ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/311164

ส่องเกษตร : เร่งมือ…ของขวัญปีใหม่
ช่วงนี้เป็นสัปดาห์สุดท้าย ส่งท้ายปีระกา-ไก่ 2560 แล้ว วันจันทร์หน้าก็จะเริ่มต้นปีใหม่-ปีจอ 2561 ฉะนั้นผมขอถือโอกาสนี้ ร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยคำอวยพรถึงผู้อ่าน“แนวหน้า”ทุกท่าน ตลอดจนพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องคนไทยทุกคน ขอให้มีความสุข ความเจริญ อะไรที่เคยทุกข์ เคยโศก เคยเป็นปัญหาในชีวิต ขอให้หมดสิ้นไปพร้อมปีเก่า แล้วเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสดใส มีความหวังและสมหวังในที่สุดด้วยเทอญ
ในบรรยากาศต้อนรับปีใหม่นี้ เรื่องหนึ่งที่ผู้คนมักนึกถึงน่าจะเป็น“ของขวัญปีใหม่”ทั้งคิดว่าจะหาของขวัญอะไรมอบให้คนที่รัก ญาติสนิท มิตรสหายและผู้ที่เคารพนับถือ รวมถึงแอบคาดหวังให้ตัวเองว่า จะได้รับอะไรจากคนอื่น โดยเฉพาะจากคนซึ่งเป็นที่รัก ให้ของขวัญปีใหม่ที่ถูกอกถูกใจบ้าง
สำหรับประชาชนทั่วไปแน่นอนย่อมคาดหวังด้วยว่า รัฐบาลที่บริหารประเทศชาติอยู่ จะมีอะไรให้เป็นของขวัญปีใหม่ เพื่อสร้างความสุขให้คนในชาติ ทั้งแบบเฉพาะหน้าที่เห็นได้ จับต้องได้ทันที ช่วงปีใหม่ แม้จะแค่เล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ต้องเป็นของขวัญแบบถาวร ที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน
หลายๆ ปีที่ผ่านมา เลยกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว ที่รัฐบาลต้องเตรียมกิจกรรมพิเศษหรือออกมาตรการสำคัญๆอะไรออกมาช่วงปีใหม่ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้ประชาชน โดยรัฐบาลคสช.เองที่เข้ามายึดอำนาจตั้งแต่ปี 2557 ด้วยสโลแกนจะ “คืนความสุขให้ประชาชน” ก็มีมติครม.มาตลอด 3 ปีในเรื่องของขวัญปีใหม่ และปีนี้ก็เช่นกัน ได้ให้แต่ละกระทรวงไปกำหนดของขวัญปีใหม่ เสนอเข้ามาให้ครม.รับทราบหรือบางของขวัญที่เป็นเรื่องใหญ่ๆก็ต้องให้ครม.อนุมัติ มีการทยอยประกาศออกมาหลายกระทรวงแล้ว
สำหรับการประชุมครม.นัดสุดท้ายของปี 2560 ซึ่งเป็นการ“สัญจร”ไปที่ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย ประชุมกันวันอังคารที่ 26 ธันวาคม ก็มีข่าวจะประกาศแพ็กเกจของขวัญปีใหม่หลายกระทรวงด้วยกัน ไม่แน่ใจว่า จะมีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยหรือไม่ ซึ่งขณะที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับอยู่นี้ มติครม.ยังไม่ออกมา จึงยังไม่ทราบกัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ช่วงที่ทีมรัฐมนตรีเกษตรฯชุดใหม่ 1 รมว.-กฤษฎา บุญราช กับ อีก 2 รมช. “ลักษณ์ วจนานวัช และวิวัฒน์
ศัลยกำธร” เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ เมื่อต้นเดือนธันวาคม ก็ได้เข้าร่วมประชุมกับรองนายกฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พร้อมกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ตั้งเป้าให้เห็นผลใน 3 เดือนตามที่ผมและสื่อต่างๆเคยรายงานไปแล้ว ซึ่งในโอกาสดังกล่าว รองนายกฯสมคิดได้มอบหมายภารกิจสำคัญให้กระทรวงเกษตรฯทำ“มาตรการแก้ไขหนี้เกษตรกร 3.9 ล้านคน”เพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่ชิ้นใหญ่แก่เกษตรกร
โดยมาตรการแก้ไข“หนี้เกษตรกร 3.9 ล้านคน”นี้ เป็นเกษตรกรที่ได้ลงทะเบียน“คนจน”ในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยไว้(จากคนจนที่ลงทะเบียนทั้งหมดกว่า 11.4 ล้านคน) แยกเป็นลูกหนี้ ธกส.3.3 ล้านคน และลูกหนี้ระบบสหกรณ์ราว 6 แสนคน ซึ่งมีข้อเสนอเบื้องต้นที่จะรวมหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบเข้าด้วยกัน จากนั้นทำการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกร ตั้งเป้าหมาย 3-5 ปีที่จะล้างหนี้ได้เฉลี่ยตั้งแต่รายละ 2.5 หมื่นถึง 3 แสนบาท
แพ็กเกจมาตรการ”แก้หนี้เกษตรกร 3.9 ล้านคน”นี้ น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของถ้อยคำที่รองนายกฯสมคิดเคยประกาศไว้ว่า “จะทำให้คนจนหมดไปจากประเทศไทยในปี 2561“ด้วย
อย่างไรก็ตามถ้ามีการชง“มาตรการแก้หนี้เกษตรกร 3.9 ล้านคน”ผ่านการเห็นชอบจากครม.ออกมา ก็คงถือเป็น“ของขวัญปีใหม่”ได้ในระดับแค่“ลมปาก”เท่านั้น เพราะเมื่อมีมาตรการแล้ว ก็ยังต้องดูกันต่อไปว่า จะทำได้จริงและได้ผลแค่ไหน เพราะที่ผ่านๆ มา เคยมีมาตรการสารพัดที่ออกมาเพื่อ“แก้จน” แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าเป้าสักเท่าไหร่
ก็เช่นเคยที่ผมคงไม่ปรามาสไปก่อน มีแต่ให้กำลังใจ ขอให้ทำได้จริง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ที่ก่อประโยชน์สุขแก่เกษตรกรทั้งปวง แต่คงต้องขอให้เร่งมือหน่อย เร่งทำให้เห็นผล เพราะอย่างมาตรการที่จะยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้ได้ใน 3 เดือน โดยตัวแรกที่เน้นคือ“ยางพารา”นั้น ตั้งแต่ทีมรัฐมนตรีเกษตรฯชุดนี้เริ่มงานมาเกือบ 1 เดือนแล้ว ราคายางฯก็ยังทรงๆ ขยับขึ้นนิดเดียว จากกก.ละ ประมาณ 41 บาทมาอยู่ที่ 42 บาท เหลืออีก 2 เดือนจะครบกำหนด ถ้ายังทรงๆ แค่นี้ ก็ล้มเหลวแน่
เอาใจช่วยอีกที และขอให้โชคดีปีใหม่ทุกๆ ท่าน
สาโรช บุญแสง