ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘นาฏศิลปะดนตรี’ ภูมิวัฒนธรรมร่วมไทย-กัมพูชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307890

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘นาฏศิลปะดนตรี’ ภูมิวัฒนธรรมร่วมไทย-กัมพูชา

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘นาฏศิลปะดนตรี’ ภูมิวัฒนธรรมร่วมไทย-กัมพูชา

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักแสดงไทย-กัมพูชา ร่วมกันแสดง

จากการที่ไทย-กัมพูชาได้ลงนามในความตกลง ทางวัฒนธรรมระหว่างกันเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๐ นั้นทำให้มีการสานต่อความร่วมมือกันโดยเฉพาะด้านวัฒนธรรมและศาสนา ซึ่ง นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้ความสำคัญต่อกิจกรรมความร่วมมือทางวัฒนธรรมไทย-กัมพูชาและอาเซียนมาตลอด ด้วยต่างฝ่ายนั้นมีการแสดงนาฏศิลปะดนตรีที่มีวัฒนธรรมร่วมกันมาแต่โบราณ เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันจัดการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี ณ โรงละครแห่งชาติ จตุมุข โดยก่อนหน้านั้นสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ของไทยและมหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์ของกัมพูชา ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านนาฏศิลป์และดนตรี และร่วมกันแสดงให้เห็นว่าเป็นวัฒนธรรมร่วมระหว่างชาติ เช่น การแสดงรำอวยพร, ระบำกินรีและซัดชาตรี, โขนรามเกียรติ์ ตอน หนุมานจับสุวรรณมัจฉา, เต้นรำแคน, เซิ้งตังหวาย, ระบำชาวเล, ระบำชาวนา และรำวง

นักแสดงจากกัมพูชา

ซึ่งทั้งบทเพลงและดนตรีนั้นสามารถร่วมแสดงและบรรเลงร่วมกันได้จากพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่เหมือนกันสำหรับนาฏศิลป์ของกัมพูชาที่ใช้แสดงในหมู่ประชาชนทั่วไปและชนเผ่าต่างๆ เช่น ชาวจาม เขมรบน ชาวนา และกรรมกรนั้น ส่วนใหญ่ใช้วงมโหรีบรรเลงประกอบ บางส่วนเกี่ยวข้องกับความรักและนิทานพื้นบ้าน เป็นระบำพื้นบ้าน ได้แก่ ระบำเกนียกไพลิน เป็นการแสดงของชาวกุลาในเมืองไพลิน  เสนียกโตเซีย เป็นระบำที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ชนิดต่างๆ มีต้นกำเนิดมาจากชาวเปียร์ในจังหวัดโพธิสัตว์ระบำก็อมบาเรียน คล้ายกับการเต้นรำลาวกระทบไม้ของไทย ที่ใช้ไม้ไผ่กระทบกันเป็นจังหวะ นัยว่าเป็นการแสดงของชาวกุย บ้างว่าได้รับอิทธิพลจากการแสดงของฟิลิปปินส์ระบำโทรต เป็นระบำที่เล่าถึงพรานกับกวาง ชยัมการแสดงแบบเขมรแท้ เป็นการแสดงตลกและใช้เด็กหญิงที่หน้าตาดี ดังนั้นนาฏศิลป์ไทย-กัมพูชา จึงถือเป็นวัฒนธรรมร่วมของสุวรรณภูมิในอาเซียนมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาร่วมกันชนิดที่แยกแยะออกมาไม่ได้

