เปิดใจ’พิ้งค์กี้’หลังโดนอดีตสามีแฉหนังคนละม้วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/309697

เปิดใจ'พิ้งค์กี้'หลังโดนอดีตสามีแฉหนังคนละม้วน

เปิดใจ’พิ้งค์กี้’หลังโดนอดีตสามีแฉหนังคนละม้วน

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.48 น.

คงเป็นกระแสให้ติดตามกันอยู่สำหรับข่าวคราวขาเตียงหักของนักแสดงสาวนัยน์ตาแขก พิ้งค์กี้ สาวิกา กับอดีตสามีไฮโซ เพชร อิทธิ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์หลังจากที่สาวพิ้งค์กี้ได้ออกมาเปิดใจถึงสาเหตุการเลิกรากันของตนและอดีตสามี แต่หลังจากที่สาวพิ้งค์กี้ออกมาพูดยังไม่ทันจะข้ามวัน ด้านไฮโซเพชรก็ได้ออกมาเปิดใจในวันเดียวกัน ซึ่งการให้สัมภาษณ์เรียกว่าเป็นหนังคนละม้วน ล่าสุดสาวพิ้งค์กี้ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ในงานแถลงข่าวโครงการ PEA HAPPY RUN วิ่งสุดมันส์ วัน HAPPY จากกรณีการให้สัมภาษณ์ของอดีตสามี ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า

พี่เพชรก็ออกมาพูด ซึ่งเป็นหนังคนละม้วนกันเลย เรามีโอกาสได้เห็นข่าวนี้ยัง?”ก็ได้เห็นค่ะ ความรู้สึกของเราก็อะไรมากไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นความรู้สึกที่ตอนนี้ เราก็เป็นคนอี่นซึ่งกันและกันไปแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะรู้สึกอะไรไปได้มากกว่านั้น นอกจากสิ่งต่างๆ ที่มันเป็นทัศนคติที่มันมองไม่เหมือนกัน ทีนี้ก็จะบอกว่า จากครั้งหนึ่งที่เขาเคยเป็นสามีเรา ก็ ณ ปัจจุบันนี้เราก็ไม่อยากพูดอะไรทำให้ใครเสียหาย เพราะฉะนั้นเราไม่มีความรู้สึกอะไรเลยที่จะพูดถึงเขาในสิ่งไม่ดี ซึ่งตอนแรกตกใจ ตอนนั้นมีพี่นักข่าวโทรมา เราก็สงสัยว่าอะไร จนเราได้ดูข่าวค่ะ แต่ว่าจริงๆ แล้วคือเราพูดมากไม่ได้ เราก็ไม่อยากจะตอบอะไรมาก เพราะว่าเราเป็นคนอื่นไปแล้ว”

“ส่วนการพาดพิง กี้ว่ามันคือ ทัศนคติค่ะ ซึ่งตอนนี้เรามองไปถึงจุดที่จะมองไปข้างหน้าแล้ว ก็อะไรเป็นสิ่งที่เราเคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน เราก็คิดถึงว่า จุดที่เราดีมีความรู้สึกเคยดูแลกันยังไง  เราก็เก็บตรงนั้นไว้ แล้วก็สิ่งที่ไม่ดีก็คงจะไม่คิดค่ะ”

มีเรื่องไหนที่มันไม่โอเค แล้วเราอยากชี้แจงไหม?”ถ้าจะให้ชี้แจงหนูว่ามันก็จะคงไม่จบล่ะค่ะวันนี้ หนูคงไม่มีอะไรชี้แจง เพราะหนูก็รู้สึกว่า ณ ปัจจุบันนี้ หนูทำได้แค่หนูเดินหน้าเท่านั้นเอง ทั้งพี่เขาเองก็เดินหน้า เพราะกี้ไม่อยากทำให้คนที่เราเคยเป็นสามีเราเสียหายแล้ว ส่วนตัวหนูเป็นดารายังไงก็ต้องเจอข่าว นู้นนี่อยู่แล้ว คือความเสียหายมันมีอยู่ตลอด แต่ว่ากลับกันคือทางพี่เขาเป็นในระดับนักธุรกิจ กี้พูดในสิ่งที่ไม่ดีไม่ได้ กี้รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเซ้นซิทีฟมาก แล้วเราก็รู้สึก เรามองแต่ในมุมที่ดีเท่านั้นเอง”

“หลังจากนั้นก็ไม่ได้โทรไปหาพี่เขาค่ะคือเราเดินไปข้างหน้าไกลแล้ว สิ่งที่พี่เขาพูดมามันเหมือนกับเราอ่านคอมเม้นต์ มันคือทัศนคติที่คนมองต่อเรื่องๆ หนึ่ง(แต่ถ้าเราไม่ได้อธิบายหรือปฏิเสธเท่ากับเรายอมรับหรือเปล่า?) เอาจริงๆ นะคะ ตัวกี้โตแล้ว กี้รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เพราะฉะนั้นการที่คยเราจะตัดสินใจจะทำอะไร ไม่ใช่ว่าอารมณ์หรืออะไร เราต้องคิดถี่ถ้วนแล้ว เราก็โตป่านนี้แล้วเราไม่ใช้อะไรด้วยอารมณ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กี้และพี่เขาตัดสินมันก็คือโตแล้ว เราก็ไม่ใช่เด็ก’

