ถ่ายทอดทุกภาพความทรงจำ’ลูก’มีต่อ’พ่อ’ ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย’ด้วยรักและคิดถึง’ในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300023

ถ่ายทอดทุกภาพความทรงจำ'ลูก'มีต่อ'พ่อ'  ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย'ด้วยรักและคิดถึง'ในหลวง ร.9

ถ่ายทอดทุกภาพความทรงจำ’ลูก’มีต่อ’พ่อ’ ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย’ด้วยรักและคิดถึง’ในหลวง ร.9

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาเนิ่นนาน พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายทรงงานหนักเพียงเพื่อหวังให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีมีสุข พระองค์จึงทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน เป็นกษัตริย์ผู้เป็นที่รักและสถิตอยู่ในดวงใจไทยนิรันดร์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในพระราชกรณียกิจนานัปการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีต่อปวงชนชาวไทย “พอร์โต้ ชิโน่” ได้จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ด้วยรักและคิดถึง : In Remembrance of King Rama 9” ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 พอร์โต้ ชิโน่ไลฟ์สไตล์มอลล์ กม. 25 จ.สมุทรสาคร โดยงานนี้สุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัทดี-แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้บริหาร “พอร์โต้ ชิโน่”ที่สุดของไลฟ์สไตล์มอลล์ สมุทรสาคร ได้ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ชาวสมุทรสาครได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัยแด่พระองค์ เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ล่าสุดก็คืองานนิทรรศการภาพถ่าย “ด้วยรักและคิดถึง : In Remembrance of King Rama 9” เพื่อให้ชาวสมุทรสาครและประชาชนทั่วไปได้ร่วมรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในดวงใจของคนไทยทั้งประเทศ ผ่านภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ที่เกิดจากฝีมือการบูรณะฟิล์มเก่าที่หาชมยาก และบางภาพยังไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน โดย ชาติฉกาจ ไวกวีนักบูรณะแผ่นฟิล์มโบราณ และ อ.สงคราม โพธิ์วิไล ช่างภาพผู้ที่มีโอกาสถวายงานการใช้กล้องแด่ในหลวง ร.9 พร้อมชมของสะสมหายากประเมินมูลค่าไม่ได้ ทั้งฟิล์มเก่า กล้องโบราณ ที่เป็นทั้งความทรงจำดีๆ และแรงบันดาลใจในการทำงาน รวมทั้งกิจกรรมการประมูลภาพถ่ายและเหรียญที่ระลึก ร.9 เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายบริจาคให้กับมูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ต่างๆ

“ภาพทรงกล้อง” และ “ภาพทรงผนวช” ที่ ชาติฉกาจ ไวกวี ประทับใจมากที่สุด

“ตัวผมเองยึดหลักคำสอนของในหลวง ร.9ในเรื่องของการเรียนรู้และศึกษาอยู่ตลอดมาใช้ในการทำธุรกิจ สิ่งที่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติให้เห็นคือ การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ซึ่งเข้าใจก็คือ การทำความรู้จัก เข้าถึง คือ การหาความต้องการและรวบรวมข้อมูล ส่วนการพัฒนาก็คือ การนำข้อมูลที่ได้มาปรับและเสริมในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์พื้นฐานที่ผมนำมาใช้กับการพัฒนาธุรกิจได้จริง อีกส่วนหนึ่งที่ประทับใจและนำมาเป็นแนวทางทั้งการทำธุรกิจและชีวิตส่วน ตัวก็คือ การดำรงพระองค์อยู่บนความเรียบง่าย สมถะ และไม่ถือพระองค์ หรือที่เรียกรวมๆ ว่า ความพอเพียง รวมถึงความอดทนเมื่อเจอกับอุปสรรคและปัญหา ทั้งหมดเป็นคำสอนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มอบไว้ให้เป็นสมบัติสำหรับคนไทยทุกคน” สุเทพ ปัญญาสาคร กล่าว

ภาพที่ อ.สงคราม โพธิ์วิไล ประทับใจมากที่สุด เนื่องจากเป็นภาพแรกในชีวิตที่ได้ฉายพระรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์ ด้วยฝีมือตัวเอง เมื่อครั้งเสด็จ ณ ปราสาทพระเทพบิดร ในปีพุทธศักราช 2520

