ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/298415

น้อมนำศาสตร์พระราชาปั้นเยาวชนหัวใจอนุรักษ์
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตเลียม จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสร้างเยาวชนให้รู้คุณค่าพร้อมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในค่ายPTTEP Teenergy ปีที่ 4 (ภาคอีสาน) โดยนำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากหลายโรงเรียน จำนวน 70 คน เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้และคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมนำศาสตร์พระราชา “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม และสร้างสรรค์โครงการพัฒนาสังคมภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรักษ์” ณ โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม จ.อุดรธานี
กิตติศักดิ์ หิรัญญะประทีป ผู้จัดการอาวุโส โครงการร่วมทุนบนฝั่ง(ประเทศไทย) กล่าวว่า โครงการ พีทีทีอีพี ทีเนอร์จี เป็นโครงการเพื่อสังคมของ ปตท.สผ. ที่ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนกล้าคิด กล้าทำ กล้ามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมสู่การเป็นนักอนุรักษ์รุ่นเยาว์ ภายใต้กลยุทธ์หลัก 3 ป. “ปลูก ปั้น และเปลี่ยน” คือปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ ปั้นเยาวชนทุกภูมิภาคให้มีใจอนุรักษ์ และเปลี่ยนให้สังคมดีขึ้น ด้วยโครงการอนุรักษ์ภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรัก” มุ่งส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การเรียนรู้ของเยาวชน
“อยากให้เยาวชนได้ลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม และส่งต่อจิตสำนึกไปยังผู้คนรอบข้าง ให้สมกับที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริ มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนก้าวหน้า ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรให้คงอยู่”
ด้าน ศิริพงษ์ เฟื่องลิขิต ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ปตท.สผ. กล่าวว่า ในครั้งนี้ได้พาเยาวชนมาเรียนรู้นอกสถานที่ ที่โครงการเชิงท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลธรรมชาติที่จะได้รู้คุณค่าของป่า รู้การป้องกันไฟป่า รู้ประโยชน์การค้นหาปิโตเลียมและการผลิตก๊าซชีวภาพ เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานจากโครงการบ่อก๊าซชีวภาพ ในพื้นที่บ้านทับไฮ ต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี รวมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ และแข่งขันนำเสนอโครงการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทุน 10,000 บาท จำนวน 10 ทุน และนำโครงการไปพัฒนาชุมชนของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม
“เป้าหมายของทาง ปตท.สผ. คืออยากให้เยาวชนได้เข้าร่วมโครงการในแต่ละภาคได้ทั่วถึง รู้วิธีการเขียนโครงการ เข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง รู้เรื่องอนุรักษ์ รู้การหาพลังงาน ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน เยาวชนได้เห็นคุณค่าสิ่งดีๆ ในภูมิภาคและเกิดความรักในพื้นที่ของตนเอง”
ละม่อม สิทธิศาสตร์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านทับไฮ ต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี เผยว่า มีโอกาสไปดูงานเรื่องการใช้พลังงานทดแทนชีวภาพ กับนักวิชาการด้านการเกษตรและเห็นว่าใช้ได้จริง และชุมชนบ้านทับไฮก็มีมูลสัตว์เยอะจึงนำมูลสัตว์นั้นมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ เพื่อให้เป็นพลังงานทดแทนเชื้อเพลิงในการประกอบ เริ่มโครงการขึ้นในปี 2554 โดยมี 7 ครัวเรือนที่เข้าร่วม ต่อมาก็มีคนสนใจมากขึ้น เพราะเห็นว่าใช้ได้จริง จนปัจจุบันมีครัวเรือนที่ใช้บ่อก๊าซชีวภาพ 51 ครัวเรือน จาก 200 กว่าครัวเรือน ทั้งช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่ประหยัดลง เพราะไม่ต้องซื้อแก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิงสามารถเติมได้ตลอดโดยการนำมูลสัตว์ เศษอาหารต่างๆ มาเป็นพลังทดแทน ช่วยในเรื่องการกำจัดขยะสดในชุมชน ชุมชนสะอาด ไม่มีมูลสัตว์เรี่ยราด ทั้งช่วยเรื่องกลิ่นที่หายไปด้วย
หนึ่งในตัวแทนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม สิริรัตน์ สมนึก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี เล่าว่า ทางโรงเรียนมีโครงการแยกขยะ จึงนำมาต่อยอดในการใช้ขยะเปียก โดยนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ คือใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จึงเขียนเรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพ โดยการนำกากผลไม้มาผสมกับน้ำหมักอีเอ็ม เพื่อนำมาใช้กับต้นไม้ในโรงเรียน การเข้าค่ายนี้ได้ความรู้เรื่องที่ยังไม่รู้ เช่นบ่อก๊าซชีวภาพ ที่ไม่รู้มาก่อนว่าทำแล้วใช้แทนแก๊สหุงต้มได้จริง ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ที่มาจากโรงเรียนอื่นด้วย
ขณะที่ อดิศร นามเต็ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเลิงนกทา จ.ยโสธร บอกว่า ทางโรงเรียนทำโครงการแยกขยะ ชื่อว่า “ธนาคารทองคำ” โดยให้นักเรียนเก็บขวดพลาสติก กระป๋องมาขายให้โรงเรียนและโรงเรียนจะนำไปขายต่อ จึงคิดว่าจะนำมาต่อยอดโดยการนำพวกขวดพลาสติก มาประดิษฐ์เป็นกระถางต้นไม้ และใช้เอง พอทำเสร็จก็สามารถนำมาใช้กับวิชาเกษตรหรือนำไปขายได้ สำหรับการเข้าร่วมโครงการนี้ก็ทำให้รู้สึกอยากอนุรักษ์ธรรมชาติ และรู้ว่าป่าไม้นั้นเติบโตยาก แต่ถูกทำลายได้ง่าย จึงคุ้มค่าที่มาเข้าร่วมกิจกรรมนี้
