ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/296287

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ชุมชนสวนหลวง’ ภูมิอาหารฮาลาลย่านบางคอแหลม
ชุมชนมุสลิมในอดีต
อาทิตย์นี้ สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เชื้อชวนให้ไปช่วยกันตามหาภูมิอาหารฮาลาลที่ชุมชนสวนหลวง เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ในซอยถนนเจริญกรุง ๑๐๓ นั้น มีเรื่องราวน่าสนใจสืบสายกันไปถึงชาวมุสลิมรุ่นแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นและสมัยอยุธยา
ชุมชนแถบนี้เป็นถิ่นฐานบ้านเรือนของชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู-ตานี ซึ่งมีการสร้างมัสยิดขึ้น ๓ แห่ง คือ มัสยิดอัสสะละฟียะห์ มัสยิดบางอุทิศนอกและมัสยิดบางอุทิศใน ซึ่งเรียกกันว่า มัสยิดหรือสุเหร่าแม่บาง ตามชื่อผู้อุทิศที่ดินสร้างมัสยิด ชาวมุสลิมเชื้อสายชวานั้นมีกรรมสิทธิ์จากการซื้อที่ดินมาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๒๕ เป็นต้นมาดังนั้นบริเวณที่ดินในเขตบางคอแหลม บางโคล่ คอกกระบือบางรัก ทุ่งวัวลำพอง บางขวาง บ้านใหม่ บ้านทวาย คอกกรวย บางมด สามเสน หนองจอก เลยไปถึงจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนนทบุรี จึงมีการอุทิศที่ดินเพื่อสร้างมัสยิดขึ้นหลายแห่ง เช่น มัสยิดยะหวาซอยโรงน้ำแข็ง (วัดปรก) แขวงยานนาวา เขตสาทร สร้างปีพ.ศ.๒๔๓๗, มัสยิดบาหยัน ตั้งชื่อตามเกาะบาหยัน หรือโบหยัน ในชวา สร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๔๕๔, มัสยิดดารุลอาบิดีน ตรอกจันทน์ หรือสุเหร่าคลองกรวย ถูกสร้างขึ้นโดยชาวยะวา เป็นต้น

ชุมชนชาวมุสลิมสวนหลวง
เมื่อสืบค้นประวัติพื้นที่บางคอแหลม พบว่าเดิมนั้นอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านทะวาย เมืองพระประแดง ต่อมาอำเภอบ้านทะวายนั้น ย้ายมาขึ้นกับพระนคร เปลี่ยนชื่อเป็นยานนาวา พื้นที่บางคอแหลมแห่งนี้ มีชุมชนมุสลิมตั้งอยู่เป็นช่วงๆ ตลอดแนวถนนเจริญกรุง มีมัสยิดทั้งหมด๖ แห่ง คือ มัสยิดดารุ้ลอาบีดีน (ตรอกจันทน์) มัสยิดบาหยัน มัสยิดอัลอะติ๊ก มัสยิดบางอุทิศนอก มัสยิดบางอุทิศใน และมัสยิดอัสสะละฟียะห์ตามลำดับชาวมุสลิมที่ตั้งชุมชนและสร้างมัสยิดขึ้นตลอดแนวด้านในของถนนเจริญกรุงนี้ เป็นชาวมุสลิมเชื้อสายชวา (ยะวา- อินโดนีเซีย) และมลายู (มาเลย์) โดยส่วนใหญ่ สำหรับชาวมุสลิมเชื้อสายชวานั้นพบว่าเริ่มเข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๐๕ เป็นชาวชวาจากเมืองสุราบายา และเป็นคนในบังคับของฮอลันดา ที่ทยอยเข้ามาในไทยเป็นระยะ สำรวจเมื่อพ.ศ.๒๔๑๔ นั้น มีชาวชวา (ยะวา-ยะหวา) เดินทางมาอยู่ในไทยประมาณ ๑๖๒ คน ชาวมุสลิมเชื้อสายชวารุ่นแรกที่เดินทางเข้ามาสู่เมืองไทยในรัชกาลที่ ๕ นั้นเดินทางด้วยเรือใบ ต่อมาเมื่อมีเรือกลไฟเดินเรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การเดินทางสู่เมืองไทยจึงสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น ในรัชกาลที่ ๔ มีชื่อเรือ เรือกะตง เรือเดลฮี เรือกฤษณา เรือกะมุหนิง เรือบันดหรา รับผู้โดยสารชาวชวาจากสิงคโปร์สู่เมืองไทย โดยส่งผู้โดยสารขึ้นที่ท่าเรือเอเชียติค ท่าเรือบอร์เนียว ท่าเรือบี.ไอ.ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และคงได้ทำงานตามท่าเรือสินค้าเหล่านี้ โดยมีถนนสายสำคัญที่สร้างเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๔คือ ถนนเจริญกรุงสายนอก ซึ่งเป็นถนนสายแรกที่ใช้เทคนิคการสร้างแบบยุโรป โดยให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง) ที่สมุหพระกลาโหม เป็นแม่กองให้พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง เป็นนายงาน รับผิดชอบในการก่อสร้างถนนช่วงตั้งแต่คูเมืองชั้นในถึงถนนตกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลบางคอแหลม ถนนเจริญกรุงสายนี้ แบ่งเป็นสองตอนคือ ถนนเจริญกรุงตอนในอยู่เขตกำแพงเมือง เริ่มจากบริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามจนถึงสะพานดำรงสถิตย์ ต่อกับถนนเจริญกรุงตอนนอกอยู่นอกเขตกำแพงเมืองจนถึงตำบลดาวคะนอง ที่ถนนตก โดยตัดผ่านพื้นที่เขตพระนครเขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตบางรักเขตสาทร และเขตบางคอแหลม

ชาวมุสลิมเชื้อสายชวา (ยะวา) ในเขตบางคอแหลมโดยเฉพาะชุมชนสวนหลวงนั้น วันนี้เป็นชาวไทยมุสลิมที่ผสมผสานไปกับชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู-ตานีอย่างกลมกลืนและสืบสานศาสนาอิสลามในชุมชนของตนอย่างมั่นคง โดยมีมัสยิดและโรงเรียนสอนศาสนาที่ชาวมุสลิมทั้งสองกลุ่มได้ร่วมกันสร้างขึ้น และช่วยกันพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งโดยรักษาวิถีชุมชนตามวัฒนธรรมของตนดังนั้นการท่องเที่ยวหาอาหารฮาลาล ที่มีรสชาติแบบเดิม ด้วยเป็นอาหารตามกฎบัญญัติอนุมัติให้มุกัลลัฟ (มุสลิมที่อยู่ในศาสนนิติภาวะ) กระทำได้คือได้รับการอนุมัติให้ทำด้วยความสะอาด จึงเป็นเสน่ห์ที่หาได้ไม่ยากในชุมชนสวนหลวงแห่งนี้