ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314471

‘รัก ข้าม เลือด’ หนังไทยครบเครื่อง ตำรับ ต้อ-มารุต
แม้ทีมนักแสดงจะหน้าใหม่ แต่ทีมสร้างของภาพยนตร์ไทยเรื่อง “รัก ข้าม เลือด” จัดว่าเก๋าเกมด้วยบุคลากรคุณภาพ!! และก่อนที่หนังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์สุดสัปดาห์นี้ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ได้โอกาสเจาะลึกความเป็นมา กับเหตุผลที่ว่าทำไม ต้อ-มารุต สาโรวาท ถึงยอมหวนคืนวงการภาพยนตร์ นั่งแท่นกำกับฯ ในรอบ 10 ปี ด้วยการจับมือกับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ แห่ง ค่ายบิณฑ์บูมบิสซิเนส รังสรรค์ภาพยนตร์ที่ยากจะจัดประเภท เพราะเขาว่าเป็นทั้งหนังวัยรุ่น ดราม่า เขย่าขวัญ และลึกลับ!?
ต้อ มารุต : 3- 4 ปีที่ผ่านมา พี่ต้อ ทำงานด้าน กศน. ด้านสาธารณกุศล แล้วก็เจอกับ ท็อป (บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) อยู่เรื่อยๆ ไปช่วยกันตามจังหวัดต่างๆ แล้วช่วงเวลานั้น เขาก็ทำหนัง พี่ต้อก็บอกเขา หนัง “ปัญญาเรณู” น่ารักนะ หนัง “กรรไกร ไข่ ผ้าไหม” ก็น่ารักจังเลย ก็ชมกัน เขาก็ชมพี่ต้อว่ากำกับละครเก่ง พอไปเจอกันอีกงานหนึ่ง เขาก็ยื่นบทประพันธ์ “สิ้นแสงเทียน” ให้พี่ต้อช่วยปรับเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องที่ทันสมัยหน่อย เพราะมันเป็นเรื่องเก่า พออ่านเสร็จปุ๊บ อีกหนึ่งเดือนต่อมาพี่ต้อบอก โห…อ่านแล้วสนุกเลย เขาก็บอกพี่ต้อปรับเป็นบทภาพยนตร์ เราก็นึกว่าเขาตั้งใจจะทำแนวแปลก ก็เลยไปทำเป็นบทภาพยนตร์ให้ทันสมัยขึ้น แล้วก็เพิ่มเติมเนื้อเรื่อง ย้ายโครงเรื่องนิดหน่อย ตั้งชื่อออกมาเป็น “รักเร้นลับ” แต่บิณฑ์เขาบอกเป็น “รักข้ามเลือด” ไหม เสร็จเราก็คิดว่าบิณฑ์จะทำ กลายเป็นเขาบอก พี่ต้อต้องกำกับเลย อ่านเสร็จแล้วต้องพี่ต้อคนเดียว ห้ามหนีไปไหน เราก็โอ๊ย… แต่บิณฑ์ ต้องช่วยนะ บิณฑ์เขาก็สัญญาจะช่วยหมดทุกอย่างเลย อยากได้อะไรบอกมา จนตกลงกับบิณฑ์ว่า เราแคสนักแสดงใหม่เลยดีไหม พอเห็นพ้องต้องกันปุ๊บ พี่ต้อก็ได้นักแสดงทีมนี้มา จากการแคสทั้งสิ้น ไม่มีใครได้อภิสิทธิ์ใดๆ เลย รวมถึงได้ไปเอาเพื่อนฝูงมาลำบากด้วย หัวเราะ) ก็คือ ป้าโหน่ง (วสันต์ อุตตมะโยธิน) มาเป็นสายฮา, แล้วก็มี ป้าอ้วน รีเทิร์น เขาไม่มีปฏิเสธเลย แล้วก็มาคิดใครจะมารับบทร้ายๆ อีกนางหนึ่ง ก็ได้ โจแอน บุญสูงเนิน มาร่วม
l เรื่องราวของหนัง
ต้อ- มารุต : สำหรับเนื้อเรื่อง เริ่มต้นมาเหมือนหนังวัยรุ่นใสๆ ตามฝันประกวดร้องเพลง ซึ่งเกือบทุกช่องทีวีมีรายการประกวดร้องเพลงหมดเลย คนไทยคุ้นเคยกับภาพพวกนี้มาก คือประกวดเสร็จได้ตำแหน่ง โด่งดังมีชื่อเสียง แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น จากนั้นก็เป็นเรื่องความรักความผูกพันแม่ลูก แล้วก็ผลที่ตามมาจากสิ่งที่เก็บงำเป็นความลับมาหลายปี ไปสู่บทดราม่า ฆาตกรรม และจะมีปมความลึกลับซ้อนอยู่ในภาพยนตร์อีกด้วย เราจะบอกแค่นี้ เราจะไม่บอกว่าใครเป็นฆาตกร และใครถูกฆาตกรรม ต้องไปตามดูในโรงภาพยนตร์เอง 16 มกราคมนี้ เป็นรอบเพลส และ 18 มกราคมนี้ เป็นรอบฉายจริงในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
