ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/309742

เมื่อรุ่นใหญ่ อยากเป็นบอยแบนด์ 3 ศิลปินวัยเก๋า จึงขอเรียกตนเอง ‘วงดึกดำบรรพ์’
ความสุขของคนดนตรีคือการได้คลุกคลีกับสิ่งที่รัก เช่นเดียวกับ 3 เพื่อนรัก ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว, แต๋ม-ชรัส เฟื่องอารมย์ และ ตุ่น-พนเทพ สุวรรณะบุณย์ แม้จะแยกกันมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่เมื่อได้โอกาสรวมตัวกันอีกครั้ง การส่งความสุขถึงแฟนๆ ของพวกเขา จึงหนีไม่พ้นการมอบบทเพลงที่ตั้งใจรังสรรค์ และที่เก๋ไปกว่านั้น คือติดป้ายในนาม“วงดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์”
ดึกดำบรรพ์ ถือกำเนิด
ปั่น : จริงๆ ผู้ก่อตั้ง วงดึกดำบรรพ์ คือ พี่ตุ่น-พนเทพ เพราะฉะนั้นให้พี่ตุ่น เล่าดีกว่าว่ามีแนวคิดยังไง แต่ที่แน่ๆ คือมาจากความเป็นเพื่อนก่อน ที่รักดนตรีเหมือนกัน เขาก็เลยชักจูงพวกเรามาทำเพลงด้วยกัน
ตุ่น : ผมไม่ได้ตั้งใจ ตั้งวงนี้นะ มาเองโดยเหตุการณ์ คือเมื่อสัก 2 ปี ที่แล้ว ผมมีคอนเสิร์ต แล้วในคอนเสิร์ตเราก็จะมีเชิญ Guess (แขกรับเชิญ) คนจัดเขาก็ไปเสนอเพื่อนเก่าของผม 2 คนนี้ คือ “คุณปั่น” กับ “คุณแต๋ม” ทีนี้ให้เขาไปร้องกันคนละเพลง 2 เพลงมันก็จะดูธรรมดา เพราะเราเคยแต่งเพลง ทำงานเพลงมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา ก็เลยเอาเพลงเก่ามาซ้อมกัน 3 คน เพื่อจะโชว์ในคอนเสิร์ตนั้น พอเอาไปเล่นในคอนเสิร์ต ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีพอสมควร แล้ววันถัดมาเป็นคอนเสิร์ตของ “ธีร์ ไชยเดช” ซึ่งเป็นเกรสของผมอีกคนหนึ่งเหมือนกัน เขาก็เชิญผมไปดู แล้วธีร์เขาก็เล่าให้คนทั้งฮอลล์ฟัง ว่าเมื่อวานไปดูคอนเสิร์ตของพี่ตุ่นมา ช่วงที่ผมชอบที่สุด คือช่วงที่เหมือนกับเป็นกลุ่มดึกดำบรรพ์ขึ้นมาเล่น ผมก็มาเล่าให้ 2 คนนี้ฟัง ว่าธีร์พูดแบบนี้ เราก็รู้สึกว่าเออ..มันเข้าท่าดี ก็เลยนัดมาซ้อมกันเรื่อยๆ จนเกิดเป็นวงนี้ขึ้นมาครับ
ปั่น : ก็เหมือนกับการที่เราได้รวมตัว กินข้าว สังสรรค์กัน มามีทติ้งกัน ทะเลาะกันทุกทีแหละ (หัวเราะ) เป็นเรื่องธรรมดาของเพื่อนฝูงครับ

ที่มาของความสนิทสนม
ตุ่น : เรียกว่าเป็นเพื่อนเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเล่นดนตรีมาด้วยกัน ตั้งแต่วัยรุ่นครับ อาจจะคนละวง แต่ก็ซี้กัน พอผมเริ่มเป็นนักดนตรีอาชีพคนแรกเลย คือไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเลิกเรียนเลยแต่ 2 คนนี้เขาเอาดี เขาเรียนจนจบ หลังจากนั้นมาเจอกันแต๋มเขาชอบแต่งเพลงตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว แต่งเพลงเอง ทั้งไทย ทั้งฝรั่ง เขาก็มาให้ผมช่วยทำดนตรีให้ เราก็เริ่มมาจากตรงนี้ แล้วแต๋มก็ไปชวนปั่น ว่าทำอัลบั้มให้ปั่นไหม พอดีตอนนั้นมีน้องๆ นิเทศฯ จุฬา เขาสนใจก็เลยทำเป็นค่ายเทป (ปั่น : กลุ่มนินจา) ชื่อค่ายครีเอเทียอาร์ติสต์ แล้วก็เอาปั่นเป็นศิลปินเบอร์แรก โดยที่ผมกับแต๋มช่วยกันทำ
อายุของวงดึกดำบรรพ์
แต๋ม : น่าจะประมาณปีครึ่ง เกือบ 2 ปีแล้วครับ ปีที่แล้วเรามีคอนเสิร์ตในนามวงดึกดำบรรพ์เป็นครั้งแรก มีคนดูประมาณ 2,000 เราก็แฮปปี้แล้วครับ ส่วนคอนเสิร์ต “ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป พรีเซ้นท์สดึกดำบรรพ์ #201 ปั่น แต๋ม ตุ่น คอนเสิร์ต” ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้านี้ ที่เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4 อิมแพค เมืองทองธานี จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 ของพวกเรา แต่เป็นครั้งแรกที่จัดใหญ่ คือคนดู 2 เท่าของครั้งแล้ว การันตีได้ด้วยชื่อของ บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่โปรดักชั่นอัดแน่น

