สุดฮา’คริส-เต้’ดึงซีนเด็ดจากหนังฟอร์มยักษ์สอนภาษาอังกฤษ ในรายการ’ซีนเด็ด…ภาษาหนัง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/304846

สุดฮา'คริส-เต้'ดึงซีนเด็ดจากหนังฟอร์มยักษ์สอนภาษาอังกฤษ ในรายการ'ซีนเด็ด...ภาษาหนัง'

สุดฮา’คริส-เต้’ดึงซีนเด็ดจากหนังฟอร์มยักษ์สอนภาษาอังกฤษ ในรายการ’ซีนเด็ด…ภาษาหนัง’

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.00 น.

ถ้าพูดถึงปรมาจารย์ด้านภาษาอังกฤษแห่งยุคนี้ ต้องยกให้สองพิธีกร  “คริสโตเฟอร์ ไรท์” และ “เต้ สุผจญ กลิ่นสุวรรณ” ที่ล่าสุดแท็คทีมกันมาสร้างความสนุกสนานเพื่อเอาใจคอหนัง ในรายการ  “ซีนเด็ด..ภาษาหนัง  (Movie Language)” รายการบันเทิงสอดแทรกสาระความรู้แนว  “Edutainment (เอ็ดดูเทนเมนต์)” ที่หยิบศัพท์คำเด่น ประโยคเด็ดในแต่ละซีนจากโปรแกรมหนังดี มาแปลความหมาย  พร้อมแนะเทคนิกการพูด, การฟังภาษาอังกฤษ ให้เข้าใจง่ายที่สุดสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้  โดยออกอากาศทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น.ทางช่อง MONO 29  (โมโนทเวนตี้ไนน์) ซึ่งงานนี้ “คริส-เต้” ได้เปิดใจถึงที่มา กว่าจะมาทำรายการด้วยกัน

อัพเดทผลงานปัจจุบัน :

คริส : ตอนนี้ถ้าพูดตรงๆ รายการโทรทัศน์ไม่ได้ทำมาประมาณปีกว่าละครับ ส่วนรายการหลักๆ ที่คนจะรู้จักจริงๆก็มี Christ Delivery , มหิดล แชนแนล , Click  , Cat , Eng24 ในยูทูป แล้วก็พ็อคเก็ตบุค  และก็ทำทอล์คโชว์ด้วยครับ เป็นเดี่ยวไมโครโฟน ปีหน้าจะมีทำหนังสือด้วยครับ

เต้ : จริงๆ ผมโตมากับสายข่าว ตอนนี้ที่ทำอยู่เป็นช่องข่าวต่างประเทศ แต่ส่วนมากคนจะรู้จักผมในนาม “พี่เต้ English Breakfast” รายการสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ได้แรงบันดาลใจจาก “พี่คริส” แหละครับ ซึ่งผมจะพาไปอีกสเต็ปหนึ่ง ให้ยากขึ้นไปอีกสำหรับกลุ่มเป้าหมายจะเป็นเด็กมัธยมปลายไปถึงมหาวิทยาลัย ส่วนก่อนหน้านี้ก็ทำข่าวพ่วงรายการสอนภาษามาตลอดครับ

ทั้งสองคนชอบดูหนังไหม :