l ทำความรู้จักนักแสดงนำ
พริ้ม-จันทร์ทิพย์ แสงรังษี : พริ้มเป็นศิลปินอยู่ที่แกรมมี่ค่ะ ต้องขอบคุณทางพี่ต้อ พี่บิณฑ์ที่ให้โอกาสพริ้มได้เล่นภาพยนตร์เรื่องแรก ได้มาลองงานด้านการแสดง ซึ่งเป็นสิ่งที่ใฝ่ฝัน แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ทำ พอได้ไปออดิชั่นตอนแรก ตื่นเต้นมากกกกค่ะ หนูก็บอกเขาหนูไม่สวยนะคะ ไม่ได้เป็นพิมพ์นิยม ขาวๆ เหมือนคนอื่นพี่เขาก็บอกให้ลองพูดๆ มา คุยๆ มา ลองไปแคส ร้องเพลงนั่นนี่ เราก็ทำสุดความสามารถ ค่อนข้างที่จะทำการบ้านกับเรื่องนี้เยอะมาก ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์ดราม่า เป็นบทที่อ่านแล้วรู้สึกว่า ถึงตัวละครจะเรียบง่าย แต่มีอะไรซ่อนอยู่ มีปมของเรื่องที่มีผลต่อตัวละครนี้มาก และผู้ที่มารับบท แม่เนตรดาว แม่ของพริ้มในเรื่องก็สวยมากกกกก คือเราเล่นกับเขาแล้วแบบ อู๊ยย..ตายไปแล้ว (หัวเราะ) หุ่นดีทุกอย่างมาเลย แต่พี่ต้อให้โอกาสให้คำแนะนำที่ดีมาก เข้ากองวันแรกเราก็กลัว เพราะพี่ต้อเป็นระดับตำนาน ระดับมือทอง เราก็คิดว่าที่เราทำมาจะใช่ไหม ปรากฏโดนเลยจ้า (หัวเราะ) หนึ่งซีนไม่ได้สักที จนพี่ต้อแบบทำไมไม่ได้นะ แต่มีอีกซีนที่พริ้มประทับใจ คือเป็นวันที่ฝนตก แล้วเราต้องยกกอง ซึ่งพริ้มเข้าใจความรู้สึกของตัวละคร ครั้งแรกแล้วอารมณ์มาเต็ม แต่อีกครั้งหนึ่งที่มันไม่มา พี่ต้อก็เดินเข้ามาหาหนูแล้วบอก เอ๊ย! ไม่เป็นไร ค่อยๆ ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบ ไม่มีใครรีบ เรารู้สึกว่าวันนั้นเราทำได้ดี แต่วันนี้เรายังไม่รู้สึกแบบนั้นเลย พี่ต้อก็พูดดีมาก จนสุดท้ายอารมณ์ก็มา เพราะซีนนั้นเป็นซีนสำคัญมาก พริ้มก็ไม่อยากทำให้หลายๆ คนเสียเวลา เพราะมันดึกแล้ว เป็นประสบการณ์ที่ดี และเป็นโอกาสดีๆ ที่ทางพี่ต้อและพี่บิณฑ์มอบให้พริ้ม
ต้อ-มารุต : พริ้มเขาเสียงดี เขาบอกหนูไม่ได้เป็นนางเอกสวยเก๋นะ แต่พี่ต้อว่าเขายิ่งถ่อมตัว พี่ต้อยิ่งชอบ เพราะเขาลุย เขาสู้ แล้วเขาเล่นดี ซื่อๆ แต่พอเขาร้องเพลงนะ ตายกันทั้งกอง เพราะเสียงดีมาก ตัวละครนี้จะมีปมสำคัญตรงที่บอกว่า แม่ …ไม่ได้วัดที่เพศนะ แต่วัดที่ใจ
ปุยฝ้าย-ชุติรดา จันทิตย์ : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 ของฝ้ายแล้วค่ะ แต่ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถมากๆ เพราะว่าแสดงบทร้ายครั้งแรก แต่รู้สึกดีมากๆ ที่ได้มาเล่นค่ะ เพราะว่าได้ร่วมงานกับ ครูต้อ ซึ่งเป็นผู้กำกับแนวหน้า (ต้อ-มารุต : อยู่เป็นนะเนี่ย อยู่แนวหน้า บอกเป็นผู้กำกับแนวหน้า) และพี่ ๆ ทุกคนก็น่ารักมาก ตอนแรกนึกว่าจะเกร็ง เพราะพี่ๆ มีทั้งอยู่แกรมมี่ อยู่ AF แต่ว่าฝ้ายก็ชอบร้องเพลง และได้รับโอกาสดีๆ พอแคสผ่าน ถูกคัดเลือก ฝ้ายดีใจมากๆ ค่ะ พี่ๆ ก็ช่วยให้คำแนะนำ ได้เวิร์กช็อปด้วยกัน ก็ยิ่งปรับตัวได้มากขึ้นค่ะ แล้วในเรื่องจะเป็นคู่ปรับพี่พริ้ม ปะทะกันตลอด ร้ายมากกก ซึ่งในชีวิตจริงหนูเรียบร้อยนะคะ (ต้อ : รีบแก้ตัวทันที) (เหินฟ้า : เขาเรียกร้อนตัวครับ) จริงๆ หนูเรียบร้อยจริงๆ ถามพี่ๆ ได้ (เหินฟ้า : เรียบร้อยครับ เหมือนผ้ายับที่พับไว้)
