ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/303756

‘นฤมล ล้อมทอง’ ผู้สร้างชีวิตให้ ‘ศาลาเฉลิมกรุง’
รายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 สัปดาห์นี้ พิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไป ศาลาเฉลิมกรุง สถานที่ประวัติศาสตร์ ที่สร้างความบันเทิงให้กับคนกรุงเทพฯ มายาวนาน เพื่อพูดคุยกับ “นฤมล ล้อมทอง” ผู้จัดการศาลาเฉลิมกรุง ถึงสถานที่แห่งนี้
นฤมล ล้อมทอง เล่าว่า “สถานที่แห่งนี้ปัจจุบันอายุ 84 ปีแล้ว แต่ยังดูดี ถามว่าเราดูแลอย่างไร ศาลาเฉลิมกรุง พี่พูดเสมอนะคะว่า การดูแลเหมือนดูแลคนชรา คือคนชราต้องดูแลพิเศษนิดหนึ่ง ต้องใกล้ชิด แต่สิ่งง่ายๆ ของที่เราทำคือ ความเก่ายิ่งเก่ายิ่งคลาสสิก แต่ว่าอะไรที่เสีย เช่น ไฟดับดวงหนึ่งพี่จะไม่ยอมเลย หรือว่าทางเดินมีอะไรหลุดมา พี่จะไม่ยอมเหมือนกัน พูดง่ายๆ ตรงไหนที่ชำรุดต้องทำทันที ไม่ปล่อยไว้ แล้วพี่จะบอกกับเจ้าหน้าที่ตลอดเลยว่าให้หมั่นเดินดู ดูว่าตรงไหนที่เสียหรือตรงไหนที่จะต้องซ่อมให้ทำเลย ต้องดูแล
ที่บอกว่าอายุ 84 ปีนั้น หมายความว่า ศาลาเฉลิมกรุงแห่งนี้สร้างมาในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งโบราณสถานแห่งนี้ได้ขึ้นเป็นอาคารอนุรักษ์เรียบร้อยแล้ว ถึงสถานที่นี้จะโบราณ แต่ว่ายังมีชีวิต ยังมีกิจกรรมให้ทำตลอด อันนี้ ครูแจ๋ว-สง่า อารัมภีร์ สอนมา ตอนที่พี่มารับตำแหน่งใหม่ๆ ครูแจ๋ว บอกว่า โรงมหรสพ โรงละคร ต้องตีอยู่เสมอ ต้องตีให้ร้อน เขาเรียกว่าอย่าให้โรงเงียบ
เราก็เลยจัดกิจกรรมเข้ามา เดิมเลยเป็นโรงภาพยนตร์ แต่เราเปลี่ยนมาเป็นโรงมหรสพ เนื่องจากว่าพอในยุคที่เทปผีซีดีเถื่อนเข้ามาเยอะ ในที่สุดเราก็ต้องปิดตัว เพราะว่าโรงเราคนดู 600 คน ปรับแล้วนะคะสมัยก่อน 1,200 ที่นั่ง ซึ่งในยุคนั้นใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเชีย พอยุคเทปผีซีดีเถื่อนเข้ามา โรงหนังที่อยู่โรงเดียวโดดๆ ปิดตัวกันเป็นแถวเลย
เราก็มามองตัวเราเองว่าเอ๊ะเราจะทำอย่างไรก็เลยปรับ ปรับตัวว่าเราฉายหนังได้นะ เราเล่นดนตรีได้ เราแสดงละครได้ มีการแสดงทางวัฒนธรรมได้ ก็ปรับแล้วใช้ชื่อว่า โรงมหรสพ คือโรงมหรสพนี่แสดงบันเทิงทุกอย่างได้ ก็เป็นโรงมหรสพหลวง เนื่องจากว่าเป็นของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 ที่พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์9 ล้านบาท ในยุคนั้น 84 ปีมาแล้ว เป็นมูลค่าหลายพันล้านในปัจจุบัน ก็สร้างขึ้นมา แล้วเราก็ปรับมาทำเป็นโรงมหรสพตอนที่ปรับนี่จอภาพยนตร์เราจะทำเป็นรางเลื่อน เวลามีฉายหนังก็สามารถดึงมาได้ พอเราเล่นละครก็ถอยเข้าไป ตอนนี้ก็เลยมีทั้งดนตรี ซึ่งเป็นดนตรีที่เล่นประจำอยู่ทุกเดือน เราเรียกว่ารายการศาลาเพลง

ศาลาเพลง ก็มาจาก ศาลาเฉลิมกรุง แล้วเราเล่นดนตรีเราก็เป็นศาลาเพลง ก็เล่นทุกเดือน เดือนละหนึ่งครั้ง โดยมีวง อ.วิรัช อยู่ถาวร แล้วอีกอันหนึ่งก็คือ โขน ซึ่งโขนนี่เกิดขึ้นจากพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ แล้วก็ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุงขึ้นมา แล้วก็เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทำโขนขึ้นมา โขนก็จะมีแสดงทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 รอบ วันพฤหัสฯกับศุกร์ แต่เราไม่ได้แสดงเฉยๆ เด็กมาแสดงแล้วกลับไป แต่เรามีการส่งเสริมให้ทุนด้วย ให้ทุนกับเด็ก เขาเรียนดี เราก็มีสอบให้เขาสอบทุนของศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งตอนนั้นประธานมูลนิธิก็คือ องคมนตรี เกษม วัฒนชัย ท่านก็ให้นโยบายไว้ว่า การให้ทุนเด็กนี่ คือคุณอย่ามาให้ทุนนะ 5,000 บาท 10,000 บาท ซึ่งเด็กทำอะไรไม่ได้
ก็ให้ไปถามที่สถาบันบัณฑิตว่า เด็กคนหนึ่งเขาเรียนเทอมหนึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ เขามีตัวเลข
ให้เราเลยเพราะว่าเด็กกู้อยู่ เด็กกู้เรียน กู้อะไรอยู่ ก็เลยได้ตัวเลขขึ้นมา แต่ละคนนี่ก็ประมาณ 60,000 บาท เวลาช่วยแล้วให้ช่วยให้ตลอด ช่วยให้จบ ก็คือช่วยก็ต้องจ่ายเขา ให้เขาอยู่ได้ แล้วให้เขาเรียนได้ ก็เลยเกิดเป็นทุนของศาลาเฉลิมกรุงขึ้นมา ซึ่งก็มีเด็กได้รับทุนนี้เป็นประจำทุกปี มีทั้งชั้นมัธยม ปวช. ปริญญาตรี ก็คือมี 3 ขั้นพี่มักใช้คำว่าให้โอกาส คือเขาเรียนโขน เขาจะไปแสดงที่ไหนล่ะ ตอนนี้เวทีที่แสดงโขนก็มีจำกัดมาก เราก็เปลี่ยนมาเป็นว่ามีเวทีให้แสดง พอมาแสดงก็ได้เงิน มีน้องหลายคนส่งตัวเองเรียนจากค่าแสดงที่แสดงประจำ
ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นประจำที่นี่ก็มี โขน การแสดงดนตรี การแสดงอาร์ตต่างๆ ปัจจุบันนอกจากดนตรีที่อ.วิรัช เล่นประจำแต่ละเดือนแล้ว ก็มีการแสดงอื่นๆ ที่ดูคึกคัก คนจองกันล้นโรง หาเงินให้กับโรงพยาบาลต่างๆ บ้าง คือตอนนี้ศาลาเฉลิมกรุงน่าจะเรียกว่าเป็นศูนย์รวมของการช่วยเหลือจริงๆ เช่น เวลามีใครเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วก็ขาดเงินขาดอะไร ศิลปินก็มาและให้เราช่วยจัดการแสดง แล้วก็หาเงิน อย่าง พี่ดอน สอนระเบียบ ตอนนั้นบ้านไม่มีอยู่ บ้านเอาเข้าแบงก์ไว้แล้วก็ไม่มีเงิน แล้วตัวเองก็ป่วย

ในที่สุดก็ทำคอนเสิร์ตขึ้นที่ศาลาเฉลิมกรุง พี่แขกก็กำเงินไปที่นครสวรรค์ แล้วก็ไปที่แบงก์ เอาเงินไปไถ่บ้านให้เขา พอเขามีบ้านแล้ว มันก็มีเงินเหลืออยู่นิดหน่อย ก็ให้ภรรยาเขาเอาไปลงทุนทำอะไรที่ทำอยู่กับบ้าน ตอนแรกก็ทำช่วยกันไปธรรมดา พอมีมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโสขึ้นมา ก็เลยกลายเป็นที่นี่เป็นที่ตั้งของมูลนิธิด้วย หรือแม้กระทั่งหาเงินให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดี เรื่องเกี่ยวกับศูนย์มะเร็งเต้านม ก็ใช้ที่นี่ หรือเมื่อเร็วๆ นี้ คุณแดง-นันทวัน เมฆใหญ่ ก็มาจัดคล้ายๆ วันเกิด 72 ปี ก็มาจัดการแสดงที่นี่ ซึ่งที่นี่จะมีอะไรหลากหลายมากๆ
