ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/299222

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ…จากนักเรียนทุนของพ่อ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรทรงตระหนักดีว่าในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยผู้มีความรู้ความสามารถในศาสตร์ต่างๆ ที่สำคัญจะต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม มาช่วยกันพัฒนาประเทศ จึงควรส่งเสริมและสนับสนุนผู้ที่ใฝ่ในการศึกษาที่ได้แสดงความสามารถอย่างยอดเยี่ยมให้ได้มีโอกาสไปศึกษาวิชาการชั้นสูง ณ ต่างประเทศ โดยมีพระราชดำริให้ก่อตั้ง “ทุนอานันทมหิดล” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 และได้มีพระบรมราชวินิจฉัยให้เปลี่ยนสภาจาก “ทุน” เป็น “มูลนิธิ” ชื่อว่า “มูลนิธิอานันทมหิดล” เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2502 ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้รับพระราชทุนและสำเร็จการศึกษากลับมาทำงานและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างมาก
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทยจำกัด (มหาชน) โดย พจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการทรัพยากรบุคคล จึงได้จัดกิจกรรมเสวนา “ด้วยสำนีกในพระมหากรุณาธิคุณ….จากนักเรียนทุนของพ่อ” โดยได้รับเกียรติจาก 4 นักเรียนทุนของพ่อ ดร.เจน ชาญณรงค์, ดร.กฤชชลัช ฐิติกมล, ผศ.ดร.วรภรรณ เรืองผกา และ ดร.ปัญญา แซ่ลิ้ม มาบอกเล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณและการน้อมนำคำพ่อสอนมาใช้ในชิวิตประจำวัน ให้กับผู้บริหาร พนักงานและนิสิต นักศึกษาโครงการ Learn and Earn ในการทำความดีเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล การนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ กิตติคุณนายแพทย์จรัญ มหาทุมะรัตน์ ประธานชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลร่วมงาน ณ ณ เคทีซี ป๊อป ชั้น บี 1 อาคารสมัชชาวาณิช 2
ดร.เจน ชาญณรงค์ ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. 2532 เผยความรู้สึกว่า การได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล นับว่าเป็นความโชคดี เป็นมงคลชีวิต ของนักเรียนทุนทุกคน เพราะทุนนี้ไม่ได้มาด้วยการแข่งขัน แต่ได้มาด้วยการคัดสรร คัดเลือกและนักเรียนทุนทุกคนไม่มีใครรู้ตัวมาก่อน ซึ่งนอกจากจะเรียนดีแล้ว ยังจะต้องดูไปถึงพื้นเพครอบครัวของนักเรียนด้วย
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสิ่งที่ผมสังเกตได้คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านไม่ค่อยพูดถึงสิ่งที่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยมากนัก แต่ทรงนำเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นฐานของคนไทย ของประเทศไทย ทำให้ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ประเทศหรือคนไทยต้องการอาจไม่ใช่วิทยาการล้ำหน้า แต่ต้องเป็นสิ่งที่สามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของประเทศ ใช้ง่าย เข้าใจง่าย ส่วนหลักการทรงงานที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันของผมคือ ความเพียร ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องของความเพียร ความอดทน ความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่เห็นชัดเจนคือ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง กว่าที่คนไทยจะเข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียงในความหมายของพระองค์ท่านคืออะไร ดีอย่างไร พระองค์ทรงอดทนที่จะสอนพวกเรา ทรงทำให้ดูเป็นตัวอย่างทรงรอเวลา อีกสิ่งหนึ่งคือความเป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่พอ เราต้องเป็นคนดีด้วย”
ดร.กฤชชลัช ฐิติกมล ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. 2533 กล่าวว่า สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีความมุ่งหวังในการพระราชทานทุนอานันทมหิดลนี้ นอกจากทรงต้องการส่งนักเรียนไปเรียนเพื่อหาวิชาความรู้แล้ว ทรงอยากให้พวกเราไปดูว่า เขาทำอะไร เขาทำอย่างไร และเขาทำสำเร็จได้หรือไม่อย่างไร เพื่อนำมาปรับใช้กับบ้านเรา
“สิ่งที่ผมยึดถือมาตลอดคือ หลักการทรงงานของในหลวง 23 ข้อ ที่ ศ.เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ท่านได้รวบรวมสรุปไว้อย่างย่อๆ ทำให้เห็นว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 พ่อหลวงของเราทรงมีหลักคิด หลักปฏิบัติอย่างไร ซึ่งเราคนไทยสามารถนำมาใช้ หรือเดินตามรอยเท้าพ่อได้เลย อาจจะไม่ต้องทำทีเดียวทั้ง 23 ข้อ แต่ค่อยๆ ทำ ทีละข้อสองข้อ เพียรทำไป แล้วตัวเราก็จะดี บ้านเมืองของเราก็จะดี ที่ผ่านมาเราจะได้กันว่า “ทำดีเพื่อพ่อ” คนพูดกันเยอะเลย พูดอย่างเดียวไม่พ่อ แต่เราต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นผล เหมือนที่พ่อทำมาตลอดพระชนม์ชีพ”