เหินฟ้า-สรวิศ บุญมาก (AF10) : ผมรับบทเป็นมาวินครับ ดีใจมากครับตอนที่มีโอกาสได้ไปแคส ตอนแรกเขาบอกเป็นหนังของพี่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เราก็ชอบดูหนังของพี่บิณฑ์อยู่แล้ว แม่ผมก็ชอบพี่บิณฑ์อยู่แล้วด้วย เพราะเขาช่วยเหลือสังคม ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าเรื่องจะออกมาประมาณนี้ (ต้อ : หลอกทุกคนเลยว่ามาทำหนังวัยรุ่นใสๆ) ใช่ครับ ตอนแรกบอกเป็นหนังวัยรุ่น มีร้อง มีเต้น ซึ่งผมเคยประกวด AF มา ก็ถนัดเรื่องการเพอร์ฟอร์มบนเวทีมาบ้าง แต่พอมาแสดงจริงๆ ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกด้วย ก็รู้สึกกดดัน เหมือนอย่างที่น้องๆ เจอบอกผู้กำกับแนวหน้า (หัวเราะ) และบริษัท บิณฑ์บูมบิสซิเนส ก็เป็นบริษัททำหนังแนวหน้าเหมือนกัน ทำให้ตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ แต่พอได้มาแสดงจริง พี่ต้อน่ารักมากครับ ทั้งเวิร์กช็อป สอนสั่ง ให้วิชาเองกับมือ ไม่ได้ให้ผู้ช่วยสอน ผมว่าหายากที่ผู้กำกับจะลงมาสอนเอง เราเป็นเด็กใหม่ด้วย ทำให้เรากล้าที่จะแสดงมากขึ้น พอเข้าฉากจริงก็รู้สึกง่ายขึ้นครับ
l ซีนที่ไม่อยากให้พลาด
ต้อ-มารุต: เป็นฉากที่ โหน่ง-วสันต์, โจแอน, อ้วนรีเทิร์น มาร่วมซีนกัน และทั้งสามคน แสดงได้สุดเขตประเทศไทยจริงๆ ฟาดฟันกันสนุกดี ตลกด้วย เป็นฉากที่น่าประทับใจ ที่พี่ต้อเองก็ชอบด้วย เพราะมีเพลงเก่าแก่ อย่างเพลงสุดท้าย เวอร์ชั่นหนังของ สมหญิง ดาวราย ขับร้องโดย สุดา ชื่นบาน เป็นซีนความทรงจำของนางโชว์ทุกคน และน้องเทยทั้งหลายใครๆ ต้องรู้จักและจดจำกันได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเพลงติดหู เป็นหนังติดตา พี่ต้อก็อยากแนะนำให้ไปดูอีกเวอร์ชั่นหนึ่งใน“รัก ข้าม เลือด” ของ เนตร-ภัทรนันท์ รวมชัย คนที่รับบท เนตรดาว กะเทยน้อยที่อ่อนต่อโลก ฉากนี้เป็นการแสดงโชว์เป็นความใฝ่ฝันของนาง ทุกคนก็ช่วยกันติวเข้มเต็มที่ เนตรเองนางก็แสดงได้ดีเกินคาด
l ทิ้งท้ายก่อนจาก
ต้อ-มารุต: “รัก ข้าม เลือด” เป็นหนังแนวใหม่ของ บิณฑ์บูมบิสซิเนส ซึ่งต่อจากนี้ก็จะมีแนวแปลกไม่ซ้ำ ทั้งตลก สนุก ผี มัดมวย แล้วก็มีดราม่าประหลาดๆ เป็นการฉีกความจำเจเดิมๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็จะพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถหาหนังดราม่าดีๆ จาก บิณฑ์บูมบิสซิเนส ได้เหมือนกัน อยากให้ไปชมกันครับ มีคนบอกว่าไม่กลัวเหรอสภาพหนังไทยลำบากมาก ส่วนใหญ่จะดร็อป ไม่ค่อยบูม แต่พี่ต้อคิดว่าถ้าเรากลัว เราจะไม่ได้หนังดี ก็เลยคิดว่าเราทำเต็มที่ดีกว่า พี่ต้อมั่นใจว่าพอเราเต็มที่ เราจะได้หนังดี และคนดูก็จะตามหาของดีเจอ!!
ผู้กำกับดังการันตีขนาดนี้ “รัก ข้าม เลือด” จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดีๆ ของคอหนังไทย
