บีมายเกสท์ : พระมหากรุณาธิคุณยังแจ่มชัด ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ในหลวง ร.9 ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298597

บีมายเกสท์ : พระมหากรุณาธิคุณยังแจ่มชัด ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ในหลวง ร.9 ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว

บีมายเกสท์ : พระมหากรุณาธิคุณยังแจ่มชัด ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ในหลวง ร.9 ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

ในช่วงชีวิตที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยเราทุกคนต่างภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เช่นเดียวกับ ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว ท่านได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ในวาระต่างๆ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักเรียนประจำวชิราวุธวิทยาลัย จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาเป็นทันตแพทย์ ซึ่งภาพต่างๆ เหล่านั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของคุณหมอแม้เวลาจะล่วงเลยมานานแล้ว นับเป็นโอกาสอันดีที่ “ผู้หญิงแนวหน้า” ได้รับความกรุณาจากคุณหมอมาบอกเล่าเรื่องราวที่จะยังอยู่ในความทรงจำของท่านตลอดไป

ผศ.ทพ.วัชรินทร์ ย้อนเวลากลับไปที่ได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นครั้งแรก นั่นคือ นักเรียนวชิราวุธฯ ไปตั้งแถวเฝ้าฯรับเสด็จการเสด็จนิวัติพระนครเป็นการถาวร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2493

“ตอนนั้นผมอายุ 9 ขวบ ยังเป็นแค่เด็กนักเรียนประถม วชิราวุธวิทยาลัย เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จนิวัติพระนครทางเรือพร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร พระคู่หมั้น จำได้ว่าคนไปรอรับเสด็จกันเยอะมาก นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นพระองค์ท่าน”

อีกครั้งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของ ด.ช.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระเจ้าแผ่นดินอย่างใกล้ชิด ในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยม 6

“วชิราวุธวิทยาลัยมีงานนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการของนักเรียน ผมได้แสดงโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก ในหลวง ร.9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร ผมได้มีโอกาสถวายรายงานถึงโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ตัวเองทำ ความประทับใจคือในหลวงท่านไม่ได้แค่ทอดพระเนตรผ่านเฉยๆ แต่ท่านทรงซักถามถึงผลงานของนักเรียนอย่างละเอียด และถ้าตอบไม่ได้ ท่านทรงมีพระเมตตาพระราชทานคำแนะนำ คำสอน ทำให้ในปีต่อๆ มา ม.7-ม.8 ผมต้องเตรียมตัว เตรียมข้อมูลอย่างดี เพื่อที่จะได้ถวายรายงานได้อย่างครบถ้วน และเป็นความประทับใจว่าพระองค์ท่านทรงสนพระทัยและให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างมาก”

ไม่เพียงเท่านั้นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อนักเรียนวชิราวุธฯ ยังมีอีกมากมาย อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กล่าวได้ว่าเป็นความไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกับตัวของคุณหมอเองคือการเสด็จฯมาวชิราวุธวิทยาลัยเป็นการส่วนพระองค์ที่ไม่มีราชองครักษ์หรือผู้ติดตาม

“จำได้ว่าวันหนึ่ง ผมกับเพื่อนๆ เล่นฟุตบอลกันอยู่ที่สนามข้างหอประชุม ซึ่งปกติเป็นสนามรักบี้ ขณะที่เรากำลังเล่นกันอยู่ก็มีรถเฟียตสีเทาคันเล็กๆ ขับเข้ามาทางประตูคณะจิตรลดา มาจอดที่ข้างสนาม ผมวิ่งไปดูเพราะเห็นผิดสังเกต ปรากฏว่าบุรุษที่ลงมาจากรถคือในหลวง ร.9 สวมชุดกีฬาสีขาว อารามตกใจผมก็วิ่งไปรายงานท่านผู้บังคับการโรงเรียน คือ พระยาภะรตราชา (ม.ล.ทศทิศ อิศรเสนา ณ อยุธยา) ท่านก็สั่งให้ผมไปหาเก้าอี้มาให้ประทับนั่ง แต่พอผมกลับไปถึงสนามพร้อมเก้าอี้ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงอยู่ในสนามฟุตบอลกับเด็กนักเรียนแล้ว และทรงแนะนำเทคนิคการเล่นฟุตบอลให้กับพวกเราอีกด้วย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพระราชจริยาวัตรที่เรียบง่าย เพราะเสด็จฯมาแบบไม่มีหมายกำหนดการ ไม่มีตำรวจติดตาม เป็นเหตุการณ์ที่ผมเชื่อว่าเด็กนักเรียนทุกคนในวันนั้นไม่มีทางลืมได้เลย”

ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ศึกษาอยู่ในรั้ววชิราวุธวิทยาลัย ผศ.ทพ.วัชรินทร์ เล่าด้วยความปลื้มปีติว่า นับเป็นบุญที่ได้เรียนอยู่ในสถานศึกษาแห่งนี้ที่ทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น การได้ฝึกทำหน้าที่พนักงานเสิร์ฟในงานเลี้ยงใหญ่ๆ หรือเมื่อมีแขกเมืองมา และการแสดงดนตรีในงานต่างๆ หรือแม้กระทั่งการได้เล่นดนตรีร่วมเวทีกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงานปีใหม่ที่สวนอัมพร ก็จะทรงมีของขวัญพระราชทานให้กับนักเรียนที่เข้าไปถวายงาน หรือพระราชทานของขวัญให้จับฉลากกันที่สวนองุ่น

