ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/303941

ดาราพาเที่ยว : ก็จะหลายท่าหน่อย เมื่อ ‘นิว-ชัยพล’ พิชิตเอเวอเรสต์
ด้วยกระแสจากละคร “รากนครา” ที่ดีมากๆ ทำเอาคนเกลียด “เจ้าหน่อเมือง” ซึ่งรับบทโดย “นิว-ชัยพลพูพาร์ท” กันทั่วบ้านทั่วเมือง งานนี้หนุ่มนิวเลยแอบไปเที่ยวขอพักทำใจกันไกลถึงประเทศเนปาล ซึ่งบอกเลยว่าทริปนี้ทั้งโหดและตื่นเต้น เป็นประสบการณ์ที่สุดแสนประทับใจมากๆ อีกหนึ่งทริปของเจ้าตัว
จุดประกายความคิดอยากพิชิตภูเขาครั้งนี้ “ผมติดใจและคิดว่าอยากจะไปเทรคกิ้ง (trekking) ปีละครั้ง ปีที่แล้วไปยอดเขาอันนาปุรณะใต้ (Annapurna South) ปีนี้ติดใจก็เลยไปอีก มันเหมือนเดินจงกรม นั่งสมาธิ แต่ได้เห็นวิวสวยๆ ทำให้เราได้คิด มีสติมากขึ้น เอามาใช้ในชีวิตมากขึ้นปีนี้ก็เลยได้ไปที่ Everest Base Camp เนปาลครับเดินเทรคกิ้งขึ้น Base Camp โหดดีทริปนี้ ใชเวลาเดินทุกวัน 16-17 วัน เดินอย่างเดียวเลยนะ เดินขึ้นวันละ 8 ชั่วโมง เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ”

เริ่มต้นความโหด “นั่งเครื่องบินจากเมืองหลวงไปลงที่สนามบินลุกลา อยู่ประมาณ 2,800 เหนือระดับน้ำทะเล เป็นสนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก รันเวย์สั้นครึ่งเดียวตอน Landing ข้างหน้าเป็นภูเขา ถ้าเบรกไม่ทันก็ชน ซึ่งเคยมีนะหรือตอน Take off ก็จะเป็นหน้าผาถ้าดึงขึ้นไม่ได้ก็ตก แล้วหมอกหนามาก เพราะเป็นสนามบินที่อยู่ในช่องเขา ก็ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญบิน ตอนแรกจะไม่ไปนะเพราะว่ากลัว แต่สุดท้ายก็ตกลงไป ซึ่งไปพร้อมความหวาดเสียว สวดมนต์ตลอดเวลาตอนลง แล้วก็ลงได้ปลอดภัย”
ไต่ระดับความท้าทาย “เดินจากจุดความสูง 2,800 แล้วก็เดินต่อไปเรื่อยๆ อากาศก็เปลี่ยนไปแต่ละชั้น หายใจยากขึ้น ที่สุดท้ายที่ไปจบอยู่ที่ความสูง 5,400 ซึ่ง Base Camp จะอยู่ประมาณความสูง 5,200 กว่าๆ แล้วผมไปนอนที่ความสูงประมาณ 5,100 หนาวมาก เขาบอกว่าจริงๆ แล้วไม่ควรนอน เพราะโหดมาก ถ้าเกิดระดับความสูง 5,000 ออกซิเจนจะเหลือแค่ 50% คือระดับพื้นปกติเรา 100% เคยมีคนขึ้นไปแล้วนอนหลับไปเลยก็มีบ่อยมาก ผมไม่กลัวนะผมโชคดีที่ปรับตัวได้ มีคนบอกว่าระหว่างทางเดินจะมีโรคที่ชื่อ AMS (Acute Mountain sickness) โรคแพ้ความสูง คือร่างกายปรับตัวไม่ได้ สมองก็จะเบลอ เดินแล้วหลับ ผมไปกัน 6 คน สำเร็จทริปแค่ 2 คน”

