ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/296424

เปิดนิทรรศการค่ายศิลป์ Art Camp สมทบกองทุนฯ พี่ช่วยน้อง
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ประธานตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการ Art Camp ประจำปี 2560
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้เกียรติเปิดนิทรรศการค่ายศิลป์ (Art Camp) ปีที่ 15 ประจำปี 2560 ของอดีตนิสิต-นักศึกษาที่เคยได้รับทุนจากกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์(กองทุนฯ) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปเจ้าฟ้า เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา
อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ และประธานคณะกรรมการดำเนินการของกองทุนฯ ให้รายละเอียดการจัดแสดงผลงาน Art Camp ในครั้งนี้ว่า กองทุนฯ ได้จัดแสดงผลงานรวมทั้งสิ้น 312 ผลงานระหว่างวันที่ 5-30 กันยายน 2560 ผลงานเหล่านี้เกิดจากที่กองทุนฯ ได้นำอดีตนิสิต-นักศึกษาที่เคยได้รับทุนพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จำนวนกว่า 150 คนไปร่วมกันสร้างผลงานในแบบค่ายศิลป์ที่จังหวัดน่าน ที่ที่มีธรรมชาติงดงาม มีศิลปะที่ลือชื่อ ระหว่างวันที่ 1-4 มิถุนายน ที่ผ่านมา การจัดค่ายศิลปะขึ้นนี้จุดประสงค์เพื่อสร้างโอกาสให้อดีตนิสิต-นักศึกษาที่เคยได้รับทุนได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันระหว่างไปทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีคณาจารย์ ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอาวุโสเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งจะช่วยให้นิสิต นักศึกษา เหล่านี้สามารถพัฒนาแนวคิด และแนวทางการสร้างสรรค์งานให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสามารถนำผลงานที่ได้ นำไปจัดแสดงและจำหน่ายหารายได้ไปช่วยเหลือรุ่นน้องๆ ในนิทรรศการนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี เพื่อให้รุ่นน้องได้รับทุนเช่นเดียวกับรุ่นพี่ๆ ที่จบการศึกษาไปแล้ว
บรรยากาศภายในงานมีนิสิต-นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาศิลปะ ทั้ง “เพาะช่าง” “ศิลปากร” และ “ลาดกระบัง” รวมทั้งครูอาจารย์ที่ต้องการมาชื่นชมฝีมือรุ่นพี่ๆ และลูกศิษย์รุ่นต่างๆ ที่ได้สร้างผลงานมาร่วมแสดงในครั้งนี้ ที่สำคัญผู้มาร่วมงานส่วนหนึ่งเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของประเทศที่รักและหลงใหลในศิลปะต่างมาใช้โอกาสนี้ เลือกซื้อผลงานไปสะสมชื่นชมจำนวนไม่น้อย เริ่มด้วยคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี เจ้าของค่าย “เบียร์ช้าง”,อภิชาต รมยะรูป ผู้บริหารค่าย “แบงก์บัวหลวง” และ นลินี งานเศรษฐมาศ ผู้บริหารจากค่ายการเงิน “ไอร่า” (AIRA) โดยเย็นวันนั้น หลังจากประธานในพิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน ทุกคนก็ต่างเดินตามประธานเข้าชมผลงานที่ตัวเองชื่นชอบ หนึ่งในนั้นก็คือ คุณหญิงวรรณา ตรงไปยังผลงานของ “สิริรันต์ฎา น้อยวิชัย” ผลงานที่มีชื่อ “วัดภูมินทร์” ซึ่งผลงานชิ้นนี้นับว่าเป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งในงานที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการกองทุนฯ ให้นำมาใช้เป็นปกสูจิบัตรที่สวยสดงดงามในปีนี้ ผลงานชิ้นนี้คณะกรรมการได้ตั้งราคาจองไว้สูงสุดที่ 80,000 บาท หลังจากจองผลงานแรกแล้ว คุณหญิงได้เดินต่อไปยังด้านหน้าผลงานของ “ชญานิน กวางแก้ว” ชื่อ “รัชกาลที่ 9”
พร้อมยกมือให้เจ้าหน้าที่ติดเครื่องหมายจองเป็นผลงานชิ้นที่ 2 ด้วยวงกลมสีแดง ผลจากการเดินชมผลงานสลับการยกมือจองผลงานอยู่ตลอด ทำให้เบ็ดเสร็จคุณหญิงได้เลือกจองผลงานไปรวมทั้งสิ้น 6 ผลงาน คิดเป็นมูลค่าการจองเป็นเงิน 229,000 บาทส่วนนักจองมือทองอันดับที่ 2 ในงานนี้ ที่จริงแล้วเจ้าตัวไม่ได้มาในงาน แต่มีสถิติยอดจองสูงเป็นอันดับที่ 2 ก็คือ คุณเยาวณี นิรันดร ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะของ“คริสตี้” ที่สั่งจอง 5 ผลงาน มูลค่าการจอง รวมเป็นเงิน 187,000 บาท เริ่มจากผลงานเด่นของ “เพียงขวัญ คำหรุ่น” ชื่อว่า “ปัว ณ น่าน” เป็นผลงานที่สวยงามมากจนได้รับเลือกจากคณะกรรมการให้ใช้เป็นบัตรเชิญแขกมาร่วมงาน Art Camp ในปีนี้ที่คณะกรรมการได้ตั้งราคาขายไว้ที่ 50,000 บาท ส่วนผลงานอันดับที่ 2 ที่ คุณเยาวณีได้สั่งจองในแบบทางไกลจากเยอรมนี เป็นผลงานของงาน “จารุวัตร บุญแวดล้อม” ชื่อ “ลำน้ำปัว ตั้งราคาไว้สูงพอๆ กับคุณค่าของผลงานที่ 80,000 บาท การจองทางไกลผ่าน line ในวันนั้น เบ็ดเสร็จที่คุณเยาวณีที่ใช้เวลาราว 15 นาที เธอได้จองผลงานงามๆ ไปทั้งสิ้น 5 ผลงานคิดเป็นยอดจองมูลค่า 187,000 บาท
ส่วนนักจองผลงานสูงเป็นอันดับ 3 ของงานนี้คือ อภิชาต รมยะรูป จองผลงานทั้งสิ้น 9 ผลงาน เป็นยอดเงินรวม 183,000 บาทถ้วน เริ่มจากผลงานเด่นของ “จารุวัตร บุญแวดล้อม” ชื่อ “วัดภูมินทร์” และผลงานของ“นรากร สิทธิเทศ” ที่มีชื่อเดียวกันคือ “วัดภูมินทร์” ที่งดงามแบบศิลปะร่วมสมัยทั้งคู่ ด้าน นลินี งานเศรษฐมาศ ควงคู่มากับสามีที่เป็นนักสะสมผลงานศิลปะก็ได้ช่วยจองไป 2 ผลงานในงานนี้ เป็นมูลค่า 90,000 บาท ที่เป็นการจองแข่งกับอธิบดีกรมศิลปากร อนันต์ ชูโชติ มาร่วมงานในฐานะเจ้าของสถานที่ ก็อดจองผลงานสวยๆ งามๆ
ไม่ได้ และจองไป 3 ผลงาน รวมเป็นยอดเงิน83,000 บาท
งานนี้ไม่มีใครกลับไปมือเปล่า ประธานในพิธีพล.อ.สุรยุทธ์ จองผลงานของ “สุริยะ แจ้งสว่าง” ที่มีชื่อว่า “ทุ่งปัว NO.2” ที่เจ้าตัวเห็นข่าวจาก Facebook กองทุนฯ จากการนำเอาข่าวจากสื่อonline มา post ไว้ ทำให้เจ้าตัวต้องอุทานออกมาใน Facebook ว่า “นั่นงานของ….” ด้วยความดีใจ
งานวันนั้นจบลงพร้อมกับยอดจองผลงานในนิทรรศการ Art Camp ในปีนี้จำนวน 27 ผลงาน เป็นยอดเงิน 780,000 บาท ที่จะนำเข้าสมบทกองทุนฯเพื่อเป็นทุนมอบให้กับนิสิต-นักศึกษารุ่นต่อๆ ไปจะได้รับทุนจากการสร้างกุศลของกลุ่มนี้ ที่คนรวยได้ช่วยคนจน และรุ่นพี่ได้ช่วยน้องในเวลาเดียวกัน
