ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/297820

รู้จัก…ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก (Pediatric Obstructive Sleep Apnea) เป็นโรคที่ผู้ปกครองควรให้ความใส่ใจเนื่องจากมีผลกระทบต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตของร่างกาย สติปัญญาและอารมณ์ของเด็ก หากเด็กได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจะทำให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
สาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระชัย ตันตินิกร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก (Pediatric Obstructive Sleep Apnea) เกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนต้นในขณะหลับมักเกี่ยวข้องกับทอนซิลและอะดีนอยด์โต โดยปกติขณะที่นอนหลับ ร่างกายมีการคลายตัวของกล้ามเนื้อที่ลำคอ ทำให้ช่องลำคอยวบตัว ส่งผลให้ทางเดินหายใจที่แคบอยู่แล้วเกิดการอุดกั้นโดยสิ้นเชิง เกิดการขาดออกซิเจนระหว่างการนอน ทำให้การนอนหลับไม่สมบูรณ์ การรบกวนระหว่างการนอนนี้ ส่งผลให้เด็กมีความผิดปกติทางพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญาและอารมณ์
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนั้น สาเหตุอันดับหนึ่งที่พบบ่อยคือ ทอนซิลและอะดีนอยด์โต มักมีส่วนเกี่ยวเนื่องจากปัญหาภูมิแพ้ในเด็กหรือปัญหาการเป็นหวัดเรื้อรังซ้ำซาก โดยอาการที่บ่งบอกว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คือในช่วงเวลากลางวันเด็กมักอ้าปากหายใจ หายใจดัง อาจมีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหลร่วมด้วย นอกจากนี้ เด็กที่นอนไม่พอจะมีปัญหาเรื่องของสมาธิ ซนมากผิดปกติ หรืออาจมีพฤติกรรมก้าวร้าว ส่วนในเวลากลางคืน เด็กมีอาการนอนกรนเป็นประจำ และจะดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อยิ่งหลับลึก มีการหายใจติดขัด สะดุด นอนกระสับกระส่ายหรือนอนดิ้น เปลี่ยนท่าทางการนอนบ่อยๆ อาการเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่ในท่านอนหงาย ปัสสาวะรดที่นอน
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยนั้น แพทย์จะสอบถามประวัติจากผู้ปกครองและตรวจร่างกาย หากแพทย์สงสัยว่าอะดีนอยด์โต อาจตรวจเพิ่มเติมโดยการเอกซเรย์บริเวณศีรษะด้านข้างเพื่อดูเงาของอะดีนอยด์ หากเด็กโตพอให้ความร่วมมือในการตรวจ แพทย์อาจใส่กล้องส่องตรวจเข้าไปในจมูกเพื่อดูขนาดของอะดีนอยด์ สำหรับเด็กที่มีอายุมากกว่า 3 ขวบขึ้นไป ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจยืนยันด้วยการตรวจการนอนหลับ (sleep test) โดยให้เด็กมานอนที่โรงพยาบาลและจำลองสภาพแวดล้อมให้เหมือนที่บ้านเพื่อตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด วัดการทำงานของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดการเคลื่อนไหว ฯลฯ เพื่อสังเกตดูว่าเด็กมีการหยุดหายใจระหว่างหลับหรือไม่
ส่วนการรักษาแบบมาตรฐานและได้ผลดีมากที่สุด คือการผ่าตัดทอนซิลและอะดีนอยด์ เพื่อให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น กำจัดแหล่งสะสมของเชื้อโรคในจมูก ทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการผ่าตัดมีความปลอดภัยสูงและมีความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่ำ อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เช่น ภูมิแพ้ ควรควบคุมอาการภูมิแพ้ของเด็กด้วย เพราะการผ่าตัดไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องภูมิแพ้ของเด็กได้
ท้ายสุดกับการป้องกัน หากเด็กมีอาการภูมิแพ้ ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา และหากเด็กเป็นหวัด ควรได้รับการรักษาอย่างเต็มที่และควรให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายป่วย นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมกับเด็กที่มีประวัติภูมิแพ้หรือเป็นหวัดเรื้อรังซ้ำซาก เช่น การว่ายน้ำเป็นประจำ ควรรอให้เด็กมีอายุประมาณ 8 ปีขึ้นไปก่อน เพราะเด็กเริ่มมีภูมิต้านทานและกายวิภาคที่ดีขึ้น