ผลงานที่ผ่านมา
ปั่น : เราเริ่มจากการปล่อยออกมาทางเฟซบุ๊ค “ดึกดำบรรพ์ Boy Band” และทางยูทูบก่อน พอคนกดไลท์ คนเริ่มดูมากขึ้น (แต๋ม : ผลตอบรับมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ) ก็จะมีกลุ่มคน ผับบาร์ หรือสถาบันบางที่ก็อยากจะจ้าง อยากจะดูเรา ก็เลยมีกระแส มีงาน จนมีคนเรียกร้องอยากเห็นคอนเสิร์ต
ตุ่น : เพลงของดึกดำบรรพ์ เป็นการเอาเพลงเก่ามาดีไซน์ใหม่ อาทิ รักยืนยง, รักล้นใจ, เฝ้าคอย,คนขี้เหงา, เพราะฉะนั้น, คนไม่มีวาสนา, หลับตา,A tu Corazon เพลงแต่งใหม่แทบจะไม่มี หรือน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่เราเคยร้องกันมาแล้ว ดนตรีก็จะมีใส่คอรัสที่เปลี่ยนแปลงไป ให้ออกมาเหมาะสมพอดีตัวเราครับ เพราะเพลงของพวกเราที่ผ่านมา 10-20 ปี ดนตรีก็จะเป็นในยุคสมัยนั้น เราก็ถอดเอาทำนอง เนื้อร้องมาดีไซน์ดนตรีให้ดูดีขึ้น ก็อาจจะไม่ได้ใหม่จนถึงขั้นอิเล็กทรอนิกส์เกินไป ผมถึงบอกว่าพอดีตัวครับ
กลุ่มคนฟัง
ตุ่น : มีหลายกลุ่มครับ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนเล่นโซเชียล ที่อายุน้อยกว่าพวกเรา (แต๋ม : คนอายุเท่าเรา คงไม่ฟังแล้วมั้ง คงเลี้ยงหลานกันหมดแล้ว(หัวเราะ)
ปั่น : จากที่สังเกตคนหนุ่ม-สาวที่เข้ามาฟัง หลายคอมเม้นต์เขาจะบอกเขารู้จักมาก่อน จากการที่พ่อแม่เขาฟัง เขาก็จะคุ้นเคยกับเพลงของพวกเรา ทำให้ฐานคนฟังเพลงเรากว้างขึ้นครับ

ทำไมต้องมีเลข #201 ในชื่อคอนเสิร์ต
ตุ่น : พวกเราเกิดปีเดียวกันครับ ปีหน้าพวกเราจะอายุ 67 แล้ว 67 คูณด้วย 3 ก็ได้เป็น 201
ปั่น : ไม่ใช่ลีวายส์นะ (หัวเราะ) จริงๆ พอบอกแล้วคนอาจจะไม่อยากดูแล้วนะ โห..มานั่งดูคนวัย 67
แต๋ม : เลขนี้เราไม่ได้คิดด้วยนะ ครีเอทีฟเขาคิดมา คิดมาประจานเลย (หัวเราะ)

