‘ศ.นพ.ธีระ รามสูต’ คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298613

‘ศ.นพ.ธีระ รามสูต’ คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อน

‘ศ.นพ.ธีระ รามสูต’ คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อน

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์โดยแท้จริง สำหรับ ราชประชาสมาสัย โครงการที่ค้นหาช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อน ซึ่งเป็นโรคที่คนรังเกียจ ให้กลับมามีที่ยืนในสังคม ทางรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 พิธีกร
“ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยกับ“ศ.นพ.ธีระ รามสูต” ประธานมูลนิธิราชประชาสมาสัยถึงเรื่องราวที่มาที่ไปของการก่อตั้ง ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุลยเดช บรมนาถบพิตรพระราชทานพระราชทรัพย์ และพระราชทานชื่อราชประชาสมาสัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผู้ป่วยโรคเรื้อนเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้

ศ.นพ.ธีระ รามสูต เล่าว่า “ราชประชาสมาสัย คืออะไร ต้องเรียนว่าเมื่อเราเริ่มโครงการควบคุมโรคเรื้อนแบบใหม่ ที่จะมุ่งค้นหารักษาผู้ป่วยที่บ้านเราก็ประสบปัญหา ไม่สามารถขยายงานได้ กระทรวงสาธารณสุขก็ได้นำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าเรามีผู้ป่วยโรคเรื้อนทั่วประเทศประมาณ หนึ่งแสนสี่หมื่นคนนั่นคือปีพ.ศ.2499 เมื่อ 60 ปีมาแล้ว ประมาณ 50 ต่อประชากร 1 หมื่น

ตอนนั้นก็ไม่มีแพทย์ที่จะมาทำงาน โดยแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ รังเกียจโรคเรื้อน ไม่ยอมให้ผู้ป่วยรับการรักษาที่โรงพยาบาล เขาจะกลัวกันมากเลยและความกลัวรังเกียจก็กระทบต่อผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยต้องหลบซ่อนตัว ไม่มาตรวจรักษา แล้วบุตรผู้ป่วยก็ไม่สามารถเรียนตามปกติได้ เพราะถูกรังเกียจไปด้วย

ความก็ทรงทราบสู่เบื้องพระยุคลบาท ก็ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า แล้วจะให้ช่วยอย่างไร อธิบดีกรมในขณะนั้น ก็กราบบังคมทูลว่า จะต้องมีสถาบันฝึกอบรม แล้วก็วิจัยโรคเรื้อน เพื่อให้ความรู้แก่แพทย์และประชาชนทั่วไป และก็วิจัยความก้าวหน้า ก็พระราชทานพระราชทรัพย์ หนึ่งล้านสองแสนบาทเพื่อจะให้กระทรวงสาธารณสุขไปจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมวิชาโรคเรื้อนขึ้น ที่โรงพยาบาลโรคเรื้อนพระประแดง

เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินในพิธีวางศิลาฤกษ์ 16 มกราคม 2501 และพิธีเปิด 16 มกราคม 2503 แล้วเงินที่เหลือก็พระราชทานให้ตั้งมูลนิธิราชประชาสมาสัยขึ้น และก็พระราชทานนามว่าราชประชาสมาสัย ราชะก็คือกษัตริย์ ประชาคือ ประชาชน สมาสัยคือ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน พระองค์ท่านก็สะท้อนให้เห็นว่าโรคเรื้อนมันปัญหามืดมน ถ้ากษัตริย์และประชาชนไม่มาช่วย ไม่มีทางแก้ได้

จากที่เราได้ตั้งสถาบันขึ้น เราได้นำเด็กจบ ม.3 มาอบรม 6 เดือน ได้ทั้งหมด 600 คน เราก็ส่งไปประจำทีมเคลื่อนที่ ออกไปค้นหารักษาผู้ป่วยที่บ้าน แบบบ้านต่อบ้าน เพราะว่าคนไข้ไม่ยอมปรากฏตัวให้คนอื่นรู้ เกรงว่าจะเป็นที่รังเกียจ ซึ่งอันนี้ก็เป็นผลสำเร็จจากที่พระองค์ท่านได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณสร้างสถาบันนี้ขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาบุตรผู้ป่วย ไม่สามารถจะเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ ก็พระราชทานเงินอีก2 ล้านบาท ให้มูลนิธิราชประชาสมาสัยไปตั้ง โรงเรียนราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เอาบุตรผู้ป่วยเรียนร่วมกับเด็กปกติให้โรงเรียนต่างๆ ได้รู้ว่าสามารถอยู่ด้วยกันได้ ไม่ได้ติดต่ออะไร เพราะเด็กไม่ได้เป็นโรคเรื้อน โรงเรียนนี้ก็เป็นต้นแบบผลที่ได้ก็คือ โรงพยาบาล สถานีอนามัยของกระทรวงสาธารณสุข รับแพทย์ บุคลากรมีความรู้ เลิกรังเกียจ แล้วก็ยอมรับผู้ป่วยไปรักษา

ถามว่าใช้เวลานานแค่ไหน กว่าปัญหานี้จะคลี่คลายได้ เราก็ส่งทีมเคลื่อนที่ไปค้นหารักษาที่บ้านทั่วประเทศ ใช้เวลาทั้งหมดตั้งแต่ขยายงานเป็นปี พระองค์ท่านทรงรับโครงการไว้เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ปีพ.ศ.2499 ขยายปีพ.ศ. 2500 พอปีพ.ศ. 2513 ขยายทั่วประเทศ แล้วก็อบรมแพทย์ บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ ให้ยอมรับ แล้วก็รักษาในโรงพยาบาล ก็จบ พอปีพ.ศ.2537 เราก็สามารถลดความชุกจาก 50 เหลือต่ำกว่า 1 ต่อ 10,000 ใช้เวลา 37 ปี จริงๆ ก็ยาวนานเหมือนกัน แต่โครงการก็ประสบความสำเร็จเป็นผลอย่างเห็นได้ชัด มันทำยาก เพราะต้องไปค้นที่บ้านเอามารักษา จนกระทั่งจำหน่ายหาย ความชุกก็ลดลง ซึ่งความชุกต่ำกว่า 1 ต่อ10,000 นี้ องค์การอนามัยโลกก็ถือเป็นเกณฑ์ว่า สามารถกำจัดโรคเรื้อนได้ ไม่เป็นปัญหาสาธารณสุข

ซึ่งเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2540 ในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็โปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ นำคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องที่สนับสนุนงานโรคเรื้อนสำเร็จ 314 คน เข้าเฝ้าฯเป็นการส่วนพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสพอพระราชหฤทัยมาก ไม่นึกไม่ฝันว่าจะกำจัดสำเร็จ ที่สำเร็จได้ก็เพราะว่าราชประชาสมาสัยคนมาช่วยเหลืออย่างท่วมท้น แล้วก็มีพระราชดำรัสว่า คนมาช่วยจนสามารถลดความรังเกียจลง บางคนเขาเรียกโรคเรื้อนว่าโรคราชประชา เขาเรียกบุตรผู้ป่วยโรคเรื้อนว่า ลูกราชประชา

พระองค์ท่านก็ทรงมีพระราชดำรัสว่า ให้ทำการบ้านต่อ 2 ข้อ ให้ค้นหาต่อในคนไทยคนต่างด้าว เพื่อให้ที่เหลือมันไม่ระบาดใหม่ โรคเรื้อนเราก็ช่วยคนโรคเรื้อนที่คนรังเกียจมาแล้ว ขอให้ช่วยบุตรป่วยโรคเอดส์ที่กำพร้า ซึ่งสังคมรังเกียจเหมือนกันเราก็เริ่มให้ทุนเด็กกำพร้าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 จนกระทั่งปัจจุบันเราช่วยไปแล้ว 3,000 กว่าคน ตั้งแต่ประถม มัธยม อุดมศึกษา ที่น่าชื่นใจก็คือ จบปริญญาถึง400 คน สมดังพระราชดำริ

แล้วเราก็ตั้ง ชมรมจิตอาสาราชประชาสมาสัยขึ้น เพื่อจะให้ประชาชนมาร่วมเป็น จิตอาสาพระราชา ทำความดีเพื่อพ่อแผ่นดิน ทำงานต่อ ค้นหาโรคเรื้อนต่อ แล้วก็เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย สำหรับใครที่อยากจะเข้ามาร่วมมือร่วมใจ ต้องเรียนว่าเราใช้ความสมัครใจว่าใครจะทำความดีเพื่อพ่อแผ่นดิน แผ่นดินเกิด ก็มาสมัครใจ ทีนี้เขาก็จะมีจิตอาสาอยู่แล้ว เช่น ชมรมมิตรภาพบำบัดในโรงพยาบาล เพื่อนช่วยเพื่อน ชมรมโรคเอดส์ แล้วก็พวกชมรมจิตอาสาต่างๆ ที่มีอยู่ในตำบล อำเภอ จังหวัด ก็ชักชวนมา เขาก็มาร่วมกัน เราก็ใช้เวลาทั้งหมดเร่งรัดประมาณปี 2557-2558-2559-2560 ได้ทั้งหมด 298 ชมรม มีจิตอาสาทั้งหมด 13,000 กว่าคนทั่วประเทศใน 30 จังหวัด

จิตอาสากลุ่มนี้เขาก็จะมาทำงานโรคเรื้อนต่อ ถ้ามี ก็จะค้น แล้วก็ทำเรื่องของสร้างจิตสำนึกในการรักแผ่นดิน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สามัคคี ปรองดอง แล้วก็ช่วยพวกปัญหาเฉพาะในพื้นที่ เช่น โรคเรื้อน ยาเสพติด สุขภาพอนามัย เด็กกำพร้า ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาในชุมชนทั้งหมด ทำหมด พอทำมาได้ 3 ปี เราก็จัดประชุมสัมมนาระดับชาติ ขึ้นที่ โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ ก็มาเสนอผลงาน ต่อไปเราจะขยายทั่วประเทศ ภายในปีพ.ศ.2562

สำหรับใครที่สนใจอยากเข้ามาร่วมโครงการ ถ้าอยู่ในต่างจังหวัดก็ติดต่อที่โรงพยาบาล ระดับตำบลก็โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ระดับอำเภอก็โรงพยาบาลชุมชน ระดับจังหวัดก็โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด หรือสาธารณสุขจังหวัด ส่วนในส่วนกลางก็ติดต่อที่มูลนิธิราชประชาสมาสัย ซึ่งตั้งอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข

ในขณะนี้สิ่งที่ทางราชประชาต้องการมากที่สุด อยากจะให้คนเข้ามาร่วมมือก็คือ ท่านทำอะไรอยู่ท่านทำให้ดีที่สุด ด้วยคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลแล้วก็จิตสำนึก รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สืบสานปณิธานของ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการทำความดีเพื่อพ่อแผ่นดิน เพื่อแผ่นดินเกิดต่อไป”

Leave a comment