ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/300178

ปตท.สผ.น้อมนำศาสตร์ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ปลูกฝังเยาวชนนักอนุรักษ์และพัฒนาชุมชน
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตเลียม จำกัด (มหาชน) นำเยาวชนเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและรู้จักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ในค่ายปิดท้าย “พีทีที อีพี ทีเนอร์จี”ปีที่ 4 ประจำภาคเหนือ เพื่อให้เยาวชนได้แข่งขันประกวดเขียนโครงการพัฒนาชุมชม โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชิงทุนจำนวน 10,000 บาท จำนวน 10 ทุนณ ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จ.พิษณุโลก
วรานนท์ หล้าพระบาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) ปตท.สผ. กล่าวว่า โครงการ พีทีที อีพี ทีเนอร์จี ได้เริ่มโครงการเมื่อปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนกล้าคิด กล้าทำ กล้ามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมการเป็นนักอนุรักษ์รุ่นเยาว์ ภายใต้กลยุทธ์ 3 ป. คือ ปลูก ปั้น เปลี่ยน ซึ่งปลูก คือ การสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน ปั้น คือปั้นเยาวชนจากทุกภูมิภาคให้มีใจอนุรักษ์และทำประโยชน์ให้กับสังคม เปลี่ยน คือ เปลี่ยนให้สังคมและชุมชนดีขึ้น ด้วยการทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากพลังความคิดและการลงมือทำของเยาวชนเอง ค่าย พีทีที อีพีทีเนอร์จี ปีที่ 4 นี้ จัดขึ้นมาภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรักษ์” เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การเรียนรู้ ครั้งนี้ได้นำเยาวชนมาเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ และสวนป่าเขากระยาง
ด้าน ศิริพงษ์ เฟื่องลิขิต ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ปตท.สผ. กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ได้พาเยาวชนเรียนรู้และได้เห็นตัวอย่างโครงการต่างๆ ที่นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ปรับปรุงทัศนียภาพสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ในโรงเรียน และร่วมปรับปรุงสนามเด็กเล่นให้น้องๆ ที่โรงเรียนองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ 2 ทั้งนี้เป้าหมายของ ปตท.สผ. คืออยากให้โอกาสเยาวชน จึงสอนให้เยาวชนรู้จักการเป็นผู้ให้ด้วย นอกจากเปิดโอกาสให้เยาวชนภาคเหนือได้เรียนรู้และฝึกฝนแข่งขันการนำเสนอโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทุนสนับสนุนจาก ปตท.สผ. แล้ว เยาวชนยังได้เพื่อนใหม่ ได้รู้การใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากสิ่งแวดล้อม ได้รู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รู้จักวิธีการเขียนโครงการที่ถูกต้อง
ขณะที่ ดร.มลฤดี สระฏัน ผู้แทนศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่คนทั่วไปคิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของการเกษตร แต่ความจริงคือ ปรัชญาที่นำมาใช้ได้กับทุกอย่าง จึงได้ให้ความรู้กับเยาวชนว่าการพอเพียงไม่ใช่การตระหนี่ แต่คือความสมดุลที่ใช้ได้กับชีวิตประจำวันไปจนถึงการบริหารประเทศ เพราะเมื่อก่อนประเทศไทยพัฒนาแบบไม่สมดุล เน้นแค่เศรษฐกิจ เรื่องสิ่งแวดล้อมจึงแย่ลง ประเทศจึงพัฒนาไม่สมดุลและไม่ยั่งยืน ในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกที่ในประเทศไทย และทรงเห็นถึงปัญหานี้ และพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาให้ ซึ่งเน้นเรื่องความสมดุล 4 มิติ คือ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพราะทุกสิ่งมีความเชื่อมโยงกันหมด เราต้องใช้สิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิต จึงต้องมีความสมดุลในการพัฒนาและอนุรักษ์ไปพร้อมกัน
หนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในค่าย ปิ่นเงิน สะมุกุ๊ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม จ.เชียงใหม่ เผยว่า “ได้เขียนโครงการเกี่ยวกับการปลูกป่าไม้ เพราะชุมชนที่อาศัยอยู่มีการเผาป่ากันเยอะ ตั้งใจจะรวมกลุ่มกับเพื่อน และเชิญชวนคนในชุมชนไปปลูกป่ากันเพื่อทดแทนต้นไม้ที่ถูกทำลายไป สำหรับการเข้าค่ายได้เรียนรู้สิ่งใหม่มากมาย ได้เข้าฐานกิจกรรมต่างๆ และเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน”
ขณะที่ วิทูรย์ หมดสังข์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม จ.เชียงใหม่ เผยว่า “ ก่อนมาเข้าค่ายได้เขียนโครงการเกี่ยวกับการทำน้ำยาล้างจานจากสมุนไพร เพราะโรงเรียนอยู่บนดอยและห่างไกลตัวเมือง ยากต่อการไปซื้อน้ำยาล้างจาน และในพื้นที่ก็มีสมุนไพรเยอะ จึงนำมาทำเป็นน้ำยาล้างจานให้เด็กในหอพักได้ใช้ โดยนำขวดพลาสติกที่เหลือใช้ในโรงเรียนมาทำเป็นขวดน้ำยาล้างจาน ถ้าโครงการประสบความสำเร็จก็จะลดต้นทุนในการซื้อของลงได้มาก ส่วนการมาร่วมเข้าค่ายกับปตท.สผ. จะนำความรู้นี้ไปบอกต่อให้กับน้องๆ ในโรงเรียน และขยายไปที่โรงเรียนใกล้เคียง ว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตินั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง”
