ดูแลชีวิตเล็กๆ ในตู้อบ โอกาสรอดชีวิตทารกแรกเกิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300354

ดูแลชีวิตเล็กๆ ในตู้อบ โอกาสรอดชีวิตทารกแรกเกิด

ดูแลชีวิตเล็กๆ ในตู้อบ โอกาสรอดชีวิตทารกแรกเกิด

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วริษฏ์ ศรีประเสริฐ และ ปิยะพร มลชัยกุล กับน้องอันนา

จากรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่าในภูมิภาคอาเซียน สาเหตุการตายของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ร้อยละ 72 มาจากการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งมักมีภาวะพิการแต่กำเนิดร่วมด้วย โดยประเทศไทยในแต่ละปีมีทารกเกิดใหม่ปีละ 700,000 คนเป็นทารกเกิดก่อนกำหนดประมาณ 100,000 คนและยังพบภาวะพิการแต่กำเนิดถึง 3% อาทิโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ภาวะแขนขาพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมและภาวะน้ำคั่งในสมองแต่กำเนิด เป็นต้น นับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิต ซึ่งทารกกลุ่มนี้ต้องเข้ารับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดภายในควบคุมอุณหภูมิร่างกายทารก ที่เรียกสั้นๆ ว่า “ตู้อบ” นั่นเอง

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลว่า ในการดูแลทารกภาวะวิกฤติที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย เพราะทารกกลุ่มนี้มักมีอาการแทรกซ้อนต่างๆ อาทิ ภาวะปอดไม่สมบูรณ์ ทำให้หยุดหายใจ ภาวะโรคปอดเรื้อรัง ปัญหาลำไส้ การติดเชื้อในกระแสเลือด การมองเห็น การได้ยิน รวมทั้งพัฒนาการโดยรวมและน้ำหนักตัวที่น้อยของทารก เป็นต้น ซึ่งบางรายอาจต้องดำเนินการผ่าตัดหรือช่วยชีวิตทารกอย่างเร่งด่วน

“การนำทารกเด็กแรกเกิดที่มีภาวะเสี่ยงดังกล่าวเข้าตู้อบ เพื่อเป็นการควบคุมอุณหภูมิกายของทารกเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ทารกที่บอบบางต้องได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิร่างกายที่ไม่คงที่ ตู้อบจะช่วยควบคุมอุณหภูมิทารกให้คงที่ โดยที่แพทย์จำเป็นต้องสังเกตอาการของทารกที่นอนในตู้อบ โดยไม่ใส่เสื้อ ตลอดจนการให้อาหารทางสายในทารกตัวน้อยที่ยังดูดกลืนไม่เป็น แพทย์ก็ต้องสังเกตการรับนมทางหน้าท้อง และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งทารกมีความพร้อม สามารถหายใจได้เอง ไม่หอบ น้ำหนักตัวดีขึ้น สามารถดูดกลืนเองได้ดี ออกจากตู้อบและอุณหภูมิตามปกติ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน รวมทั้งให้แม่ได้ฝึกเลี้ยงทารกจนมั่นใจว่าสามารถดูแลที่บ้าน ติดตามและนัดตรวจสุขภาพร่างกาย ทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อติดตามและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด”


ทารกแรกเกิดที่รักษาตัวภายในตู้อบ

ทั้งนี้ สถาบันสุขภาพเด็กฯ ได้วางนโยบายเพื่อเป็นศูนย์ดูแลทารกแรกเกิดป่วยและพิการครบวงจร ประกอบด้วย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านทารกแรกเกิด ศูนย์ความเป็นเลิศโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และศูนย์ความเป็นเลิศด้านศัลยกรรมทารกแรกเกิด และศูนย์ความชำนาญพิเศษ (COSE: Center of Special Expertise) อีก 6 ศูนย์ ได้แก่ ตา, โสต ศอ นาสิก,กระดูกและข้อ, กายภาพบำบัด, พัฒนาการเด็ก และนมแม่ ซึ่งแต่ละปีมีผู้ป่วยเด็กที่เข้ารับการรักษาและรับส่งต่อมารักษาจากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มากกว่า 2,000 คน โดยมีเตียงรองรับได้พร้อมกันเพียง 100 เตียง