คริส : ผมชอบมากครับ เพราะว่าตั้งแต่เด็กๆที่บ้านมีฐานะปานกลาง ก็อยู่โรงเรียนนานาชาติ สมัยก่อนเครื่องเล่นวีดีโอออกมาใหม่แพงมาก เป็นหมื่นๆ มีพวกวิดีโอเทป ซึ่งใครจะมีได้ต้องชอบดูหนังจริงๆ ผมก็ฝันตลอดว่าต้องมีให้ได้ เมื่อก่อนไปสมัครสมาชิกร้านเช่าวีดีโอ บล็อคบัสเตอร์ ซึทาย่า จนตอนนี้สูญพันธ์หมดแล้ว แต่เชื่อไหมครับทุกวันนี้ผมยังบ้าซื้อพวกดีวิดี สะสมไว้หลายร้อยแผ่นเลยครับ บางทีก็ให้นักเรียนไปยืมดูที่้บ้าน โดยผมก็สอนในห้องเรียนว่า วิธีการดูหนังที่ดีไม่ใช่แค่เพื่อบันเทิง กินป็อปคอร์นเท่านั้น เราจะได้ภาษาอังกฤษจากหนังยังไง แนะนำเทคนิคนักเรียนและให้เขายืมกลับไปดูที่บ้านครับ ซึ่งทุกวันนี้พอมีลูกก็เก็บไว้ให้เผื่อเค้าดู แต่เดี๋ยวนี้มันเป็นยุคดิจิตอลหมดแล้ว ซึ่งผมมันพวกสายเก่าชอบแบบสมัยก่อนคล้ายๆ คนแก่สะสมแผ่นหนังเลยครับ

เต้ : ส่วนของผมตอนเด็กๆ ต้องไปอยู่อเมริกาตั้งแต่ 6 ขวบ โดยที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยจริงๆ คนที่อยู่ที่นั่นเค้าบอกว่า วิธีเดียวที่จะให้ภาษาของเราพัฒนาได้ไม่ใช่ในห้องเรียนนะ เพราะยังไงเราก็ตามเค้าไม่ทัน ทำให้เราเริ่มหันมาดูหนัง อันไหนเราดูไม่ทันสามารถย้อนกลับมาดูใหม่ได้ เพราะฉะนั้นหนังบางเรื่องที่ผมชอบมากๆ ในยุคสมัยนั้นผมดูเกือบยี่สิบ สามสิบรอบเลยครับ จนผมแทบจะท่องบทได้ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังดูอยู่นะครับ และใช้เป็นสื่อในการสอนที่จะให้ลูกๆ ได้ดูด้วย การ์ตูนก็มี คล้ายๆพี่คริสเลยครับ ผมจะซื้อแผ่นแท้มาเพื่อปลูกฝังคุณค่าตรงนี้ด้วย หนังกับเพลงน่าจะเป็นสื่อที่สามารถทำให้คนได้พัฒนาภาษาได้ง่ายที่สุดครับ

จุดเริ่มต้นของรายการ Movie Language :

คริส : ผมอยากทำรายการแบบนี้มานานแล้วครับ ด้วยเสน่ห์ของผมกับ “เต้” เรามีอะไรๆ ที่เหมือนกัน เราสามารถเล่าเรื่องให้มันสนุก มีสีสันที่ไม่เน้นบันเทิงอย่างเดียว เรามันพวกสายเอ็นดูเทนเม้นตัวจริง บันเทิงก็บันเทิง การศึกษาก็ศึกษา สาระบันเทิงก็มี ซึ่งก็มีโอกาสได้คุยกับทางช่องโมโน29 เขาทำหนังเยอะ ก็เลยอยากสอนภาษาอังกฤษจากหนังเพื่อคนรุ่นใหม่ๆด้วย เพราะทุกวันนี้ผมรู้สึกว่าคนสมัยนี้ดูหนังเพื่อบันเทิงล้วนๆ ซึ่งรายการ “Movie Language” จะแนะนำภาษา วิธีคิดและ ความรู้ใหม่ๆ มาให้คนดูกันครับ

เต้ : คือรายการลักษณะสอนภาษาผ่านหนัง ผมว่าที่ประเทศอื่นๆเขาก็มีกัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือ พอมาอยู่ในช่องโมโน29 คือพอเราสอนภาษาในหนังเรื่องนี้เพื่อเรียกน้ำย่อยเสร็จปุ๊บ ก็ดูหนังเรื่องนั้นต่อเลยทันที มันเติมเต็มอรรถรสผู้ชมด้วยครับ

