ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/307017

‘ปอดบวม’ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 12 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันปอดบวมโลก หรือ World Pneumonia Day เพื่อรณรงค์ป้องกันโรคปอดบวม ซึ่งป็นโรคที่มีอุบัติการณ์สูงและคร่าชีวิตผู้ป่วยเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก โดยโรคปอดบวมจะพบมากในเด็กที่มีอายุ 5 ขวบปีแรก และผู้สูงวัย ซึ่งบางครั้งโรคอาจมีความรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ การเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจ รวมถึงการป้องกันและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคปอดบวมซึ่งเป็นเรื่องที่สังคม และครอบครัวควรให้ความสำคัญ และสร้างความตระหนัก เพื่อการรับมือกับโรคปอดบวมอย่างถูกวิธี
โครงการจุฬาคิดส์คลับ ในฐานะหน่วยงานที่มุ่งเน้นการส่งเสริมกิจกรรมให้กับเด็ก ครอบครัว และผู้ปฏิบัติงานกับเด็ก รวมถึงให้บริการด้านคำปรึกษาด้านสุขภาพและการเลี้ยงดูเด็กและครอบครัว จัดงาน “World Pneumonia Day” หรือ งานวันโรคปอดบวมโลก ภายใต้แนวความคิด “Let’s Stop Pneumonia” ร่วมกันหยุดโรคปอดบวม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคปอดบวม พร้อมแนวทางการปฏิบัติ และการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคปอดบวมด้วยความห่วงใยในสุขภาพของคนไทย

รศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อเด็ก ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคปอดบวม กล่าวว่า “โรคปอดบวม” หรือปอดอักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส เรียกได้ว่าเป็นโรคที่มีการติดเชื้อของปอด เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวมคือ เชื้อนิวโมคอคคัส ส่วนเชื้อไวรัสที่สำคัญคือ เชื้อไข้หวัดใหญ่
“อาการของผู้ป่วยปอดบวม คืออาการไข้ ไอมีเสมหะ หายใจเหนื่อยหอบ และเจ็บแน่นหน้าอก แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคจากอาการและการตรวจร่างกายผู้ป่วย เอกซเรย์ปอด และการตรวจเสมหะ โดยการรักษาโรคปอดบวมนั้นประกอบด้วย การให้ยาปฏิชีวนะ สำหรับโรคปอดบวมจากเชื้อแบคทีเรีย หรือยาต้านไวรัส สำหรับโรคปอดบวมจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ การให้ออกซิเจน และการให้สารน้ำทางหลอดเลือด
การป้องกันโรคปอดบวมทำได้โดยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการได้รับเชื้อ อาทิ การเข้าไปอยู่ในสถานที่คนแออัด อย่าง
ห้างสรรพสินค้าและโรงพยาบาล คนที่ป่วยเป็นไข้หรือมีอาการของระบบทางเดินหายใจ ควรปิดปากเวลาไอจาม รวมทั้งสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และการมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในผู้ที่มาอายุมากกว่า 60 ปี และในเด็ก ควรได้รับวัคซีนที่เหมาะสม ตามคำแนะนำของแพทย์”
ภายใจงาน “World Pneumonia Day” นอกจากจะมีการบรรยายให้ความรู้แล้ว ยังมี “ตลาดนัดสุขภาพ” กิจกรรมเพื่อดูแลสุขภาพเด็กและครอบครัว ให้คำปรึกษาการดูแลสุขภาพ การตรวจสุขภาพเบื้องต้น ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมและโรคอื่นๆ ในราคาพิเศษอีกด้วย