“ปัจจุบัน สถาบันมีตู้อบเพียง 64 ตู้ ซึ่งใช้งานมาเกิน 12 ปี ถึง 25 ตู้ โดยใช้ตู้อบจำนวน 45 ตู้ในการใช้ดูแลทารกที่ไม่มีการเจ็บป่วยลุกลามมากนัก และตู้อบอีก 10 ตู้ ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการรองรับและให้บริการของสถาบันฯ จึงได้จัดตั้งโครงการ “ให้โอกาสความรัก ให้โอกาสชีวิต (Give love a chance, Give life a chance)” เพื่อระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ชั้นสูง ในการสนับสนุนการรักษาและบริการของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี”

นายแพทย์สมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่าตู้อบสมัยใหม่ เพื่อช่วยเหลือทารกคลอดก่อนกำหนดที่ทางสถาบันฯ จะจัดซื้อนั้น มีคุณสมบัติสำคัญดังนี้ มีระบบควบคุมอุณหภูมิทารก ทั้งวิธีใช้ อุณหภูมิกาย (skin mode) หรือใช้อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมในตู้อบ (air mode), มีระบบปรับความชื้น (humidity) ให้เหมาะสมกับน้ำหนักและอายุครรภ์ทารก, มีระบบการชั่งน้ำหนักทารก และสามารถเก็บบันทึกเพื่อติดตามการเจริญเติบโตของทารกได้ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายทารก ทั้งนี้เพราะทารกวิกฤติมักจะมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตติดตามตัวมากมายหลายชนิด การเคลื่อนย้ายทารกอาจทำให้เกิดอันตรายได้, Incubator with radiant warmer มี 2 ระบบ คือ เป็น incubator และเปิดฝาตู้อบขึ้น จะสามารถเปลี่ยนเป็น radiant warmer (เครื่องให้ความอบอุ่นสำหรับทำหัตการ)ได้ ทำให้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายทารกออกจากตู้อบเพื่อทำหัตถการต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มทารกน้ำหนักน้อยซึ่งมีความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนจากภาวะตัวเย็นได้, มีไฟส่องขณะทำหัตถการต่างๆ ที่สำคัญ เช่น การใส่สายสวนสะดือ การใส่สายสวนหลอดเลือด, ใช้ระบบ touch screen ในการตั้งค่าต่างๆ และมีระบบเก็บข้อมูลสามารถเปิดดูย้อนหลังได้ ซึ่งนับเป็นผู้ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของทารกได้

วริษฏ์ ศรีประเสริฐ และ ปิยะพร มลชัยกุลพ่อและแม่ของ น้องอันนา หรือเด็กหญิงอลินนา ศรีประเสริฐวัย 1 ขวบ 5 เดือน โดยคุณพ่อวริษฏ์ เล่าว่า “น้องอันนาเป็นเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ด้วยภาวะครรภ์เป็นพิษ เมื่ออายุครรภ์เพียง 6 เดือน น้ำหนักแรกคลอด500 กรัม และมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้ต้องอยู่ในตู้อบที่อาจมีค่าใช้จ่ายกว่าหนึ่งล้านบาทต่อเดือน แต่ด้วยการดูแลรักษาจากโรงพยาบาลเด็กแห่งเดียวในประเทศ ทำให้ปาฏิหาริย์ที่พ่อแม่เฝ้ารอเป็นจริง”

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีกรมการแพทย์ จึงขอเชิญชวนชาวไทยและผู้จิตศรัทธาร่วมมอบปาฏิหารย์ และโอกาสการมีชีวิตรอดให้กับเด็กทารกแรกเกิดที่มีความเสี่ยง จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ชั้นสูง ในโครงการ “ให้โอกาสความรัก ให้โอกาสชีวิต (Give love a chance,Give life a chance)” เพื่อระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ชั้นสูง แสดงความจำนงและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.088-8744671

Leave a comment