ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/305772

อาการผมมัน คัน รังแค อย่ามองข้ามโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
“ผม” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยของการดูดีแบบครบสูตร หลายคนโชคดีมีผมที่หนาและดกตลอดชีวิต จะดำหรือขาวก็แล้วแต่อายุ คนที่ผมบางอาจรักตัวกลัว “ผม” หาย และดูแลรักษาอย่างดี คนที่มีพอดีๆ อาจไม่รู้ตัวแล้วรังแก “ผม” ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
พญ.ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมี ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เผยว่า คนเราจะมีเส้นผมโดยประมาณคนละ 100,000-150,000 เส้นผมของแต่ละคนจะดูฟูดก หยิก ตรงลีบ ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ วงจรการเติบโตของผมสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะการเจริญเติบโต หรือ Anagen Phase คือระยะที่ต่อมรากผมจะอยู่ลึกที่สุดในชั้นหนังแท้ โดยมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงอยู่มากมาย และจะใช้เวลาประมาณ 1,000 วัน หรือ 3 ปี ในการเจริญเติบโตเป็นเส้นผม ประมาณ85-90% ของเส้นผมทั้งศีรษะจะอยู่ในระยะการเจริญเติบโตนี้
ระยะหยุดการเจริญเติบโต หรือ Catagen Phase คือ ระยะหยุดการเจริญเติบโต ต่อมรากผมจะหยุดการแบ่งเซลล์ แต่ต่อมรากผมจะมีการค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยทั่วไประยะนี้จะกินเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ระยะพัก หรือ Telogen Phase ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของเส้นผม เมื่อต่อมรากผมเลื่อนสูงขึ้นจนถึงบริเวณของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) แล้ว ผมของคนเราก็จะเข้าสู่ ระยะพัก ซึ่งจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 100 วัน หรือ 3 เดือน ทั้งนี้ 10% ของเส้นผมทั้งศีรษะจะอยู่ในระยะพักนี้ ก่อนที่เซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) จะส่งสัญญาณให้ต่อมผมเลื่อนลงมาอีกครั้งเพื่อให้มีการสร้างผมใหม่ โดยเส้นผมใหม่ที่สร้างขึ้นจะดันผมเก่าให้หลุดร่วงไป
หลายคนคงเคยมีข้อสงสัยว่า ทั้งๆ ที่ดูแลรักษาเส้นผมและหนังศีรษะอย่างดีแล้ว แต่ทำไมยังมีอาการต่างๆ เหล่านี้ เช่น ผมมันมาก ผมร่วมผิดปกติ คันหนังศีรษะ ผมและหนังศีรษะแห้ง มีรังแคซึ่งอาการเหล่านี้ดูเผินๆ อาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้วมันคือ สิ่งบ่งชี้ความผิดปกติของร่างกายได้เช่นกัน
“คนที่มีรังแคเยอะ และคันศีรษะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นโรค Seborrheic Dermatitis เรียกสั้นๆ ว่าโรคเซ็บเดิร์มเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง ที่ยังไม่พบสาเหตุแน่ชัดในการเกิดโรค จากหลักฐานทางการแพทย์พบว่า อาจจะเกิดจากการที่หนังศีรษะมียีสต์ที่ชื่อ Malassezia furfur มากกว่าปกติ ทำให้มีการสร้างสารก่อให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนัง จึงเกิดเป็นผื่นคันดังกล่าว ซึ่งมีปัจจัยอื่นที่อาจมีความสัมพันธ์ร่วม เช่น การที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น เช่น ตากแดดหรือดื่มแอลกอฮอล์ในบางฤดู เช่น ฤดูหนาว หนังศีรษะอาจแห้งคันมากขึ้น เกิดความเครียดนอนไม่พอพักผ่อนน้อย หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น พาร์กินสัน, การรับประทานยาบางอย่าง เช่นยากันชัก ยา cimetidine ที่ใช้รักษาโรคกระเพาะ อาจทำให้มีโอกาสเกิดโรคเซ็บเดิร์มนี้มากขึ้นเช่นกัน แม้จะยังไม่สามารถหาสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริงได้ แต่มีคนไข้ที่เป็นโรคนี้กันมาก ทั้งในหน้าร้อนและหน้าหนาว”
พญ.ชินมนัส เผยอีกว่า อาการของโรคเซ็บเดิร์ม คือ มีอาการคันที่หนังศีรษะ ผิวหนังเป็นผื่นแดง ตุ่มคัน หรือ หนังศีรษะนูนหนา มีรังแค
โรคเซ็บเดิร์มอาจมีอาการคล้ายกับโรคสะเก็ดเงินได้ แต่โรคสะเก็ดเงินจะมีผื่นแดงมากกว่า ผื่นหนากว่าและมีสะเก็ดมากกว่า โชคดีที่โรคเซ็บเดิร์มส่วนใหญ่ไม่ทำให้ผมร่วง นอกจากเป็นขั้นรุนแรง
“การรักษาไม่ยาก เพียงแต่คนไข้ควรหลีกเลี่ยงความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอลดการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งยิ่งดื่มจะยิ่งไปกระตุ้นให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น และควรใช้แชมพูที่มีส่วนประกอบของ Ketoconazole, Tar,Salicylic acid, หรือ Ciclopiroxolamine อาจทำให้อาการคันหนังศีรษะและรังแคลดลง ในคนที่มีอาการมากอาจใช้ยาโลชั่นที่มีส่วนประกอบของยาสเตียรอยด์ร่วมด้วย โรคนี้มักมีอาการเป็นๆ หายๆมักไม่หายขาด ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเท่าที่เป็นไปได้และทายาหรือสระผมด้วยแชมพูที่ผสมตัวยาดังกล่าว เพื่อทำให้อาการดีขึ้นและทำให้โรคอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้จะดีกว่า”
สำหรับ เคล็ดลับทำให้ผมแข็งแรงของทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย คือต้องทานอาหารที่มีธาตุเหล็กให้เพียงพอ เช่น ผักใบเขียว เนื้อแดงหรือเครื่องในสัตว์ ซึ่งถ้าร่างกายเรามีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ผมเราก็จะเริ่มเปราะบาง และหลุดร่วงง่าย โดยปกติแล้วผมของเราจะร่วงวันละประมาณ 50-100 เส้น แต่วันที่สระผมอาจร่วงมากหน่อย คือ 100-200 เส้น
ทั้งนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะนั้น อย่างแรกให้เลือกใช้แชมพูยี่ห้อที่ใช้แล้วไม่คัน ไม่ระคายเคือง สำหรับอากาศแบบบ้านเราควรเลือกใช้แชมพูที่ไม่ผสมน้ำมัน เพราะจะไปกระตุ้นให้แบคทีเรีย หรือยีสต์มาเยี่ยมเยียนมากขึ้น แต่อาจเหมาะกับบางคน เช่น คนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินหรือคนที่มีหนังศีรษะหรือผมที่แห้งมาก อย่างที่สอง คือ เรื่องการทำผม สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผม คือรักษาความสะอาด ดูแลผมแต่เพียงพอเหมาะ ไม่ทำร้ายผม ด้วยความร้อนหรือสารเคมีบ่อยมากจนเกินไป รักษาสุขภาพและรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ก็เพียงพอสำหรับผมสวยได้ตลอด