ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/305768
x
Life&Health : หลักการใช้ยาให้ถูกต้อง…ปลอดโรคปลอดภัย
ใครๆ ก็อยากมีร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคต่างๆ แต่ทุกวันนี้ด้วยการดำเนินชีวิต สภาพเศรษฐกิจและสภาวะแวดล้อมในยุคของสังคมดิจิทัล เราจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยได้ ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย การดูแลเอาใจใส่สุขภาพและสุขอนามัยของแต่ละคน รวมทั้งสภาพอากาศที่เอาแน่นอนไม่ได้บ้างร้อน บ้างเย็น กระทั่งบางคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงก็อาจปรับตัวไม่ทันและ
เจ็บป่วยขึ้นได้ง่าย
เมื่อเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา “ยา” จึงนับเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอาการผิดปกติต่างๆ ในร่างกาย หรือต่อสู้กับเชื้อโรคที่รุกรานร่างกาย แต่ยาก็มีทั้งคุณและโทษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะและวิธีการใช้ยาชนิดนั้นๆ ส่วนใหญ่แล้วคนไทยเราถ้ามีอาการเจ็บไข้เล็กน้อย มักจะไปหาซื้อยาตามร้านขายยาก่อน แต่ยาไม่ใช่อาหารที่จะซื้อมารับประทานเองตามชอบใจ ก่อนใช้ยาในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นยาชนิดใดก็ตามควรทราบถึงสาเหตุและอาการ เพื่อให้สามารถเลือกยาได้ถูกกับโรค และที่สำคัญคือ ต้องใช้ให้ถูกขนาด ถูกเวลาและถูกวิธี ดังนั้นก่อนใช้ยาทุกครั้ง ควรปรึกษาเภสัชกรและศึกษาหาข้อมูลเพื่อการใช้ยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย สำหรับข้อปฏิบัติที่ควรพิจารณาก่อนการใช้ยาให้ปลอดภัย มีดังนี้
ใช้ให้ถูกกับโรค ก่อนซื้อยารับประทานทุกครั้งควรทราบก่อนว่าป่วยด้วยโรคอะไร โดยอาจบอกอาการคร่าวๆ ให้เภสัชกรเป็นผู้จัดให้
ใช้ให้ถูกคน ยาของแต่ละบุคคลมักจะเหมาะสมเฉพาะคนนั้นๆ หากบุคคลอื่นจะนำไปใช้ ต้องศึกษาให้ดีเสียก่อนเพราะ อายุ เพศ วัย น้ำหนักที่แตกต่างกัน อาจต้องใช้ยาในปริมาณที่ต่างกัน และบางครั้งอาการของโรคคล้ายๆ กัน แต่อาจใช้ยารักษาต่างกัน จึงไม่ควรใช้ยาของคนอื่น
ดังนั้นจึงควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน
ใช้อย่างถูกเวลา เช่น ยาก่อนอาหารควรรับประทานก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง ส่วนยาหลังอาหารควรรับประทานหลังอาหาร 15-20 นาที ถ้าเป็นยาที่ระบุว่ารับประทานหลังอาหารทันที หรือรับประทานพร้อมอาหารไม่ควรรับประทานขณะท้องว่าง เพราะส่วนมากจะเป็นยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะ และถ้าเป็นยาลดกรดควรรับประทานหลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง จึงจะให้ผลดี
ใช้อย่างถูกวิธี เช่น ยาเม็ด หรือยาแคปซูล ควรกลืนทั้งเม็ดพร้อมน้ำ ถ้าระบุว่า “เคี้ยวก่อนกลืน” ต้องเคี้ยวให้ละเอียด หากเป็นยาน้ำแขวนตะกอนควรเขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อให้ตัวยากระจายทั่วขวด และถ้าเป็นยาผงที่ระบุให้ละลายน้ำก่อนรับประทาน อย่ารับประทานทั้งผงแห้งๆ และดื่มน้ำตาม เพราะอาจทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหารได้ สำหรับยาที่ใช้เฉพาะที่ เช่น ยาเหน็บที่ใช้สอดทวารหนัก หรือสอดทางช่องคลอด ควรนำยาจุ่มน้ำก่อนเพื่อให้ลื่นและสอดเข้าได้ง่าย ยาที่ใช้สอดเข้าทวารหนักต้องเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อป้องกันยาหลอมตัวและช่วยให้ยามีความแข็งพอที่จะสอดเข้าทวารหนักได้
ที่สำคัญคือ วันหมดอายุ เป็นสิ่งที่ไม่ควรลืมก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะหากยานั้นหมดอายุ หรือเสื่อมสภาพแล้ว อาจก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายได้ การดูว่ายาหมดอายุหรือไม่ ดูได้จากฉลากยาบนกล่องหรือขวดยานั้น โดยทั่วไปมักเขียนเป็นภาษาอังกฤษแสดงวัน-เดือน-ปีที่ยาหมดอายุ เช่น Exp. Date 8/11/17 หรือ Use by Nov.17 หรือ Use before Nov. 17 เป็นต้น
ดังนั้นก่อนใช้ยาทุกครั้งควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียด เพราะบนฉลากได้มีข้อแนะนำทั้งสรรพคุณในการรักษา วิธีใช้ ขนาดที่ถูกต้อง รวมถึงวันหมดอายุของยานั้นๆ ด้วย
แม้ว่ายาจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่เราทุกคนก็ไม่ควรจะละเลยควรใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของการใช้ยาแต่ละชนิด ก่อนใช้ยาทุกครั้งจึงควรปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพื่อรับคำแนะนำการใช้ยาอย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย ไร้โรคภัยตามมา อย่างไรก็ตามการดูแลร่างกายป้องกันไม่ให้ป่วยจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
เลขาธิการสภาเภสัชกรรม