พี่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ มันถูกบันทึกนะเป็นประวัติศาสตร์หนึ่งของหน้าเลย ตอนที่พี่มารับตำแหน่งใหม่ๆ พี่ก็ต้องดูว่าบัญชีเดิมเป็นอย่างไร ปรากฏว่าพี่ไปเจอบัญชีหนี้สินที่นักสร้างหนังเป็นหนี้ที่ศาลาเฉลิมกรุงอยู่ ปัจจุบันคนที่เป็นหนี้เราตอนนี้รวยมาก เขาก็ไปมีกิจการใหญ่โต แต่หนี้ยังอยู่ที่ศาลาเฉลิมกรุงอยู่เลย คือเป็นประวัติศาสตร์ค่ะ แล้วก็เป็นสิ่งที่เวลาเราขอความช่วยเหลือใครไปก็ตาม พอบอกศาลาเฉลิมกรุง เขาจะรู้ทันทีว่าเราไม่ได้มาทำธุรกิจ แล้วเราทำเพื่อจรรโลงศิลปวัฒนธรรม แล้วก็ช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก
ตอนที่พระราชทาน พระองค์ท่านก็ทรงมีรับสั่งว่า พระราชทานเป็นของขวัญให้กับคนกรุงเทพมหานคร คราวฉลองกรุงเทพฯ 150 ปี แล้วพระองค์ท่านก็บอกว่า อันนี้เป็นของขวัญให้กับคนไทยได้มาพักผ่อนหย่อนใจ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า เวลาที่ทำคอนเสิร์ตอะไรก็ตาม นักร้องนักแสดงเยอะแยะ แต่ว่าค่าบัตรถูกมาก เพราะว่าพี่สำนึกอยู่เสมอว่าพระองค์ท่านทรงมีรับสั่งไว้ พระราชทานเป็นของขวัญให้คนได้พักผ่อนหย่อนใจ ให้คนทุกระดับได้เข้ามาดูได้ ไม่ใช่ว่าพี่ไปตั้งราคาสูง ก็มีแต่คนระดับที่มีสตางค์มาดูก็เหมือนตอนที่ฉายภาพยนตร์ ราคา 25 สตางค์แล้วแอร์หนาวมาก คุณชายถนัดศรี เคยเล่าไว้ว่า มากับมหาดเล็ก ตอนแรกก็นั่งๆ มหาดเล็กนั่ง แล้วก็ไปนั่งบนตัก เพราะว่าหนาวมาก ต้องให้มหาดเล็กกอดไว้

ใกล้ๆ ปีใหม่ที่จะถึงนี้ เราก็วางไว้หลายโปรแกรมเหมือนกัน แต่ว่ายังไม่ได้คุยเป็นกิจจะลักษณะ แต่ว่าเดือนพฤศจิกายน ก็จะมีของ นนทิยา จิวบางป่า ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตหนึ่งที่จะจัดขึ้นที่นี่ คือตัวศาลาเฉลิมกรุงเองนี่เดิมเลยอย่าง ดิอิมพอสซิเบิล นี่ตอนนั้นหายไปจากวงการนานมาก แล้วกลับมารวมตัวกันที่ศาลาเฉลิมกรุง ตอนนั้น ดิอิมพอสซิเบิล เราจัด 2 รอบนี่แน่นเลย แล้วหลังจากนั้นดิอิมพอสซิเบิล ก็กลับมาทำคอนเสิร์ต แล้วพอตอนหลังก็จะมีคนจัดคล้ายๆ อย่างนี้ กลับมาหลายๆ วง
หรือแม้กระทั่งดนตรีของเพลงสากล จะเห็นว่าคอนเสิร์ตคุณชรินทร์ คอนเสิร์ตคุณสุเทพ คอนเสิร์ตต่างๆ นานา ศาลาเฉลิมกรุงเองก็เป็นคนนำสิ่งเหล่านี้กลับมา แล้วมันติดตลาดก็ถูกขยายไปเล่นที่ศูนย์วัฒนธรรมบ้าง ที่โน่นที่นี่บ้าง บางอันทำเป็นโชว์ใหญ่ๆ โชว์ดีๆ เลย ถามกลับมาหาพี่ว่าพี่รู้สึกอย่างไร พี่บอกพี่รู้สึกภาคภูมิใจพี่ภาคภูมิใจว่าพี่เป็นคนจุดประกายสิ่งเหล่านี้กลับมา”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน”ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

