาะเลือดในแกะ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าเราสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในสัตว์ได้อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อรองรับการใช้งานในแต่ละลักษณะที่แตกต่างกันไปด้วยครับ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment