ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/298762

หนังสือเด่น : เมื่อตามแล้วต้องตามให้จบจึงจะรู้ว่าดียังไง
ว่าจะยังไม่อ่านในตอนนี้ เพราะเห็นว่า“ยังมีเรื่องอื่นๆ” ที่น่าสนใจน่าอ่านมากกว่า แต่เมื่อได้เห็น นิยายเรื่อง “ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง”ออกภาค 2 มาวางตลาด ทำให้ผมต้องหันกลับไปค้นหา “ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง” ในภาคแรก ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 12 เล่มจบ ออกมาอ่านว่ามันดีอย่างไรจึงมีภาคสองออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นนี้
ผลงานของ “เยี่ยกวน” เท่าที่ผมอ่าน “พยัคฆราชซ่อนเล็บ” ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็ต้องยอมรับว่า เยี่ยกวน เขียนหนังสืออิงประวัติศาสตร์ของจีนที่อ่านง่ายกว่านักเขียนคนอื่นๆ เนื่องจากเขาจะวางลำดับการต่อเนื่องของเรื่องที่อ่านเข้าใจได้ง่าย จึงทำให้อ่านได้แบบเพลินๆ ก็ยังเข้าใจ ไม่ต้องตั้งอกตั้งใจอ่านเพราะนิยายอิงประวัติศาสตร์จีนส่วนใหญ่เนื้อหาจะกว้างและใหญ่มาก มีตัวละครมากมาย มีพฤติกรรมหลากหลาย ซ้อนกันไปซ้อนกันมา หากอ่านแบบไม่ตั้งสติให้มั่นคง ก็จะทำให้ยากต่อการเข้าใจที่ต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดความสับสน และตรงจุดนี้แหละคือ ข้ออ้างของนักอ่านหลายคนที่ไม่อยากอ่านนิยายจีน เพราะ ยุ่งสมอง ขึ้เกียจคิด และต้องอินไปในขณะที่อ่าน
แต่งานของ “เยี่ยกวน” จะอ่านง่ายกว่าคนอื่นๆ อาจจะเป็นเพราะ เยี่ยกวน จับอารมณ์ของคนอ่านได้มั้งว่า เขียนยุ่งจะอ่านยาก เขาเลย ใช้วิธีสังเคราะห์เรื่องราวไม่ให้สับสน ซับซ้อนจนเกินไป หากเหตุการณ์ใดที่ต้องซับซ้อนเขาจะใช้วิธี ค่อยๆทำให้กระจ่างไปทีละเล็กทีละน้อย
ใน ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง จำนวน 12 เล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน ด้วย ความยาว 12 ตอน ที่ เยี่ยกวนจับเอาประเด็นของการเปิดโฉมฮ่องเต้หนุ่มที่ได้ชื่อในประวัติศาสตร์ว่าเป็นฮ่องเต้เจ้าสำราญ ไม่ได้เรื่องในด้านการปกครอง มาเปิดพฤติกรรมให้คนอ่านได้รับรู้ถึงการดำเนินชีวิตของฮ่องเต้หนุ่มว่ามีปัญหาและอุปสรรคอยู่ตรงไหน โดยตัวละครเอกในเรื่องนี้ เยี่ยกวน ใช้จินตนาการว่าเป็นคนยุคปัจจุบันที่หลงเข้าไปสู่อดีตเมื่อเกือบพันปี เขาเป็นคนหนุ่มที่มีหน้าที่เป็นแค่คนขายประกันไม่ใช้เก่งกาจในเรื่องบู๊แต่อย่างใด แต่ เยี่ยกวน เก่งตรงที่เขาดำเนินเรื่องให้ฮ่องเต้เจ้าสำราญ ใช้ประโยชน์จากนักขายพื้นๆ คนนี้กอบกู้ชื่อเสียง และการดำเนินนโยบายในการปกครองประเทศได้อย่างสนิทใจ
อ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว บอกตรงๆ ว่า เอามาประยุกต์เข้ากับการเมืองของไทยในยุคนี้ได้อย่างสนิทเป๊ะเลยครับ…มิน่าเล่าจึงต้องมีภาคสอง สงสัยคนจีนก็คงชอบเพราะเรื่องราวในยุคโบราณมันมากระทบกับเรื่องราวในปัจจุบันได้เปี๊ยบเลยนี่เอง