การเตรียมตัวเพื่อขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่
ปั่น : เราจะต้องทำการบ้านมากขึ้น
จากคอนเสิร์ตครั้งที่แล้ว เพราะมีเพลงเยอะขึ้น และจะทำยังไงให้คนที่ไปดูเขาอินกับเพลงเรา (มีต้องไปออกกำลังกายเพิ่มความฟิตบ้างไหมคะ?) ไม่มีครับ คือเราก็ออกกำลังกายที่เราเคยทำอยู่
แต๋ม : ตื่นมาเช้าก็กะพริบตา ยกแก้วกินกาแฟ (หัวเราะ)จริงๆ อย่าเจ็บ อย่าไข้พอแล้วครับ คือตอนนี้รักษาอยู่อย่างเดียว อย่าให้เป็นอัลไซเมอร์ละกัน (หัวเราะ) เพราะเดี๋ยวจะจำเนื้อร้องไม่ได้ ร้องเพลงผิดหมด นี่จะแย่ที่สุดเลย (แต๋ม : มันเป็นจุดขาย ความน่ารักครับ) ส่วนเรื่องการเอนเตอร์เทนคนดูต้องยกหน้าที่ให้ คุณแต๋มเลยครับ เอนเตอร์เทนเนอร์ของเรา
แต๋ม : เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับของคอนเสิร์ต ทำให้คนสนุก มีเสียงหัวเราะ กิ๊กกั๊ก น่ารัก พรีเซ็นต์ความเก๋ไก๋ ความเป็นเด็กออกมาให้เห็น (หัวเราะ) และมีแขกรับเชิญมาเซอร์ไพรส์ เราต้องสร้างบรรยากาศให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับเราครับ

บทเพลงแทนความคิดถึง
แต๋ม : เข้าไปคอนเสิร์ตเรา ร้องตามกันได้หมดครับ
ปั่น : น่าจะมีทั้งหมดประมาณ 25 เพลงครับ ที่จะได้ฟังกัน
ตุ่น : ทุกเพลงเราจะเอามาทำใหม่ ให้ทันสมัย และอยู่ในแนวของพวกเรา
แง้ม…ว่าที่แขกรับเชิญ
ตุ่น : เป็นศิลปินที่เราเคารพในผลงานของเขาครับ มีความสามารถแต่เพลงเอง ทำเพลงเอง (วัยเดียวกันไหมคะ?) คงไม่มีใครเท่าพวกเราแล้วครับ วัยนี้คงหายากแล้ว (หัวเราะ) แต่ไม่ใช่วัยรุ่นครับ

วางคอนเทนต์เองทั้งหมด
แต๋ม : พวกเราดูเรื่องของเพลงเองทั้งหมดครับ
ตุ่น : คอนเสิร์ตของเราอาจจะไม่ใช่เอนเตอร์เทนนักแต่อยากจะให้แฟนคลับจริงๆ ได้มาฟังพวกเราร้องเพลง ได้มาคุยกัน แล้วก็ร้องเพลงด้วยกัน อาจจะไม่ใช่โชว์อลังการ มีแดนเซอร์อะไรแบบนั้น
ปั่น : สังคมเฟคไม่เอา (หัวเราะ)

ส่งข้อความถึงแฟนเพลง
ปั่น : แฟนๆ ทุกคนที่เคยฟังเพลงดึกดำบรรพ์ เคยเห็นผลงานของพวกเรา คอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นคอนเสิร์ตที่เราภูมิใจมาก ที่นานๆ จะมีคอนเสิร์ตสักทีก็อยากให้ทุกคนที่รักเพลงของพวกเรา ไปดู ไปชมกันครับคิดว่าเพลงที่ได้ยิน คุ้นหู ก็จะได้ยินในวันนั้นครับ
แต๋ม : ถ้าอยากจะสนุกกัน ไปพบกับความใหม่ของเพลง สไตล์ของเพลงที่ไม่เคยได้ยินที่ไหน ก็ไปเจอกันที่อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4, เมืองทองธานี วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ครับ บัตรราคาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป
ตุ่น : ถ้าในคอนเสิร์ตนี้ ได้ยินคนส่วนใหญ่ร้องตามกันได้ ก็มีความสุขแล้วครับ และก็อยากจะให้ทุกคนที่ไปในวันนั้นเขามีความสุขแบบนี้ด้วยครับ
ปั่น : จะดูต้องรีบดูนะครับ เพราะไม่รู้ปีหน้าจะมีอยู่รึเปล่า(หัวเราะ) หรือจะขึ้นเวทีกันไหวไหม
เพียงแค่การพูดคุย ยังสัมผัสได้ถึงมิตรภาพที่แน่นแฟ้นมากว่า 40 ปี ของพวกเขา เพราะฉะนั้นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ นอกจากจะได้อิ่มเอมกับบทเพลงอันไพเราะ เรื่องของความสนุกคงไม่ต้องเดา เชื่อว่าจะอบอวลและอบอุ่นสมกับเป็นเจ้าพ่อเพลงรักของทั้ง 3 ศิลปิน!!