ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/296817

สานต่อพระปณิธาน สู้ภัยมะเร็งเต้านม
พล.ต.ต. นพ.สุรพล เกษประยูร
เพื่อสานต่อพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ศูนย์มะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้จัดโครงการ “BE AWARE BREAST CANCER” สานต่อ สู้ภัยมะเร็งเต้านม เพื่อช่วยคนไทยให้พ้นภัยมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิง และเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในโรคมะเร็งเต้านมให้กับประชาชน พร้อมเชิญชวนร่วมบริจาคและรับผ้าพันคอ เพื่อสมทบทุนโครงการ “สานต่อที่พ่อให้ทำ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส” อีกทั้ง ภายในงานยังจัดโซนกิจกรรมต่างๆ อาทิ บูธสอนคลำเต้านมด้วยตนเอง, บูธให้คำปรึกษา และรับอุปกรณ์ อาทิ หมวกไหมพรม, เต้านมเทียม, วิกผม, จากคลินิกการแพทย์ผสมผสาน ณ ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
พลตำรวจตรี นายแพทย์สุรพล เกษประยูร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์อาวุโส กล่าวว่า“ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้จัดทำโครงการ “BE AWARE BREAST CANCER” สานต่อ…สู้ภัยมะเร็งเต้านม เพื่อรณรงค์สู้ภัยมะเร็งเต้านมให้กับคนไทยและส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการป้องกันจากมะเร็งเต้านม และพร้อมให้บริการทางการแพทย์ในด้านการตรวจรักษาเกี่ยวกับเต้านม รวมถึงสานต่อกิจกรรมในโครงการ สานต่อที่พ่อให้ทำ ช่วยคนไทยพ้นภัยมะเร็ง ที่ทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้จัดทำขึ้น ตลอดจนถึงการช่วยเหลือประชาชนผู้ป่วยด้อยโอกาสให้มีโอกาสเข้ารับการรักษา”

นพ.ณัฐพล วงศ์เกียรติขจร, พญ.สุดารัตน์ ชัยเพียรเจริญกิจ, พล.ต.รศ.นพ.วิชัย วาสนสิริ, นพ.ศรัณย์ เลิศสถิตธนกร, นพ.โชติธัช สัตยกิจขจร
ด้าน พลตรี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ วิชัย วาสนสิริ ผู้อำนวยการศูนย์เต้านม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และนายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า “สถิติผู้ป่วยมะเร็งเต้านมของเมื่อ 15 ปีที่แล้วคือ 15 ต่อ 1 แสนคน และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันที่จำนวน 30 ต่อ 1 แสนคน กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมนั้น มีปัจจัยเสี่ยงมีหลายแบบ เช่น อายุ พันธุกรรมและพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไขมันสัตว์สูง การทานยาคุมกำเนิดหรือทานยาฮอร์โมนทดแทนหลังหมดประจำเดือนเป็นเวลานาน ภาวะอ้วน มีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย หมดประจำเดือนเมื่ออายุมาก การสูบบุหรี่ ไม่มีลูก หรือมีลูกตั้งแต่อายุน้อยหรืออายุมากแล้ว เป็นโดยพันธุกรรม ซึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เป็นโดยพันธุกรรมนั้นมีไม่ถึง 5% เท่านั้น”
“ในการรักษา แพทย์จะวินิจฉัย แล้วดูระยะของโรค ขนาดและชนิดก้อนเนื้อ จากนั้นจะวางแผนการรักษาให้กับผู้ป่วย ผู้ป่วยระยะที่ 1-3 รักษาเพื่อให้หายขาด ส่วนเปอร์เซ็นต์การหายขาดขึ้นอยู่กับระยะของโรค ซึ่งการรักษามีทั้ง 4 แบบคือ การผ่าตัด, การให้ยาเคมีบำบัด, การฉายรังสี และการให้ยาทาน ซึ่งแต่ละระยะการรักษาจะต่างกัน ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่ามีลักษณะของก้อนเนื้ออย่างไร โดยระยะที่ 1-2 จะผ่าตัดก่อน เพราะก้อนเนื้อยังไม่ใหญ่มาก ส่วนระยะ 3-4 รักษาโดยให้เคมีบำบัด เพื่อให้ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กลงแล้วค่อยผ่าตัด และหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว ในช่วงการรักษาตัวนั้น จะแนะนำให้ป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ฟื้นฟูร่างกายโดยการทำกายภาพ เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อแขนตีบ”

บูธพยาบาลให้คำแนะนำ
นายแพทย์โชติธัช สัตยกิจขจร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “มะเร็งเต้านมมีทั้งแบบที่แสดงอาการ และไม่แสดงอาการ เช่น คลำหาก้อนเนื้อด้วยตัวเองแล้วไม่เจอก็สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้ ส่วนอาการที่ชัดเจนว่าอาจเป็นมะเร็งเต้านมคือ คลำเจอก้อนเนื้อ มีของเหลวไหลออกมาจากเต้านม มีแผลบริเวณเต้านม หรือหากไม่มั่นใจให้มาตรวจร่างกายด้วยการฉายรังสี เพื่อดูลักษณะของเต้านม หรือตรวจดิจิตอลเมโมแกรม ที่จะทำให้เห็นเนื้อเต้านมที่ดีกว่า และการตรวจแบบอัลตราซาวนด์ ก็จะทำให้เห็นลักษณะเต้านมที่ต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าก้อนเนื้อแบบไหนเหมาะกับการตรวจลักษณะไหนที่จะทำให้เห็นชัดเจน”
ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส ด้วยการสั่งซื้อผ้าพันคอ ISSUE ในราคาผืนละ 800 บาท ได้ที่ facebook.com/chulabhornhospital หรือที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หรือสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (โครงการสานต่อที่พ่อให้ทำ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส) ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 407-985846-8 ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 229-4152-588

บูธทำหมวกสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

บูธทำเต้านมเทียม