“ผมคิดว่าไม่มีใครจะได้รับโอกาสดีอย่างนี้เท่ากับเด็กนักเรียนวชิราวุธวิทยาลัยในยุคนั้นอีกแล้ว ทั้งที่เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ เสด็จฯ มาทรงเป็นองค์ประธานในงานประจำปีต่างๆ ของโรงเรียน ทำให้นักเรียนวชิราวุธได้เข้าเฝ้าฯชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด”

เมื่อจบการศึกษาจากต่างประเทศ ผศ.ทพ.วัชรินทร์ ก็ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทอีกครั้งในฐานะทันตแพทย์ถวายคำปรึกษา

“ตอนนั้นทรงมีปัญหาเกี่ยวกับพระทนต์ พูดง่ายๆ คือปวดฟัน ศ.ทพ.ถวิล ตันทิกุล คณบดีทันตแพทย์ จุฬาฯ ในขณะนั้น ก็เรียกผมไปเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายคำปรึกษา พอเข้าเฝ้าฯถวายบังคมเสร็จพระองค์ก็มีรับสั่งว่า รู้แล้วว่าไฟช็อตในปาก เนื่องจากทรงมีโลหะสองชนิดอยู่ในช่องปาก เมื่อน้ำลายเป็นกรดมีโลหะขั้วบวก ขั้วลบก็เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นได้ แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ ทรงเป็นปราชญ์ ที่ไม่ใช่รอหมอมาถวายการรักษาแต่ทรงค้นคว้าหาข้อมูลมาเป็นอย่างดี เวลารับสั่งถามก็ทรงใช้ศัพท์การแพทย์ หลังจากถวายคำปรึกษาเรียบร้อยแล้ว ศ.ทพ.พ.ท. สี สิริสิงห ซึ่งเป็นทันตแพทย์ประจำพระองค์เป็นผู้ถวายการรักษา”

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2533 ท่านคณบดี คณะทันตแพทยฯ ได้ขอพระราชทานพระทนต์ที่ถูกถอนออก พร้อมด้วยผงจิตรลดาถุงสุดท้าย เพื่อนำมาใช้เป็นมวลสารในการจัดสร้าง “พระพุทธชินสีห์ ภปร ปี 2533” ซึ่งเป็นหนึ่งในพระเครื่องของสะสมที่เป็นของรักของหวงของคุณหมอมากที่สุด

“เมื่อครบรอบ 100 ปีครองราชย์ของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 และ 100 ปี วชิราวุธวิทยาลัย ก็ได้มีการจัดสร้าง พระพุทธมหาวชิรานุสรณ์ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หรือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดพระแก้ว ประกอบด้วยพระพุทธรูป พระกริ่ง และพระผง ออกแบบโดย อ.จักรพันธ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ เรียกได้ว่าเป็นมงคลสูงสุดแก่ชาววชิราวุธทุกคน”

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นั้นทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าโดยเฉพาะด้านสุขภาพ เพราะทรงตระหนักดีว่าการมีสุขภาพที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้านสุขภาพช่องปาก ก็เช่นกัน ผศ.ทพ.วัชรินทร์ กรุณาเล่าว่า ทรงมีพระราชปรารภกับทันตแพทย์ที่ถวายงานดูแลพระทนต์ว่า “เวลาเรามีปัญหาเกี่ยวกับฟันก็มีทันตแพทย์ดูแลรักษา แล้วเวลาราษฎรที่ห่างไกล จะมีทันตแพทย์ช่วยรักษาหรือเปล่า” จึงทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้ง หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ขึ้นเมื่อปี 2512 โดยมี ศ.ทพ.พ.ท. สี สิริสิงห ทันตแพทย์ประจำพระองค์เป็นผู้ดำเนินการ

“ในหลวง รัชกาล 9 ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พระราชทานรถพร้อมอุปกรณ์ทำฟันต่างๆ ให้ หน่วยแพทย์ออกไปดูแลรักษา ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพปากและฟันให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยครั้งแรกมอบให้คณะทันตแพทย์ จุฬาฯ ก่อน ต่อมาจึงมอบให้กับอีก 6 มหาวิทยาลัย นอกจากนี้แล้วเวลาเสด็จแปรพระราชฐาน เช่น เชียงใหม่ หัวหิน ก็ทรงมอบให้กองทัพบกจัดทีมทันตแพทย์ไปช่วยดูรักษาประชาชน เรียกกันว่า ทันตกรรมหน้าวัง ในกรณีที่การเดินทางไม่สะดวกด้วยรถยนต์ ก็ให้ไปทางเรือ โดยอยู่ในความรับผิดชอบของสภากาชาดไทย ถ้าเสด็จฯไปในถิ่นทุรกันดาร ก็จะมีทันตแพทย์ตามเสด็จฯไปด้วยทุกครั้ง”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทั้งทางตรงและทางอ้อม แม้วันนี้พระองค์จะทรงสถิตอยู่ ณ สรวงสวรรค์ แต่พระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่เขาและครอบครัว รวมถึงคนไทยทั้งประเทศจะยังคงอยู่ในใจของประชาชนชาวไทยตราบนิรันดร์

“มากกว่า 4,000 โครงการ ที่ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย ทรงเป็นต้นแบบทั้งการทำงานในหน้าที่ของตนด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ เสียสละ และความพอเพียง เรียกว่าทรงเป็นต้นแบบของทุกคนในทุกๆ เรื่อง” ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว กล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment