ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/303933

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัดบวรนิเวศวิหาร’ ภูมิสถานพระราชาผู้ทรงผนวช
เจดีย์ทองสร้างใน รัชกาลที่ ๔
ด้วยเหตุที่พระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดบวรนิเวศวิหารนั้นจึงทำให้มีประกาศให้วัดบวรนิเวศวิหารเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๙ อาทิตย์นี้ขอแนะนำวัดบวรนิเวศวิหารซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศ และถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นวัดที่มีสมเด็จพระสังฆราชประทับอยู่ถึง ๔ พระองค์ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยด้วย
วัดนี้เป็นวัดที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพโปรดให้สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๓ แต่พระองค์สวรรคตเสียก่อนที่จะสร้างวัดให้แล้วเสร็จ จึงมีการสร้างในภายหลังต่อมา เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๘พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระราชดำริว่า วัดรังษีสุทธาวาส ซึ่งอยู่ติดกับวัดบวรนิเวศวิหารนั้นมีสภาพทรุดโทรมมากจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยุบรวมเข้าเป็นวัดเดียวกับวัดบวรนิเวศวิหาร ทำให้วัดมีบริเวณกว้างมากขึ้น ปูชนียสถานวัดแห่งนี้สร้างรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมจีน ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญอยู่สององค์ คือ พระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) อัญเชิญมาจากวัดสระตะพานจังหวัดเพชรบุรี เป็นพระประธาน และพระพุทธชินสีห์อัญเชิญมาจากวิหารทิศเหนือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าใต้ฐานพุทธบัลลังก์ ของพระพุทธชินสีห์นี้เป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ผู้ทรงเคยผนวช ณ วัดนี้เมื่อยังทรงดำรงพระอิสริยยศที่สยามมกุฎราชกุมาร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ซึ่งทรงผนวชโดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ทรงเป็นพระอุปัชฌาจารย์ และประทับอยู่วัดนี้
ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงผนวชและประทับที่วัดบวรนิเวศวิหารนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประติมากรของกรมศิลปากรปั้นหุ่นและสร้างพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร โดยเสด็จพระราชดำเนินหล่อพระพุทธรูปเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๙ สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ได้ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธนาราวันตบพิตร” ด้านหลังพระอุโบสถนั้นมีเจดีย์กลมขนาดใหญ่ สร้างรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หุ้มกระเบื้องสีทอง บริเวณรอบเจดีย์นั้นมีพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่ง คือ พระไพรีพินาศรอบฐานพระเจดีย์มีศาลาจีนและซุ้มจีน ถัดออกไปเป็นวิหารเก๋งจีน นอกจากนี้มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง
วัดบวรนิเวศวิหารแห่งนี้มีเจ้าอาวาสครองวัดมาแล้วทั้งสิ้น ๗ องค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ(คือ รัชกาลที่ ๔) หรือพระวชิรญาณเถระ เมื่อพ.ศ.๒๓๘๐-๒๓๙๔ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เมื่อ พ.ศ.๒๓๙๔-๒๔๓๕ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสเมื่อพ.ศ.๒๔๓๕-๒๔๖๔ สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เมื่อพ.ศ.๒๔๖๔-๒๕๐๑พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) เมื่อพ.ศ.๒๕๐๑-๒๕๐๔ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)เมื่อพ.ศ.๒๕๐๔-๒๕๕๖ และสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เมื่อพ.ศ.๒๕๕๘-จนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากนี้วัดบวรนิเวศวิหาร ยังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ที่เสด็จออกทรงผนวช คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ รวมไปถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ตลอดถึงพระบรมวงศ์ชั้นสูงที่ทรงผนวชเกือบทุกพระองค์ นับเป็นภูมิที่ประทับแห่งพระราชาผู้ทรงผนวชมาตลอด
