ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/299267

พอเพียง เพียงพอ ยั่งยืน : ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งเศรษฐกิจพอเพียง
“…เราประเทศไทยถ้าสามัคคีกันดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่มีเหตุผล เราเองจะเป็นที่ตั้งของความมั่นคงผาสุกของราษฎรที่เป็นประชากรแห่งประเทศนี้เป็นตัวอย่างแก่มวลมนุษย์ มวลมนุษย์ก็มนุษยชาตินี่เอง และประเทศอื่นก็อาจเอาอย่างบ้าง ก็เกิดความไม่เบียดเบียนขึ้น ความอยู่ในโลกนี้อย่างสบายพอสมควรคือไม่ใช่หรูหรา ประเทศไทยเราจะอยู่ไม่ใช่อย่างทุกคนอยู่มีบ้านหรูหรากันทุกคนและร่ำรวยกันทุกคน แต่ว่าทุกคนก็พอมีพอกิน…”(พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่คณะกรรมการอำนวยการสันนิบาตมูลนิธิแห่งประเทศไทย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ 19 ธันวาคม 2518)

พระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติและพระราชทานเป็นแบบอย่างให้พสกนิกรไทยได้ประจักษ์มาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ คือเครื่องนำทางให้คนไทยมีชีวิตที่ร่มเย็นผาสุก และช่วยนำพาให้สังคมไทยมีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน
แนวพระราชดำริประการหนึ่งของพระองค์คือการดำรงชีวิตด้วยความพอเพียง เพราะความพอเพียงคือเงื่อนไขพื้นฐานสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถพึ่งพาตนเอง และดำเนินชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มีอิสระในการกำหนดชะตาชีวิตของตน
“…คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ และทำงานตั้งจิตอธิษฐานตั้งปณิธาน ในทางนี้ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้…” (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถพบิตร พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันที่ 4 ธันวาคม 2517)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลิอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงเห็นว่าแนวทางการพัฒนาประเทศที่เน้นเพียงการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นหลักแต่เพียงอย่างเดียว อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา จึงทรงเน้นในเรื่องการมีพอกินพอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่ในเบื้องต้น เป็นสำคัญ เพราะเมื่อประชาชนมีพื้นฐานที่มั่นคงพอควรแล้ว ประเทศจะสามารถสร้างความเจริญ และมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในที่สุด
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลิอดุลยเดช พระราชทานแนวพระราชดำรินี้ คือแนวทางการดำเนินชีวิตของประชาชนไทยมายาวนานหลายทศวรรษ และเมื่อครั้งที่เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ พ.ศ.2540 ประชาชนไทยได้ตระหนักว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือเข็มทิศที่ช่วยให้สังคมไทยรอดพ้นจากหายนะ และสามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน แม้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ จะถาโถมใส่สังคมไทยอย่างรุนแรงสักเพียงใดก็ตาม

หลักคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชี้ให้คนไทยทุกระดับ ตั้งแต่ประชาชนทั่วไป ถึงผู้กำหนดนโยบายของรัฐได้ประจักษ์ชัดถึงแนวการดำรงชีวิตและปฏิบัติตนให้เหมาะสม และสอดคล้องกับทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบอย่างไร้ขอบเขต
ความพอเพียงที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินชีวิตหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันตัวเองที่เหมาะสม ซึ่งจะสามารถป้องกันและลดผลกระทบด้านลบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ และที่สำคัญคือ ผู้ที่ยึดหลักความพอเพียงจะต้องมีความรอบรู้ มีความรอบคอบ และมีความระมัดระวังอย่างมาก ในการนำหลักวิชาการต่างๆ ไปใช้เพื่อวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และที่สำคัญคือต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ
นักทฤษฎี และนักธุรกิจทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และมีความรอบรู้ที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความเพียร ความอดทน มีสติปัญญา และมีความรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุล และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รุนแรง และกว้างขวาง ในเรื่องวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมในยุคที่โลกไร้พรมแดน
ผู้ที่ยึดถือตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
ความพอประมาณ ถือหลักความพอดีไม่น้อยและไม่มากเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น เน้นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณกับสังคม
ความมีเหตุผล การตัดสินใจในเรื่องของความพอเพียงต้องมีพื้นฐานของหลักเหตุผล พิจารณาอย่างรอบคอบจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดตามมาหลังจากการกระทำ
ภูมิคุ้มกัน ต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในทุกๆ ด้าน โดยต้องศึกษาความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

แนวพระราชดำริในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง
1.หลักความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการใช้ชีวิต
2.ถือหลักการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องซื่อสัตย์สุจริต
3. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์ และการแข่งขันทางการค้าแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรงไร้จริยธรรม
4. ไม่หยุดนิ่งกับการหาหนทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการพยายามใฝ่หาความรู้ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยยึดหลักของความพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญ
5. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่ว และประพฤติตนตามหลักศาสนา
ทั้งนี้ สามารถชมนิทรรศการ ดวงใจราษฎร์ปราชญ์แห่งเศรษฐกิจพอเพียง ได้ที่ซุ้มแสดงนิทรรศการ ณ พระลานพระราชวังดุสิต ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. โดยนิทรรศการจะนำเสนอพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาจัดแสดงแบบนิทรรศการหมุนเวียน



