ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/295997

‘แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส’ ธุรกิจเพื่อสังคมของคนรุ่นใหม่
ช่วงไม่กี่ปีมานี้จะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่ สนใจมาทำธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) กันมากขึ้น ขณะเดียวกันมีหลายองค์กรที่ให้สนับสนุนและส่งเสริมด้านนี้เช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดงาน SET Social Impact Day 2017 : รวมพลังเพื่อความยั่งยืน เปิดเวทีให้บริษัทจดทะเบียนพบผู้ประกอบการ SE กระตุ้นให้เกิดความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินธุรกิจระหว่างกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีทางสังคม ซึ่งได้รับความสนใจจากเจ้าของธุรกิจกิจการเพื่อสังคม และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส จำกัด (HappyFarmers) เป็นหนึ่งในธุรกิจเพื่อสังคมด้านการพัฒนาชุมชนที่ได้รับเลือกเข้าร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมี นายอชิตศักดิ์ พชรวรณวิชญ์ หนุ่มวัย 29 ปี เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้บริหาร บอกว่า การมาร่วมงานนี้ทำให้ได้เจอและมีโอกาสบอกเล่าให้ธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสังคมได้รู้ถึงความมุ่งมั่นเพื่อจะได้มาเป็นพันธมิตรกัน
สำหรับที่มาของ แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส นั้น อชิตศักดิ์ เล่าย้อนว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ก็ทำงานที่บริษัทเอกชนระยะหนึ่ง ลาออกมาทำธุรกิจที่บ้าน และมองหาธุรกิจที่มีความหมายทั้งกับตัวเองและสังคม ก็พบว่าหลายๆ ปัญหาของสังคมเกิดขึ้น ก็เพราะสังคมมีความเหลื่อมล้ำ จึงตั้งเป้าที่อยากจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาสังคม โดยใช้กลไกการทำธุรกิจ มุ่งไปที่ต้นเหตุมากกว่าที่ปลายเหตุ และเลือกที่จะช่วยคนที่อยู่ในภาคการเกษตรของไทย เพราะยังคงเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของคนทั้งประเทศ

“คนไทยกว่า 1 ใน 3 หรือราว 20 ล้านคน มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทว่าภาคการเกษตรของทั้งประเทศสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้เพียงแค่ 10% ซึ่งหมายความว่า คนไทยในภาคการเกษตรกำลังจนลงเมื่อเทียบกับคนไทยทั้งประเทศ และนี่คือที่มาของความเหลื่อมล้ำ และแรงผลักดันที่ส่งให้ผมมาทำงานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรไทย เพื่อเข้าใจและสามารถแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ในนาม แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส โดยมุ่งเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้นระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมวางเป้าหมายที่จะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างชุมชนเกษตรกรรมกับชุมชนเมืองผ่านการดำเนินธุรกิจของเรา”
สำหรับแพลตฟอร์มการดำเนินธุรกิจของ แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส เน้นในสามรูปแบบหลัก คือ Online Farmers Market ที่มุ่งช่วยให้เกษตรกรอินทรีย์ที่กำลัง เริ่มตั้งต้นธุรกิจให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางและเข้าถึงตลาดได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยแพลตฟอร์มของ แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส ไม่คิดค่าธรรมเนียมการขายเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงประโยชน์ของแพลตฟอร์มให้ได้มากที่สุด
สอง Social Products โดยหลักการเกิดจากที่ แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส ต้องการช่วยแก้ปัญหาสังคมในชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ เช่น การตัดไม้ทำลายป่าในจังหวัดตาก การลักลอบการปลูกฝิ่น
ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงชาวนาที่ยังไม่สามารถเริ่มธุรกิจของตนเองได้ในภาคอีสาน ปัญหาและความต้องการเหล่านี้จึงถูกพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อสังคมโดยการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่โดยตรงในราคาที่เป็นธรรม รายได้เหล่านี้จะส่งไปยังเกษตรกรที่สร้างผลกระทบทางสังคมในพื้นที่ของตน ทำให้การซื้อสินค้าทุกชิ้นมีผลช่วยให้ปัญหาสังคมในแต่ละพื้นที่ที่ แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส ทำงานอยู่คลี่คลายไปอย่างเห็นได้ชัด

สาม คือแนวทางการทำ Crowd funding Platform for Thai Farmers โดยปัญหาเงินทุนของเกษตรกรไทยยังเป็นปัญหาสำคัญในการเริ่มต้นฤดูกาลทำเกษตรของทุกปี และส่วนใหญ่ยังพึ่งพาหนี้นอกระบบเป็นสำคัญ ทำให้เกษตรกรไทยยากที่จะลืมตาอ้าปากและหลุดพ้นจากวงจรหนี้สิน ในขณะที่ชาวเมืองต้องดิ้นรนหาวิธีการออมเงินเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากกว่าการออมทรัพย์ และฝากประจำ ที่ให้ผลตอบแทนเพียงน้อยนิด Platform นี้จึงต้องการเชื่อมโยงความต้องการของทั้งสองฝั่งให้เข้ากัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเงินและสังคมสูงสุด โดยขณะนี้โครงการกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและพัฒนาร่วมกับพันธมิตรอื่นๆ
แม้จะเพิ่งก่อตั้ง แต่กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบและความตั้งใจจริงก็ทำให้ กิจการเพื่อสังคม แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส เริ่มได้ชิมความสำเร็จที่นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
“ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ช่วยให้พื้นที่นากว่า 27 ไร่ หรือกว่า 20 ครัวเรือน ในบุรีรัมย์ เปลี่ยนจากนาเคมีเป็นนาอินทรีย์ได้สำเร็จ โดยสามารถให้ราคาข้าวเปลือกได้สูงถึง 25,000 บาทต่อตัน กับทั้ง
12 สายพันธุ์ที่ชาวนานำมาเข้าโครงการ ในด้านผลิตภัณฑ์ เกิดของขวัญเพื่อสังคม 3 โครงการ ได้แก่ “ข้าวอินทรีย์เปลี่ยนชีวิต” (Organic Rice for the Better Lives) สนับสนุนให้ชาวนาภาคอีสานเปลี่ยนจากนาเคมีเป็นนาอินทรีย์ได้สำเร็จตั้งแต่การปลูกจนถึงการทำตลาดและการขาย ประกอบด้วย ชุดของขวัญข้าวอินทรีย์ 4 เซต “กาแฟปลุกป่า”(Coffee Grows a Forest) ส่งเสริมการรักษาและขยายพื้นที่ป่าดิบชื้นด้วยวิธีการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ใหญ่ ประกอบด้วยชุดของของขวัญกาแฟอินทรีย์ 3 เซต และ “จากฝิ่นสู่ฝ้าย” (From Fhin to Fhai) แก้ปัญหาการปลูกฝิ่นอย่างผิดกฎหมายด้วยการส่งเสริมอาชีพทอผ้าฝ้ายแทนการปลูกฝิ่น”

ภายใต้ SET Social Impact Platform ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังมีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการเพื่อสังคมในด้านอื่นๆ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาชุมชน การศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขภาพและด้อยโอกาส บริษัทที่ต้องการเชื่อมโยงหาพันธมิตรแก้ไขปัญหาสังคม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดี ทางสังคม สามารถเข้าไปดูข้อมูลภาคธุรกิจ และภาคสังคม ตลอดจนองค์ความรู้ต่างๆ ได้ที่ www.setsocialimpact.com หรือ FB: SET Social Impact