ทางด้าน อ.สงคราม โพธิ์วิไล ช่างภาพผู้คร่ำหวอดในวงการถ่ายภาพมายาวนานกว่า 40 ปี และเป็นผู้ที่มีโอกาสถวายงานการใช้กล้องแด่ในหลวง ร.9 เล่าว่า “แรงบันดาลใจด้านการถ่ายภาพเกิดขึ้นตอนอายุ 16-17 ปี ตอนนั้นในหลวง ร.9 เสด็จฯ ไปยัง จ.กาญจนบุรี ตอนนั้นทำหน้าที่ลูกเสือยืนกั้นประชาชนในเส้นทางที่พระองค์ผ่าน เห็นพระองค์ทรงสะพายกล้องและทรงถ่ายรูป ตรงจุดนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจสูงสุด พร้อมบอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า “สักวันหนึ่งถ้าฉันมีกล้อง ฉันจะถ่ายภาพในหลวง” ต่อมาในปี 2520 ก็สมความตั้งใจ ได้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์หรือฉายพระรูปในหลวง ร.9 เป็นภาพแรกในชีวิตเมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน ณ ปราสาทพระเทพบิดร และตั้งแต่ปี 2528 เป็นต้นมา ก็ได้มีโอกาสถวายงานการใช้กล้องแด่พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดหลายครั้ง ซึ่งพระองค์ทรงมีอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพสูงมาก ทรงเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง ทำให้ตนเองได้แนวคิดในการพัฒนาความรู้ด้านการถ่ายภาพ ถือเป็นประสบการณ์อันน่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต ภาพที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้มีจำนวน 6 ภาพ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ที่ผมฉายพระรูปเอง ซึ่งภาพที่ผมชอบมากเป็นพิเศษคือ ภาพพระองค์เสด็จปราสาทพระเทพบิดร เป็นภาพแรกที่ผมได้ฉายพระรูปพระองค์ท่านพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ และ พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ที่ผมได้รับมอบจากศิลปินแห่งชาติ อาทิ อ.จิตต์ จงมั่นคง และ อ.ไพบูลย์ มุสิกะโปดก ซึ่งภาพที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ หลายคนอาจจะไม่เคยเห็นภาพเหล่านี้มาก่อนถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เห็นภาพถ่ายในหลวง ร.9 ในมุมมองต่างๆ จากนักสะสมภาพที่เก็บรวบรวมไว้”ปิดท้าย ที่ ชาติฉกาจ ไวกวี ช่างภาพชื่อดัง นักบูรณะ และสะสมแผ่นฟิล์มโบราณ บอกว่า นับตั้งแต่ในหลวงร.9 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 คนไทยทั้งประเทศรู้สึกเสียใจเหมือนกันหมด ตนเองในฐานะช่างภาพจึงเริ่มเก็บสะสมและซ่อมแซมฟิล์มเก่าที่ฉายพระรูปในหลวง ร.9 แล้วอัดและขยายรูปออกมาให้สวยงาม หรือเรียกว่าเป็นการบูรณะพระบรมฉายาลักษณ์จากแผ่นฟิล์มเก่านั่นเอง ภาพที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการจำนวน 26 ภาพ ทุกภาพเป็นรูปแบบภาพถ่ายบุคคล ที่ตนชอบและประทับใจทุกภาพ จึงได้นำมาบูรณะปรับปรุงแล้วเก็บสะสมไว้ ซึ่งภาพที่ชอบมากที่สุดคือ ภาพทรงกล้อง และ ภาพทรงผนวช “ในโลกยุคปัจจุบันนี้ทุกคนเป็นช่างภาพได้เหมือนกันหมด เพราะสามารถถ่ายรูปจากสมาร์โฟนผมมองว่าการถ่ายรูปจากฟิล์มเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนการอัดและขยายรูปจากฟิล์มมีความคมชัดและคลาสสิกที่สุด ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมสนใจและติดตามไลฟ์สไตล์ในหลวง ร.9 มาโดยตลอด และเป็นเรื่องที่ชินตาคนไทยกับการเห็นพระองค์ท่านทรงสะพายกล้องไปทุกที่ ตั้งแต่กล้องที่ใช้ระบบฟิล์มไปจนถึงกล้องดิจิตอล ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ การที่พระองค์ทรงถ่ายรูปที่ทรงคุณค่าเป็นอย่างมาก เพราะทรงถ่ายรูปเพื่อเป็นการบันทึกเป็นข้อมูล แล้วนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนา สร้างความเจริญให้กับประเทศชาติ และเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนคนไทย”

อ.สงคราม โพธิ์วิไล ช่างภาพผู้ที่มีโอกาสถวายงานการใช้กล้องแด่ในหลวง ร.9

ชาติฉกาจ ไวกวี นักบูรณะแผ่นฟิล์มโบราณ

สุเทพ ปัญญาสาคร กก.ผจก.บจ.ดี-แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้

Leave a comment