คริส : ถ้าสมัยก่อนคนได้เรียนภาษาจากเรา แล้วอยากดูเรื่องนั้นต่อเลยมันก็หาดูลำบาก แต่ตอนนี้พออยู่ใน ช่องโมโน29 มาเรียนเสร็จปุ๊บดูต่อได้เลย และก็จะมีหนังหลายๆ เรื่อง คือผมเคยได้ยินสำนวนฝรั่งที่แปลไทยว่า อย่าตัดสินหนังสือที่หน้าปก หนังก็เหมือนกัน ผมว่าการที่รายการ “Movie Language” ไม่ได้เป็นแค่รายการสอนภาษาอย่างเดียว มีทั้งเล่าเรื่องตลก ได้ความรู้ของผมกับ “เต้” มาผสมกัน แล้วยังแนะนำให้คนได้รู้จักกับหนังใหม่ๆ ด้วย ที่แบบบางเรื่องที่คุณไม่เคยชม สอนให้ดูหนังแล้ว คิดวิเคราะห์ แยกแยะ พยายามทำให้คิดเหมือนกับว่า ดูเรื่องนี้แล้วคุณได้อะไรด้วยครับ

เต้ : โดยเฉพาะถ้าเป็นหนังที่ทำมาจากเรื่องจริง อิงประวัติศาสตร์ มันยิ่งจะไปจุดประกายให้คนไปต่อยอด อยากศึกษาต่อ ยกตัวอย่างอย่างเช่น “Hacksawledge” ที่เป็นภูเขาสงคราม พอคนดูแล้วทำให้สนใจมากขึ้นว่าจริงๆแล้วเป็นยังไง ก็ศึกษากันมาเพื่อให้คนดูมีแรงบันดาลใจเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้นด้วยครับ

สำหรับคนที่ไม่รู้แกรมม่าหล่ะ:

เต้ : แกรมม่าอาจจะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในการสื่อสาร ไม่ว่าจะภาษาใดๆ ผมว่าสำคัญที่สุดคือการตีความสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อสารกับเราและเราส่งกลับไปหาเขา ลำพังพวกโครงสร้างแกรมม่า ถ้าเราไม่ได้เป็นตัวแทนบริษัท เขียนอีเมล์ ออกไปพูดหน้าห้องประชุม เราอาจจะไม่ต้องเป๊ะเวอร์ขนาดนั้น เอาแค่สามารถเข้าใจกันได้ ซึ่งลักษณะของรายการเนี่ยจะไม่ได้สอนโครงสร้างแกรมม่าเลยครับ

คริส : ทุกวันนี้พวกผม “เต้” “อดัม” “แอนดรูว์” ครูสอนภาษาอังกฤษสายนี้จะเน้นว่าแกรมม่าไม่สำคัญ ซึ่งจะมีคนกลุ่มเดียวที่มาเถียงกับพวกเราคือ คนไทยกันเองนี่หละ ซึ่งผมว่าสอนพูดไปเลยดีกว่า ประโยควลีอะไรพวกนั้นเดี๋ยวก็พูดได้เองครับ เด็กฝรั่งเรียนที่อเมริกา 10 ปีแรกเค้าไม่เรียนไวยากรณ์นะครับ เค้าสะสมรูปประโยคจากหนังสือ นั่งร้องเพลงกันอย่างเดียว แล้วแกรมม่ามันจะมาตอน 10 กว่าขวบช่วงที่เราเริ่มพูดได้  ฝรั่งเขาไม่ซีเรียสกันหรอกครับ

เต้ : สุดท้ายผมก็อยากจะฝากคือ อย่าให้ภาษาโดยเฉพาะไวยากรณ์มันเป็นอุปสรรคของการสื่อสาร เพราะสุดท้ายแล้ว การที่เพื่อนมนุษย์จะคุยกัน เราต้องเข้าใจก่อนว่าเราจะสื่อสารอะไรออกไปในภาษาที่เราคิดว่าปลายทางจะเข้าใจครับ

ติดตามชมรายการ “ซีนเด็ด..ภาษาหนัง  (Movie Language)”  รายการดีที่รับชมพร้อมหนังดัง ทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น.ทางช่อง MONO 29  (โมโนทเวนตี้ไนน์)

Leave a comment