เทคนิคการเดินเขาอย่างปลอดภัย “ระหว่างเดินต้องค่อยๆ ไป ให้มีวันปรับตัว หรือบางวันก็หยุดอยู่ที่เดิมเพื่อปรับตัว ก็จะมีวันพักให้ร่างกายปรับกับสภาพอากาศ ฉะนั้นต้องเตรียมตัวไปดีๆ ถึงจะควรไป หรือแม้แต่บางคนที่เตรียมตัวไปดีแล้วก็ยังมีโอกาสเป็น แต่ผมอย่างที่บอกโชคดีที่เราค่อยๆ เดิน จิบน้ำเรื่อยๆ นี่คือวิธีแก้ ผมตั้งนาฬิกาเลยนะทุก 20 นาที จิบน้ำ วันหนึ่งควรกิน 3-4 ลิตรขึ้นไป เพื่อให้ปัสสาวะ ให้ร่างกายเราปรับตัวได้”
ประทับใจตลอดเส้นทาง “ขึ้นไปก็สวยมากครับแต่ความชอบผมชอบระหว่างทางมากกว่านะ เราได้เห็นอะไรที่แตกต่างไปเรื่อยๆ เวลาเปลี่ยนระดับชั้นความสูงวิวก็จะเปลี่ยนไป เป็นต้นไม้ หลังๆ ต้นไม้เริ่มหายกลายเป็นหินแทน ภูเขาน้ำแข็ง เป็นหิมะ เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่บน Base Camp จริงๆ ก็จะเป็นเหมือนในหนังถ้าเคยดูหนังเรื่อง Everest (เอเวอเรสต์) จะเป็นเต็นท์เหลืองๆ แล้วโอบล้อมลอบด้วยภูเขา เราก็จะไปอยู่ตรงนั้นถ่ายรูปได้ แล้วก็จะมองเห็น Everest ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก 8,848 เมตร แต่เราไปแค่ 5,000 กว่า เมตร ผมว่าแค่นั้นก็สุดแล้วและสวยมากสำหรับเรา”

ทริปสุดตื่นเต้น “นอกจาก Everest Base Camp เราได้เดินไปตามช่องเขาโชลา เมืองโพครา เป็นเมืองที่มีทะเลสาบน้ำจืดที่สูงที่สุดในโลกประมาณ 5,400 เมตร ใช้เวลาเดิน 8 ชั่วโมง ในหนังสือบอกไว้แบบนั้นนะ ระหว่างทางเจอคนไทยที่เดินสวนทางมาเขาบอกว่าอย่าไปเลยเพราะเขาเดิน 12 ชั่วโมง เพราะไม่ใช่แค่เดินธรรมดามีปีนด้วย หินใหญ่มาก เดินผ่านช่องธารน้ำแข็งขนาดเท่ากระเบื้อง ข้างล่างเป็นเหว ต้องเกาะๆ ไปหน้าติดกำแพงแล้วขยับไปทีละขาอันตรายมาก ถ้าลื่นก็ตกลงไปตายเลยนะ แล้วมีคนสวนกันมาด้วย จะมีช่วงที่สวนกันได้น้อยมากก็ต้องเอาตัวสอดเข้าไปในเขา สุดท้ายเพราะความอยากไปก็ตัดสินใจไปต่อ เดินได้จนสุด ผมใช้เวลาไป 7 ชั่วโมง 50 นาที ค่อยๆ ไปไม่ประมาท ปรากฏว่าก็ผ่านไปได้ด้วยดี”
กำไรจากการท่องเที่ยวแต่ละทริป “การไปเที่ยวแบบนี้ไม่ได้แค่เจอสิ่งสวยงามแค่ภายนอกอย่างเดียวมันทำให้เรารู้จักตัวเองด้วยนะ เพราะเราต้องอยู่กับตัวเอง 17 วัน เดินป่าได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ตัดขาดจากโลกภายนอก เราต้องมีสติมากๆ ไม่ประมาทในการใช้ชีวิตตอนนั้นเพราะถ้าพลาดก็คือภัยอันตรายต่างๆ ที่พร้อมจะเดินเข้ามาหาเราได้ทุกเมื่อ ผมเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากแต่ละทริปเยอะครับ”
บอกเลยว่าทุกที่บนโลกนี้อันตรายหมดถ้าเกิดว่าเราไม่ระวัง ถ้าเราประมาทไม่มีสติ แม้กระทั่งที่ที่ปลอดภัยที่สุดอย่างบ้านเราเอง ก็อันตรายได้เหมือนกัน ฉะนั้นต้องมีสติอยู่กับปัจจุบัน ที่สำคัญเที่ยวอย่างมีสตินะคะ
หยินหยาง
