รายงานพิเศษ : ผ่ายุทธศาสตร์ดันราคายางทะลุเป้า! ของขวัญปีใหม่ 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/311178

รายงานพิเศษ : ผ่ายุทธศาสตร์ดันราคายางทะลุเป้า!  ของขวัญปีใหม่ 2561

รายงานพิเศษ : ผ่ายุทธศาสตร์ดันราคายางทะลุเป้า! ของขวัญปีใหม่ 2561

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สถานการณ์ยางพาราช่วงปลายปีนี้ ปกติราคาจะอยู่ในช่วงขาลงเช่นเดียวกับทุกปี ปีนี้ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาไม่ถึง 50 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าราคาต้นทุนของการปลูกยาง จนทำให้เกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศโดยเฉพาะชาวสวนยางภาคใต้เดือดร้อน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ในที่สุดคณะรัฐมนตรีก็ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง โดยเห็นชอบมาตรการแก้ปัญหาราคายางตั้งแต่ระดับต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวม 7 โครงการ มีเป้าหมายให้ราคายางพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 65 บาทต่อกิโลกรัม โดย 5 โครงการแรกเป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เสนอ คือ

1.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวมยางพาราวงเงิน 10,000 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายเบี้ยประกัน 0.36% ต่อปี หรือ 36 ล้านบาทต่อปี เป็นเวลา 3 ปี รวม 108 ล้านบาท เดิม ครม. ให้ใช้เงินจากกองทุนพัฒนายางพารา แต่ กนย. เห็นว่าตามกฎหมายไม่สามารถดำเนินการได้ จึงเสนอ ครม. ให้รัฐสนับสนุนงบประมาณค่าเบี้ยประกันแทน และสนับสนุนค่าบริหารโครงการ 0.14% ด้วย

2.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง วงเงิน 20,000 ล้านบาทเป้าหมายดูดซับยางออกจากระบบ 350,000 ตัน จากผลผลิตทั้งปี ประมาณ 3.2 ล้านตัน ระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคม 2561-ธันวาคม 2562 โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี (ไม่เกิน 600 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 ถึงเดือนธันวาคม 2562 และมีระยะเวลาการชำระเงินคืนเงินกู้ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันทำสัญญาต่อปี

3.โครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้รับแจ้งความประสงค์ในการใช้ยางของหน่วยงานรัฐปี 2561 และรัฐบาลมีนโยบายพร้อมสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐใช้ยางพาราภายในประเทศเพิ่มขึ้น จะใช้งบประมาณรับซื้อยางใหม่จากเกษตรกร 12,000 ล้านบาท เพื่อนำมาให้กับหน่วยงานรัฐในโครงการต่างๆ โดยใช้งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐนี้จะช่วยดูดซับปริมาณยางออกจากตลาด ทำให้ราคายางมีเสถียรภาพมากขึ้น โดย กยท. รับซื้อผลผลิตยางพารา ได้แก่ ยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 น้ำยางสด ยางก้อนถ้วย หรือยางชนิดอื่นๆ
ผ่าน ตลาดยาง กยท. ตลาดเครือข่าย และตลาดกลางยางพารา กยท. ในช่วงเดือนธันวาคม 2560-30 เมษายน 2561 จำนวน 200,000 ตัน
เพื่อนำไปใช้งานหน่วยงานภาครัฐ เช่น การทำถนนลาดยางมะตอยผสมยางพาราชนิดผสมร้อน ทำชั้นพื้นทางของถนน ทำยางปูพื้น ทำสนามฟุตซอลทำสนามเด็กเล่น ยางปูสระน้ำ เป็นต้น

4.โครงการควบคุมปริมาณผลผลิต มีเป้าหมายจะลดพื้นที่การปลูกยางถาวร 2 แสนไร่ และลดพื้นที่ปลูกยางชั่วคราวอีก 2 แสนไร่ รวม 4 แสนไร่ โดยใช้เงินจากกองทุนพัฒนายางพารา และลดปริมาณผลผลิตยางของหน่วยงานภาครัฐที่มีสวนยางจำนวน 1 แสนกว่าไร่ ใช้งบกลางมาดำเนินการ 303 ล้านบาท

“โครงการนี้เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างปริมาณการผลิตและความต้องการใช้ ด้วยมาตรการลดพื้นที่ปลูกควบคุมปริมาณผลผลิต เป็นการเร่งรัดการโค่นยางมากยิ่งขึ้น ด้วยการสนับสนุนการโค่นยางเพื่อปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้นชนิดอื่น ทั้งไม้ผล ไม้แปรรูป และอื่นๆ ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ จำนวน 2 แสนไร่ พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้ชาวสวนยางรายละ 4,000 บาท ในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2561 นี้ จะเป็นการลดพื้นที่ปลูกยางแบบถาวร นอกจากนี้ยังส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยางปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี เน้นการปลูกแทนแบบผสมผสานอีกจำนวน 2 แสนไร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ซึ่งจะลดปริมาณผลผลิตได้ไม่น้อยกว่า 90,000 ตัน”ผู้ว่าการ กยท. กล่าว

ส่วนการลดปริมาณผลผลิตยางของหน่วยงานภาครัฐที่มีสวนยาง 1 แสนกว่าไร่ ซึ่งประกอบด้วย สวนยางของ กยท. กรมวิชาการเกษตร และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) นั้น เป็นมาตรการระยะสั้นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดได้ไม่น้อยกว่า 6,780 ตันในระยะเวลา 3 เดือน คือ ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2561 นอกจากนี้ ยังมีมาตรการรัฐบาลไทยร่วมมือกับประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย งดการส่งออกยางปริมาณ 350,000 ตัน 3 เดือน เพื่อให้เกิดสมดุลในตลาดโลก

5.โครงการจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง ระหว่าง กยท.และผู้ส่งออกรายใหญ่ 5 บริษัท มีเงินตั้งต้น 1,200 ล้านบาท มอบหมายให้ กยท.หารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนไปตั้งกองทุนต่อไป

ส่วนอีก 2 โครงการ เป็นการทบทวนมติ ครม.เดิมคือ โครงการชดเชยดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 15,000 ล้านบาท สำหรับขยายกำลังการผลิตหรือปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ให้กับผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางชั้นปลายน้ำ ส่วนนี้ ครม. เคยอนุมัติวงเงินสินเชื่อไว้แล้ว 15,000 ล้านบาท และกำหนดให้สมัครเข้าร่วมโครงการถึงเดือนกันยายน 2559 แต่ขณะนี้ยังเหลือวงเงินอยู่ 6,112 ล้านบาท จึงให้ขยายเวลารับสมัครไปถึงเดือนมิถุนายน 2561 จากปัจจุบันมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 29 ราย แต่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเข้าร่วมโครงการฯเพียง 16 ราย วงเงินรวมมากกว่า 8,887 ล้านบาท ทำให้ปริมาณการใช้ยางเพิ่มขึ้น 35,550 ตัน/ปี ขณะนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอีกหลายราย ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น

สำหรับโครงการสุดท้ายคือ โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา ซึ่งกำหนดวงเงินสินเชื่อไว้ 5,000 ล้านบาท รัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% และกองทุนพัฒนาสหกรณ์ สนับสนุนดอกเบี้ยให้สถาบันเกษตรกร 0.49% ต่อปี เนื่องจากตามพ.ร.บ.สหกรณ์กำหนดให้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ช่วยเหลือได้เฉพาะสถาบันเกษตรกรที่เป็นสหกรณ์เท่านั้น ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนไม่สามารถรับเงินอุดหนุนดอกเบี้ยจากกองทุนนี้ได้ ครม. จึงมีมติให้รัฐสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยให้กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนในอัตรา 0.49% แทนกองทุนพัฒนาสหกรณ์ โดยยอดประมาณการตลอดระยะเวลาโครงการฯ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2558-2567) รวมเป็นเงินประมาณการทั้งสิ้น 3,868,000 บาท แบ่งเป็นกลุ่มเกษตรกร 3,564,000 บาท วิสาหกิจชุมชน จำนวน 304,000 บาท

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการแก้ปัญหายางพาราอย่างยั่งยืน ล่าสุด กนย. ยังเห็นชอบให้มีการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ยางพารา 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมและและประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้วจากทุกภาคส่วนเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ให้มีความเข้มแข็ง และมีรายได้ที่มั่นคง ส่งเสริมการผลิตยาง ผลิตภัณฑ์ยาง และไม้ยางพาราให้มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับสากล รวมทั้ง ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจแปรรูปยาง ไม้ยางพารา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ พัฒนาระบบตลาด และช่องทางการจัดจำหน่ายยาง และผลิตภัณฑ์ยาง ไม้ยางพารา ส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ

นอกจากนี้ยุทธศาสตร์ยางพารา ยังกำหนดให้มีปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับยางพาราทั้งระบบ ให้มีความเป็นเอกภาพ และปรับปรุงกฎระเบียบ กฎหมาย ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราจะเป็นแนวทางและกรอบการแก้ปัญหายางพาราในระดับโครงสร้างโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้และการส่งออกด้วยการเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศ และมุ่งเน้นการส่งออกสินค้าในรูปของผลิตภัณฑ์ยางอีกด้วย

ราคาเป้าหมาย 65 บาทต่อกิโลกรัมจะสำเร็จหรือไม่ ปี 2561 รู้กัน!!

Leave a comment