บีมายเกสท์ : นายก สวท. คนใหม่ ‘ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล’ กับปัญหาวางแผนครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307760

บีมายเกสท์ : นายก สวท. คนใหม่ ‘ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล’ กับปัญหาวางแผนครอบครัว

บีมายเกสท์ : นายก สวท. คนใหม่ ‘ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล’ กับปัญหาวางแผนครอบครัว

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายก สวท. คนใหม่ ‘ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล’ กับปัญหาวางแผนครอบครัว ยุคเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ

สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย (สวท.) เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีความสำคัญในการทำหน้าที่ให้ความรู้แก่คนไทยให้เห็นความสำคัญกับการวางแผนครอบครัว รวมถึงปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ ล่าสุด ศาสตราจารย์นายแพทย์สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล เข้ามานั่งเก้าอี้ นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย สมัยที่ 16 (2560-2564) จะมีวิสัยทัศน์ต่อการทำงานด้านปัญหาวางแผนครอบครัวในประเทศไทยอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ และปัญหาท้องไม่พร้อมในกลุ่มวัยรุ่นหญิงที่นับวันจะมีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุลอดีตคณบดี วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาสูตินรีเวช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังเป็นที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก มีความเชี่ยวชาญเรื่อง วิทยาศาสตร์การแพทย์สูตินรีเวชวิทยาลัยสาธารณสุขเวชศาสตร์ป้องกันและอนามัยการเจริญพันธุ์ เรียกได้ว่าความรู้ความสามารถและประสบการณ์นั้นมากมายเลยทีเดียว

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกมาเป็นนายกสมาคมฯ และต้องขอขอบคุณอดีตท่านนายกสมาคมฯดร.กาญจนา กาญจนสินิทธ์ ที่ให้โอกาสในการทำงาน ในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งเป็นอุปนายก สมาคมฯ ท่านได้มอบหมายภารกิจสำคัญต่างๆ เพื่อให้ผมได้เตรียมความพร้อมที่จะเป็นนายกสมาคมฯ ผมจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ

สิ่งแรกที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วน คือการพัฒนาคลินิก สวท. เวชกรรม ทั้ง 10 แห่งให้มีความทันสมัย พร้อมกับให้บริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์แบบครบวงจร ไม่ใช่การคุมกำเนิดแต่เพียงอย่างเดียว ยังครอบคลุมไปถึงการให้คำปรึกษาก่อนและหลังการแต่งงาน อนามัยแม่และเด็ก เป็นต้น พัฒนาวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือให้มีความทันสมัย พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลให้มากขึ้น ตลอดจนหากิจกรรมใหม่ๆ ซึ่งเราจะพัฒนาให้คลินิก สวท. เป็นเสมือนสำนักงานส่วนหน้าของ สมาคมฯ จากนี้เราจะไม่ทำงานในเชิงรับอย่างเดียวแต่เราจะรุกให้มากขึ้น ทำงานประสานกับสาธารณสุขจังหวัดและองค์กรเครือข่ายในพื้นที่ทั้งส่วนกลาง ส่วนถูมิภาค เพื่อเป็นแนวร่วมที่จะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากที่สุด”

…เราจะเห็นว่าการวางแผนครอบครัวนั้น มีความสำคัญต่อคุณภาพของประชากรเป็นอย่างยิ่ง และสมาคมฯ ก็มีความมุ่งมั่นที่จะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆของโลกที่ประสบความสำเร็จด้านการวางแผนครอบครัว…

หนึ่งในปัญหาด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ของประเทศไทย ที่เป็นปัญหาสะสมและนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเรารับรู้ได้จากสื่อต่างๆ นั่นคือ “ปัญหาคนท้องไม่พร้อม คนพร้อมไม่ท้อง” นายก สวท. คนล่าสุด ให้ความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวว่า

“ปัจจุบันคนที่พร้อมทั้งวัยวุฒิและฐานะ มักไม่ค่อยมีบุตร ส่วนที่เป็นปัญหาคือ คนท้องส่วนใหญ่มักไม่พร้อมและยังคงเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ปัจจุบันประเทศไทยมีวัยรุ่นท้องไม่พร้อมมากถึง 14% เกินกว่าค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ คือไม่เกินร้อยละ 10 ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเยาวชนและเด็กที่เกิดมามากมายหลายมิติ ปัจจุบันสมาคมฯ ยังคงเดินหน้าให้ความรู้เชิงป้องกันปัญหาการท้องไม่พร้อม โดยร่วมมือกับองค์กรเครือข่ายโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการดำเนินงานด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ ที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา พร้อมกับการสร้างเครือข่ายทางการศึกษา ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญโดยเฉพาะเรื่องของการป้องกันปัญหาการท้องไม่พร้อมอย่างยั่งยืนอีกด้วย”

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แล้วเกี่ยวข้องกับ สวท. อย่างไร ความจริงคือ ผู้สูงอายุ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในด้านสุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ จึงเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่ สวท. เร่งมือเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้สูงวัยไทย ชราอย่างมีคุณภาพนั่นเอง

“สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการต้นแบบในการดูแลผู้สูงอายุและเตรียมความพร้อมให้กับผู้สูงอายุมาโดยตลอด เพื่อดูแลสุขภาพด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ปัญหาการหกล้ม ปัญหาการขาดฮอร์โมนไม่ออกกำลังกาย ปัญหาเรื่องของโภชนาการ ตลอดจนการขาดแคลนอาหารเสริม การดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องของความจำ สมาคมฯ จำเป็นต้องเข้าไปดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นการเสริมให้กับภาครัฐบาลในการสร้างสุขภาพอนามัยที่เข้มแข็งให้กับผู้สูงอายุ”

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานที่ต้องทำควบคู่กันไปอีกหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ของแรงงานข้ามชาติและผู้อพยพตามแนวชายแดน โดยมีการทำงานร่วมกับ สหพันธ์วางแผนครอบครัวระหว่างประเทศฯ (IPPF Hub) ในการออกไปถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านที่ประสบปัญหาการวางแผนครอบครัว การสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและเอกชนที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของ สวท. ให้มีความเข้มแข็งยั่งยืน อันจะส่งผลให้งานวางแผนครอบครัวในประเทศประสบความสำเร็จ

นายก สวท. คนล่าสุด ทิ้งท้ายว่า “ไม่ว่าโลกของเราจะเจริญก้าวหน้าไปเพียงใด จริงๆ แล้วการวางแผนครอบครัวยังมีความจำเป็น เนื่องจากการวางแผนครอบครัวไม่ใช่การคุมกำเนิด แต่ยังหมายถึง การเลือกคู่ครอง การแต่งงาน การวางแผนการมีบุตร การเว้นระยะห่างการมีบุตร และการดูแลบุตร เป็นต้น เราจะเห็นว่าการวางแผนครอบครัวนั้นมีความสำคัญต่อคุณภาพของประชากรเป็นอย่างยิ่ง และสมาคมฯ ก็มีความมุ่งมั่นที่จะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ประสบความสำเร็จด้านการวางแผนครอบครัว”

Leave a comment