ได้คุยกับแม่ไหม?”คุยค่ะ เพราะว่าก็อยู่กันสองคนอยู่แล้ว ทุกคนก็จะรู้ว่าเราโตมาเราก็อยู่กับคุณแม่เป็นผู้จัดการเราอยู่แล้ว ก็คุยกันแล้วก็รู้สึกว่า เรามองในสิ่งที่ดีแล้วตอนนี้ อะไรที่มันไม่ดีเราก็ไม่เป็นไร (แม่ว่ายังไงบ้าง?) แม่เป็นผู้ใหญ่นะคะ แล้วสิ่งที่เขาทำก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากตัวกี้ เพราะว่ากี้นี่แหละเป็นคนตัดสินใจ แม่ไม่ได้เข้ามามีส่วนในการตัดสินใจในการจะทำอะไรอย่างหนึ่ง เช่น การรับงาน แม่คงไม่สามารถบังคับกี้ได้ เพราะว่าตัวกี้เองก็คือเป็นนักแสดงมาตั้งแต่เด็ก แล้วการที่เรารับงานมันเป็นสิ่งที่งานเลือกเรา เราทำหน้าที่ตรงนั้นมันคืองาน ทุกอย่างคืองานเพราะฉะนั้นไม่มีใครที่จะสามารถมาบังคับกี้ได้”

เหมือนตอนนั้นอีกฝ่ายให้สัมฯ ว่า ถ้าเราแต่งงานกันก็จะไม่ทำงานในวงการแล้วเราก็เหมือนผิดสัญญาในตอนนั้น?”จริงๆ แล้วการที่กี้เลือกแต่งงาน มันก็เป็นการตัดสินใจระดับหนึ่งแล้วว่าเราคิดยังไง ณ ตอนนั้น แต่ปัจจุบันไม่มีใครหรอกถามร้อยทั้งร้อยไม่มีใครอยากเลิก ไม่มีใครอยากจะเป็นแบบแต่งงานแล้ว ล้มเหลว ทุกคนอยากประสบผลสำเร็จแต่ว่าในวันหนึ่ง มันไม่ประสบผลสำเร็จเราก็ต้องยอมรับ มันมีเหตุผลมากมายที่ เราไม่จำเป็นจะต้องมาเล่าให้ทุกคนฟัง คือมันเป็นเหตุผลของคนสองคน บางทีมันอาจจะมีอะไรที่ไม่เข้ากัน มันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่า ปัจจุบันนี้กี้มองเรื่องนี้ เป็งเรื่องที่มันไม่มีอะไรเลย บางครั้งในอนาคตมันก็อาจจะมีอะไรที่ดีก็ได้ ส่วนเรื่องเงิน มันก็เป็นสิ่งที่เราได้ยินมาจากข่าวหลายๆ ข่าว ซึ่งมันก็ไม่เป็นความจริงนะคะ ที่เงินเดือนได้เท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเราก็เข้าใจพี่เขา ตามที่พี่เขาบอกว่ามันไม่ใช่เท่านั้น ซึ่งแม่สาวิกาก็ไม่เคยให้ข่าวใครอยู่แล้ว ซึ่งก็เลยบอกว่าเราตอบทุกข่าวไม่ได้จริงๆ เพราะมันเยอะมาก จนไม่สามารถชี้แจงได้ และเงินก็ไม่ได้เป็นปัจจัยสำหรับกี้เพราะกี้ทำงานตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว”

หลังจากนี้กลัวพี่เขาออกมาพูดอีกไหม?”ไม่น่าแล้วล่ะค่ะ เพราะว่ากี้ว่า มันเป็นสิ่งที่พี่เขาคงอยากพูด เราก็ห้ามตรงนั้นไม่ได้ ตัวกี้เองก็พูดในสิ่งที่พูดได้แค่นี้ แล้วเรารู้สึกมองในจุดที่ดี เราไม่ได้รู้สึกแย่กับพี่เขาแค่ไหนพอแล้ว เรามองว่าที่เขาดีกับเราแค่ไหนพอแล้ว มีบุญคุณในการที่เคยดูแลเรา ในการที่เป็นสามี หลังจากนี้ต่อไปก็อยากเขาได้เจอคนที่เหมาะสมกับเขาและดีกับเขา”

มีอะไรค้างคาใจไหมกับสิ่งที่เขาออกมาพูด?”ไม่มีค่ะ เพราะว่าตอนนี้เดินหน้ามากค่ะ สำหรับสาวิกาก็คือไม่มองไปข้างหลังค่ะ ถ้าเจอหน้าพี่เขา เจอได้ไหม? เจอได้สิคะ เจอได้เดี๋ยววิ่งที่พัทยา พี่เขาก็อยู่แถวนั้น”

ณ วันนี้ยังเหนื่อบกับชีวิตไหมกับข่าวที่เกิดขึ้น?”ไม่เหนื่อยค่ะ แฮปปี้ตรงที่ข่าวมันผ่านไป แล้วก็ผ่านไป มันไม่ทางที่จะกลับมาถามอีกหลายๆ รอบ เพราะว่าทุกคนก็ต้องเดินหน้าใช่ไหมคะ เพราะกี้ก็คงไม่คิดถึงเรื่องในอดีตไม่มีค่ะ ไม่ต้องคิดค่ะ”

ความรักครั้งนี้ให้อะไรกับเราบ้าง? “กี้ว่าทุกอย่างค่ะ ความรัก ชีวิต การทำงานทุกอย่างมีบทเรียนในสิ่งที่เราทำทุกอย่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องล้มเหลว มันคือการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นจะบอกทุกคนว่า ทุกคนไม่ได้ล้มเหลวมันคือการเรียนรู้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นชีวิตอีกยาวไกลค่ะ เราต้องเจออะไรอีกเยอะ 30 ก็เป็นจุดเริ่มจะเป็นผู้ใหญ่ตอนปลายแล้ว ก็จะต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงานออกมาให้ดีที่สุด เหมือนกับว่าไปพักผ่อนแล้วกลับมาใหม่อย่างงี้ค่ะ”

Leave a comment