‘แตงโม นิดา’เปิดใจความสัมพันธ์’อดีตคนรักเก่า’รู้สึกผิดที่เคยคิดฆ่าตัวตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/300322

'แตงโม นิดา'เปิดใจความสัมพันธ์'อดีตคนรักเก่า'รู้สึกผิดที่เคยคิดฆ่าตัวตาย

‘แตงโม นิดา’เปิดใจความสัมพันธ์’อดีตคนรักเก่า’รู้สึกผิดที่เคยคิดฆ่าตัวตาย

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 13.06 น.

แม้จะเลิกรากันไปกว่า 8 ปี สำหรับอดีตคู่รัก “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” กับหนุ่ม “แต๊งค์ พงศกร มหาเปารยะ” แต่ล่าสุดก็มีภาพคู่ของทั้งคู่แบบสนิทสนมออกมาให้ได้เห็นกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยวเกาหลีด้วยกัน หรือแม้แต่ไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของอีกฝ่าย จนหลายคนอดคิดไม่ได้ว่าทั้งคู่มีแววกลับมารีเทิร์นกันแน่ๆและล่าสุดสาวแตงโมได้อุ้มลูกสาว “น้องอีสเตอร์” มาเปิดตัวผ่านสื่อเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงเรื่องความรักและเรื่องชีวิต รวมไปถึงสาเหตุที่คิดฆ่าตัวตาย จนกลายเป็นข่าวโด่งดังก่อนหน้านี้ ในรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง one 31

ตอนนี้กับ แต๊งค์ กลับมาคุยกันเหมือนเดิม ?ไม่เหมือนเดิมนะคะ เนื่องด้วยเราทั้งคู่ยังไม่พร้อมที่จะกลับเป็นสถานะเดิม ตัวโมเองก็ยังหวงความโสดอยู่ ตัวคุณแต๊งค์เองก็ยังแผลใหม่ เค้าเพิ่งเลิกกับแฟน

จริง ๆ คนที่เป็นแผลใหม่ มาเจอแบบนี้มันควรจะคลิกกัน ?ช่วงแรก ๆ ที่เราทักทายไป เราจะเห็นคุณแต๊งค์เองเค้าจะโพสต์อะไรเศร้าๆ ด้วยความเป็นห่วงแบบเพื่อน เราก็ทักไปถามว่า ไหวมั้ย ให้ช่วยอะไรรึเปล่า เค้าก็โอเค คิดว่าเราช่วยเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้มั้ง เราก็เลยลองกลับมาคุยเหมือนกัน คุยได้สักพักเรารู้เลยว่า เราต่างคนต่างต้องกลับไปทำตัวให้เข้มแข็ง และพร้อมที่จะมีแฟนซะก่อน

ที่เรามาลอง เราลองมาคุยกันแบบเพื่อนหรือคนรัก ?เป็นเพื่อนที่คิดว่าจะพัฒนาค่ะ

จริง ๆ ก็คิดที่จะพัฒนาอยู่เหมือนกัน ?ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้พูดเป็นกิจจะลักษณะอะไรค่ะ

แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าหัวใจพองโต มีผีเสื้อบินในท้อง ?อันนั้นเป็นความรู้สึกเมื่อ 8 ปีที่แล้วค่ะ คราวนี้มันเลยเหมือนเป็นความเป็นเพื่อนสูงมาก

ล่าสุดที่ไปเที่ยวกัน ?โมสามารถไปเที่ยวได้กับทุกคนเลยค่ะ ถ้าเป็นแฟนเก่า มันเสี่ยงตรงที่ว่า คนอื่นอาจจะคิดว่าเรากลับมาเป็นแฟนกัน คุยกัน แต่ในความเป็นจริง ทริปนั้นมีเพื่อนคนอื่นไปเที่ยวด้วย

ตอนที่ไปเที่ยว คุณยังไม่ได้คิดใช่มั้ย ?ยังค่ะ ส่วนตัวเค้าก็จะไม่น่าคิดเหมือนกัน

ถ้าจะวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาคบกันมีมากน้อยแค่ไหน ?ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ค่ะ เพราะเราเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วไงคะ พูดง่าย ๆ ว่า โมเองก็มีคำตอบในชีวิตว่าต้องการอะไร ถ้าอะไรที่โมรู้สึกว่ามันนอกลู่นอกทางจกาที่สิ่งแพลนไว้ โมก็รู้สึกว่ามันยังค่ะ

สิ่งที่ต้องการคืออะไร ?สิ่งที่ต้องการคือ บั้นปลายของชีวิตโม คือการรับใช้พระเจ้าอยู่ในโบสถ์ หรือทำอะไรก็ได้ที่เป็นการรับใช้พระเจ้าค่ะ ซึ่งตัวโมเองยังอ่อนแอเรื่องความเป็นคริสเตียนเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราจะเป็นคริสต์ศาสนิกชนได้ เรายังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ อะไรที่มันทำให้โมไขว้เขวไป โมจะต้องดึงตรงนั้นมันกลับมาให้ได้

แต่คนเค้ามองว่า สิ่งที่ทำให้โมกลับไปคบแต๊งค์ไม่ได้ เพราะมันยังมีบางข้อจำกัดในตัวเขา ?
ทุกคนน่าจะมีข้อจำกัดที่ไม่ชอบในตัวกันและกัน คุณแต๊งค์ก็มีเหมือนกันนะคะ ในบางสิ่งที่ไม่ชอบในตัวโม ถึงบอกไงคะ ถ้าเรายังมีสิ่งต่าง ๆ ในตรงนี้ที่ยังไม่ชอบ ไม่แน่ใจ เราต้องกลับไปพัฒนาให้เราพร้อมจริง ๆ ซึ่งเราไม่คาดหวังว่าเราจะคู่กัน

ตอนที่เลิกเมื่อครั้งก่อนเมื่อ 8 ปี เหตุผลมันรุนแรงไหม ?ค่อนข้างเป็นเหตุผลที่โมขอ แต่พอมาตอนนี้ มันไม่รุนแรงค่ะ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ความคิดโมเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่มาวันนี้มันเป็นอีกแบบหนึ่ง คือตอนนี้ข้อจำกัดมันเริ่มเยอะขึ้น คือถ้าคนที่จะเข้ามา คือคนที่พร้อมจะเป็นคริสเตียน ยังไม่เป็นก็ได้ แต่ก็พร้อมที่จะเปิดใจ และรักลูกเราเหมือนเป็นลูกตัวเองด้วย

ถ้าเขาดูอยู่ อยากบอกอะไรกับเขา ?อยากจะบอกว่า พูดกันไปหมดแล้วเนอะ แค่นี้ค่ะ เพราะพูดกันไปหมดแล้ว เข้าใจกันไปหมดแล้ว

ขอย้อนกลับไปในวันที่คุณคิดจะฆ่าตัวตาย มีความคิดอะไรอยู่ ?เรื่องพวกนี้นะคะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดี และไม่แนะนำให้ทุกคนฟังและรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่คิดอยากจะทำก็ทำได้ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุด แต่ว่าโมคิดว่าการที่มันเกิดเป็นสิ่งเหล่านั้นขึ้นได้ โมเชื่อว่าพระเจ้าวางแผนชีวิตโมมาอย่างดี เพื่อจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลาย ๆ คน โมอยู่ในวงการ มันผ่านช่วงที่ขึ้นสุดลงสุด ล้มแล้วลุกหรืออะไรหลาย ๆ อย่าง ถ้ามองโมเป็นหนังสือ อ่านแล้ววิเคราะห์จะได้อะไรหลาย ๆ อย่าง และเค้าจะได้รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง แล้วนำไปพัฒนาตัวจากการที่โมได้ทำให้เห็น

เรื่องของการฆ่าตัวตายครั้งนั้น โมเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังตั้งแต่เด็ก คนที่เป็นโรคซึมเศร้าอาการมันจะคูณร้อยคูณพันเข้าไปอีกแล้วแต่อาการของคน แต่โมไม่รู้หรอกวันนั้นอาการมันจะหนักไปแค่ไหน แต่วันนั้นโมไม่อยากอยู่จริง ๆ ตอนนั้นรู้สึกผิดมากว่า เราเอาพระเจ้าไปไว้ไหน เอาพ่อแม่ไปไว้ไหน แต่คนที่เป็นโรคนี้มันทำอะไรโดยไม่รู้ตัวจริง ๆ เพราะว่าเมื่ออาการหายปุ๊บ มันจะรู้สึกว่า คนนั้นไม่ใช่ตัวเราแล้ว จะเป็นคนที่อาการทางสารเคมีในสมองหลั่งออกมาไม่เท่ากัน แล้วถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจพอสมควรจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว เพราฉะนั้นใครที่มีบุตรหลานคือคนใกล้ตัวเป็นโรคนี้อย่าปล่อยให้เค้าอยู่คนเดียวเด็ดขาด เค้าจะฆ่าตัวตายเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วอีกอย่างมันจะเจ็บมากกว่าก็คือ ถ้าคุณฆ่าตัวตายแล้วมันไม่ตาย คุณจะต้องตื่นมาเจอปัญหาเดิมที่มันยังไม่จบ แล้วคุณจะต้องตอบคำถามอีกว่า ทำไมไปทำไม ทำไมถึงทำ จริง ๆ โมอยากให้คนไทยเปิดใจกับโรคนี้ อยากให้คนที่เป็นกล้าเดินไปหาหมอ เปิดอ่านศึกษาดู ถ้าอาการใกล้เคียงเกิน 3 อย่าง เดินไปหาหมอได้เลยค่ะ”

วันนี้เราหายจากโรคซึมเศร้ารึยัง ?ยังค่ะ โมยังต้องทานยาอยู่ ถ้าวันไหนโมมีอาการ โมจะบอกคนรอบข้างเลยนะ ว่าวันนี้อาการไม่ดี แล้วคนรอบข้างจะต้องรู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวกับเรายังไง

Leave a comment