นาฏศิลปะดนตรีจากสองประเทศ

แม้จะมีการเรียกนาฏศิลป์ที่ไทยเรียกละครในอันหมายถึงละครของพระเจ้าแผ่นดินที่เล่นแต่ในวัง ส่วนกัมพูชานั้นเรียกระบำพระราชทรัพย์ หมายถึงระบำหรือละครของพระเจ้าแผ่นดินก็ตาม ส่วนใครจะรับหรือเรียนรู้จากใครก่อนหลังนั้นถือเป็นเรื่องของการเรียนรู้ต่อกันไว้ดีกว่า “ระบำพระราชทรัพย์” หรือ “ระบำเขมรโบราณ”ที่ไทยเรียกว่า “ระบำอัปสร” นั้น น่าจะมีความเกี่ยวพันกับอารยธรรมจากนครวัด ด้วยพบว่ามีการจารึกภาพไว้ตามผนังปราสาทขอมโบราณที่มีอยู่ทั่วไปในไทย ลาว เวียดนามใต้ และกัมพูชา อยู่หลายร้อยแห่งจนถือว่าเป็นสัญลักษณ์และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันมีค่าของกัมพูชาในอดีต พระบาทสมเด็จพระนโรดมสีหนุนั้นได้ใช้ประโยชน์จากระบำนี้นำไปแสดงในขณะที่เสด็จพระราชดำเนินไปประเทศต่างๆ ในยุโรปและอเมริกาเหนือเพื่อเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส ในอดีต “ระบำ พระราชทรัพย์” หลังเสียพระนครหลวง มีนักวิจัยและนักวิชาการสันนิษฐานว่ากลุ่มนางรำเขมรคงถูกนำมาอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ด้วยมีสงครามระหว่างละแวก-อุดง กับอยุธยา และกรุงเทพฯ เกิดขึ้นหลายครั้ง การเกณฑ์และกวาดต้อนผู้คนนั้น ย่อมมีนางรำอยู่ในหมู่คนที่ถูกกวาดต้อนในแต่ละครั้งด้วย เช่นเดียวกับนาฏศิลป์นางรำก็ถูกกวาดต้อนไปจากอยุธยาเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ เช่นกัน ในสมัยอยุธยาตอนต้นพระเจ้าอู่ทองได้เข้าตีและยึดเมืองหลวงของขอมไว้ได้ มีการกวาดต้อนคนในนครหลวงมาไว้กรุงศรีอยุธยาเป็นอันมาก ทั้งนักปราชญ์พระ และปุโรหิต จึงทำให้มีการบูรณาการศิลปะขอม มอญสุโขทัย และละโว้ไว้ด้วยกันด้วยศิลปวัฒนธรรม และพัฒนาจนเป็นวัฒนธรรมอยุธยาตอนปลาย และต้นรัตนโกสินทร์

ปี่พาทย์ไทย

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เจ้านายกัมพูชา ได้ถูกนำมาเลี้ยงดูในกรุงเทพฯ เมื่อกลับไปครองราชย์ ก็มีการนำศิลปะและวัฒนธรรมของไทยไปเผยแพร่และมีการนำการฟ้อน การแสดง การก่อสร้าง ไปสร้างขึ้นที่เมืองพนมเปญ นอกจากนี้ยังมีเจ้านายไทยบางท่านหนีลี้ภัยการเมืองไปกัมพูชา นำคณะละคร โขนไทยไปด้วย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ไทยปรับปรุงดีแล้วกลับไปยังกัมพูชา ทำให้กัมพูชาอนุรักษ์ศิลปะไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นไว้จึงทำให้เห็นถึงท่วงท่ารำที่อ่อนช้อย เชื่องช้า ผิดแปลกไปจากการร่ายรำนาฏศิลปะดนตรีไทยปัจจุบันที่พัฒนาไปอีกหลายแนวทาง

ปี่พาทย์วงกัมพูชา

ปี่พาทย์วงกัมพูชา
ระบำแคนจากกัมพูชา

ระบำแคนจากกัมพูชา
หนุมานจับสุวรรณมัจฉา

หนุมานจับสุวรรณมัจฉา
ระบำชาวนา

ระบำชาวนา
รำชัดชาตรีจากไทย

รำชัดชาตรีจากไทย

Leave a comment