ความรักของอสูรที่ต้องคำสาป
เพื่อรัก เพื่อการเกิดใหม่ หรือเพื่อให้พ้นคำสาป
“ก็อบลิน” เป็นนิยายในแนวแฟนตาซี โรแมนติกของเกาหลี ที่เป็นละครทีวี. ซึ่งมีผู้ชมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ประพันธ์เรื่องโดย “Kim Eun-Sook” แปลเป็นไทยโดย “บุปผาหิมะ”มีด้วยกันสองเล่มจบ จำหน่ายเล่มละ 230 บาท เป็นเรื่องราวของยอดคนในอดีตกาลที่ต้องคำสาปให้เกิดมาในยุคปัจจุบัน มีชีวิตเป็นอมตะโดยไม่ดับสูญ จนกว่าจะเจอเจ้าสาวที่มาแก้คำสาป ชีวิตจึงจะพ้นจากความทุกข์ที่ต้องอยู่บนโลกใบนี้ นับเป็นเวลากว่าพันปีที่เขาต้องทนทุกข์และในวันนี้เมื่อเขาได้พบกับหญิงสาวที่เป็นคู่ครองของเขา ก็ต้องพบกับอุปสรรคของอสูรที่พยายามจะกีดกันไม่ให้เขาและเธอพบรักกัน กว่าทุกอย่างจะลงเอยต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการ

เล่นกับเกมส์รักไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
ภารกิจพิชิตรัก เรื่องวุ่นๆ ของสองหนุ่มที่ไม่คาดคิด
“ภารกิจพิชิตรัก” เขียนโดย “Darin” เป็นเรื่องราววุ่นๆของเด็กวัยกระทงที่มองเห็นความรักเป็นเรื่องที่ต้องทดลอง ทำให้ สองหนุ่ม หุ่นคุณหนูหน้าใสเพื่อนรักสุดเลิฟ จับมือแข่งขันกันว่า ในซีซั่นนี้จะต้องหาคนรักอะโนเนะให้ได้ การแข่งขันเพื่อพิสูจน์ว่าใครจะเจ๋งกว่ากันจึงเริ่มต้น ด้วยการเข้าสู่วงจรรักในสถาบันที่ได้ชื่อว่ามีเด็กสาวที่น่ารักมากมาย แต่เมื่อทั้งสองได้เข้าไปสัมผัสกลับได้พบว่า เรื่องของการค้นหารักไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด แม้ตัวเองจะเพอร์เฟกท์แค่ไหนก็ตาม ทำให้เขาต้องพบกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่คาดคิด กว่าจะจบลงได้ ทำให้คนที่ติดตามแทบไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาใน
รูปแบบที่คาดไม่ถึง สองเล่มจบ ราคาเล่มละ 250 บาท

หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์เล่มจบ
ปิดฉากข้อถกเถียงของสุสานดินเผาที่ประเทศจีน
“หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์” เป็นเรื่องราวของสตรีในประวัติศาสตร์จีนเมื่อพันปีก่อนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาที่สามารถรวบรวมแผ่นดินที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นหนึ่งในยุคฉิน เรื่องราวการต่อสู้ของเธอกลายเป็นตำนานของวีรสตรีที่หาใครเทียมทานยากจนกลายเป็นเรื่องที่ถูกบันทึกและกล่าวขานมาถึงทุกวันนี้ และว่ากันว่าด้วยการล้วงลึกของผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ทำให้ประวัติศาสตร์สุสานทหารม้าดินเอาที่เพิ่งจะค้นพบและมีผู้เข้าใจว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคของจิ้นซีฮ่องเต้ แท้จริงแล้วเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในยุคของเธอนี้เอง เล่มที่ 11 คือตอนจบสมบูรณ์ของนิยายเรื่องนี้ ที่เขียนโดย “เจี่ยงเซิ่นหนาน” แปลเป็นไทยโดย “ดารินทร์ทิพย์” จำหน่ายเล่มละ 275 บาท

การต่อสู้ยังไม่ถึงเวลาสิ้นสุด
เซียน GLORY ยังคงเดินหน้าต่อไป
นวนิยาย แนวสปอร์ตผสมแฟนตาซี “เทพยุทธ์เซียน GLORY” เล่มที่ 9 ออกวางตลาดอย่างต่อเนื่องทันใจผู้อ่านที่ติดตามมาโดยตลอด เขียนโดย “หูเตี๋ยหลาน”
โดยมี “อนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี”แปลออกมาเป็นภาษาไทย เนื้อหายังคงชวนให้ติดตามอย่างคาดเดาไม่ออกว่า เซียนแต่ละคน เทพแต่ละสำนักจะใช้กลยุทธ์ใดมาพิชิตศึกในการแข่งขันเพื่อให้เข้าป้ายในฐานะผู้เป็นหนึ่งในการแข่งขัน จึงทำให้คนอ่านส่วนใหญ่ต้องติดตามจนกว่าจะได้พบกับความกระจ่าง จำหน่ายเล่มละ 375 บาท