ศาสตราจารย์ กิตติคุณ นายแพทย์จรัญ มหาทุมะรัตน์ และ พจนีย์พร ชำนาญภักดี
ผศ.ดร.วรภรรณ เรืองผกา ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2541 กล่าวว่า คิดว่าตนเองมีบุญที่ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล เพราะคิดอยู่เสมอว่าคนเก่งกว่าเรามีเยอะ แล้วทำไมเราจึงได้ ทุนพระราชทานนี้เป็นทุนให้เปล่าที่ไม่มีข้อผูกมัด นั่นยิ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุด ในวันที่จบการศึกษากลับมาได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายรายงานผลการศึกษา ท่านทรงมีรับสั่งว่าวรภรรณ เป็นอาจารย์ใช่ไหม ขอให้เป็นอาจารย์ต่อไปนะ จากวันนั้นถึงวันนี้ก็รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมมาตลอด ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและตั้งใจมาตลอด เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9
“ในการทำงานดิฉันไม่ได้สอนนักศึกษาเฉพาะวิชาในตำรา แต่พยายามที่จะสอดแทรกพระราชกรณียกิจ คำสอนของพ่อให้กับนักศึกษาด้วย เพราะดิฉันเองก็ตระหนักแล้วว่าสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้เป็นแบบอย่างนั้นดีแล้ว อยากให้คนรุ่นหลังได้รับรู้และนำไปปฏิบัติ เพื่อสร้างบุคลากรที่เป็นทั้งคนดี มีความรู้ความสามารถ โดยส่วนตัวได้มีโอกาสทำงานถวายให้กับโครงการปิดทองหลังพระ ทำให้เกิดความเข้าใจในหลักการทรงงานต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานที่ไม่เอาหน้า แต่เมื่อเราทำแล้วความดีหรืองานที่เราทำนั้นจะเป็นสิ่งที่ยืนยันการกระทำของเราได้เองโดย
ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ และต้องทำหน้าที่ของตนด้วยความรับผิดชอบ ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมให้ได้มากที่สุด”
ดร.ปัญญา แซ่ลิ้ม ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2548 ถือว่าเป็นน้องเล็กที่เพิ่งสำเร็จการศึกษากลับมาได้เพียง 3 เดือน กล่าวว่า ตนเองเป็นเพียงคนธรรมดา อดีตเคยเป็นเด็กหลังห้อง แต่ด้วยต้องการแบ่งเบาภาระ
พ่อแม่ จึงตั้งใจเรียนถีบตัวเองให้มาเป็นเด็กหน้าห้อง การได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดลจึงนับเป็นสิ่งมงคลสูงสุดในชีวิตที่คนคนหนึ่งจะมีได้ อย่างที่หลายท่านทราบว่าทุนนี้เป็นทุนให้เปล่าไม่มีข้อผูกมัด เรียนจบแล้ว จะอยู่ต่างประเทศก็ได้เพราะมีโอกาสมากมาย แต่ต้องไม่ลืมว่าโอกาสที่ได้รับนั้นเพราะอะไร ในฐานะที่เราเป็นคนไทย เกิดแผ่นดินไทย เป็นลูกของพ่อหลวง เราต้องรู้จักกตัญญู รู้จักหน้าที่ จึงต้องยิ่งตระหนักให้มากที่สุดในการที่จะกลับมาทดแทนพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองด้วยวิชาความรู้ที่เรียนมาด้วยเงินของพ่อ
“ผมมีความมุ่งหวังสองสิ่ง จะทำอย่างไรนำความรู้ความสามารถมาทำให้แผ่นดินของพ่ออุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารสัตว์น้ำ สานต่องานของพระองค์ สิ่งที่สอง ทำอย่างไรจะนำความรู้ความสามารถที่มีถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลัง ตอนนี้ก็จะทำหน้าที่อาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพราะผมเชื่อว่าการจะทำสิ่งใดต่อให้เรามีความรู้ความสามารถเพียงใดก็ไม่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ในหลวง รัชกาลที่ 9 หรือพ่อหลวงของเราพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างใน 3 ด้านของผม ที่คล้ายๆ กับพี่ๆ ที่ได้กล่าวมา ได้แก่ ความเพียรในการทำสิ่งใดถ้าเราเกิดความท้อถอย ยอมแพ้เราก็จะหยุดอยู่แค่นั้น แต่ถ้าเราอดทนทำต่อไปเราก็จะมีโอกาสที่จะเดินถึงจุดหมายที่ตั้งใจเอาไว้ สอง คือความสามัคคี อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า การทำอะไรคนเดียวไม่เกิดผลสำเร็จได้ยาก และสาม ความยืดหยุ่น เช่นตำราที่เรียนมากับการนำมาใช้จริง บางอย่างไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด เราต้องรู้จักการปรับใช้ให้เหมาะสม”
ท้ายที่สุดนักเรียนทุนของพ่อทั้ง 4 คน เห็นพ้องต้องกันว่า สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, ในหลวง รัชกาลที่ 9, พ่อหลวง สุดแท้แต่ใครจะเอ่ยพระนามท่านด้วยความรักเทิดทูนบูชาสักเพียงใด ก็ไม่เท่ากับการลงมือทำ นำ “หลักคิด หลักธรรม”ของพระองค์ท่านมาใช้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลดีจะเกิดขึ้นกับตัวเรา ครอบครัว และประเทศชาติของเราด้วย นั่นถือว่าเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้อย่างดีที่สุด