ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/307153

ไลฟ์แอนด์เฮลท์ : ‘ไม่รู้จักยาหรืออ่านฉลากยาที่ใช้… อันตรายกว่าที่คิด’
ยาเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่เราคุ้นเคยแต่คนส่วนใหญ่มักไม่สนใจอ่านฉลากยา วิธีใช้ยาและกินยาโดยไม่รู้จักชื่อยา ระวังอาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะยามีหลากหลายชนิด มีทั้งคุณและโทษหากนำไปใช้ผิดวิธี หรือไม่ตรงกับโรค
ข้อมูลจาก ดร.เภสัชกร นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม แนะนำว่า การใช้ยาโดยไม่รู้จักชื่อยา หรือ ไม่อ่านฉลากยาให้เข้าใจทุกครั้งก่อนใช้ยานั้น มีโอกาสเสี่ยงที่จะใช้ยาผิดชนิด ผิดขนาด หรือผิดประเภท ได้ง่ายซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เนื่องจากยามีหลายชนิด ให้ระวังยาที่มี “ชื่อพ้อง มองคล้าย” กล่าวคือ มียาหลายชนิดที่มีลักษณะของบรรจุภัณฑ์ รูปแบบเม็ดยา สียา ที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกัน แต่มีสรรพคุณแตกต่างกัน หรือแม้แต่ชื่อยาที่ออกเสียงคล้ายคลึงกันก็มีไม่น้อย การบ่งชี้ด้วยสายตาหรือฟังการออกเสียงอย่างเดียวจึงมีความเสี่ยงที่อาจได้รับยาผิดชนิดได้
หรือแม้แต่ยาที่ใช้รักษาอาการหรือโรคเดียวกัน ก็ยังมีหลายชนิด หลายขนาดความแรงของยา เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตมีเป็นสิบๆ ชนิด และแต่ละตัวยังมีหลายขนาดความแรง ซึ่งยาแต่ละตัวอาจจะเหมาะกับผู้ป่วยรายหนึ่ง แต่อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยอีกราย หรืออาจมีผลข้างเคียงกับผู้ป่วยอีกรายทั้งนี้ขึ้นกับสภาวะร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคนด้วย ดังนั้น การที่ผู้ป่วยไม่รู้จักชื่อยาที่ใช้นั้นอันตรายกว่าที่คิด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การไม่รู้จักชื่อยาที่ใช้นั้น ยังอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับยาต่อเนื่อง หากเกิดภาวะวิกฤติ เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมยาวนานที่ผ่านมา มีผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังและต้องใช้ยาเป็นประจำ ต้องอพยพหนีน้ำอย่างกะทันหัน และผู้ป่วยเหล่านี้ไม่สามารถบอกผู้มาให้การดูแลรักษาได้ว่าตนเองรับประทานยาอะไรอยู่บ้าง แต่บอกสรรพคุณยาที่ได้รับอยู่ได้ว่ารักษาอาการอะไร เช่น ยาลดน้ำตาล ยาลดความโลหิตสูง ยาแก้หอบ ยากันชัก เป็นต้น ซึ่งยาที่รักษาโรคดังกล่าวมีอยู่หลายตัวมาก แพทย์เองก็ไม่แน่ใจว่าปกติผู้ป่วยใช้ยาชื่ออะไร จึงเป็นความยากลำบากทั้งต่อตัวผู้ป่วยเองและผู้ให้การรักษา การได้รับยาจึงไม่ต่อเนื่อง หรือต้องให้ยาชนิดใหม่และต้องมีการปรับขนาดยาใหม่อีก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวม
นอกจากนี้ การที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้จักชื่อยาที่ใช้อยู่ทำให้น่าเป็นห่วง เพราะคนไทยชอบแนะนำยาให้คนใกล้ชิดหรือเพื่อนๆ กันลองใช้ดู เพราะเห็นว่าตนเองใช้ได้ผลดี การบอกเพียงรูปลักษณ์ของยา เช่น สีของเม็ดยา หรือลักษณะรูปแบบของเม็ดยา จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะแนะนำยาผิดให้คนใกล้ชิด
“เพื่อความปลอดภัย อ่านฉลากให้เข้าใจ ทุกครั้งก่อนใช้ยา”
ฉลากยาเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์จากการใช้ยาตามแผนการรักษาได้อย่างและปลอดภัย ผู้ป่วยจึงต้องให้ความใส่ใจต่อข้อมูลสำคัญที่ต้องมีบนฉลากยา 5 อย่าง ประกอบด้วย
1) ชื่อผู้ป่วย เพื่อให้สามารถตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นยาของเราหรือไม่
2) ชื่อสามัญทางยา เพื่อเป็นการสื่อสารระหว่างผู้ให้การรักษากับผู้ป่วย และระหว่างผู้ให้การรักษาด้วยกันเอง ผู้ป่วยอาจจำชื่อยาไม่ได้ ก็ขอให้เภสัชกรช่วยจดหรือบันทึกให้ เก็บไว้กับตัวเพื่อเป็นการส่งต่อข้อมูล หากต้องไปรักษาที่อื่น
3) สรรพคุณยา เช่น เป็นยารักษาเบาหวาน ยาปฏิชีวนะ ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น
4) ขนาดยา และเวลารับประทาน เช่นครั้งละ 1 เม็ด 3 เวลา หลังอาหาร
5) ข้อควรปฏิบัติในการใช้ยา เช่น ดื่มน้ำบ่อยๆ ระหว่างที่รับประทานยา หรือ ระวังแสงแดดเพราะอาจทำให้แพ้
ข้อมูลที่เหมาะสม ครบถ้วน เป็นสิทธิที่ผู้ป่วยควรได้รับทุกราย แต่มักพบว่าสถานพยาบาลหรือร้านยาบางแห่งอาจไม่ระบุชื่อยา อันเป็นเหตุให้อาจเกิดการใช้ยาซ้ำซ้อน หรือยาตีกันได้ เพราะยาหลายขนานมองจากภายนอกจะเหมือนกัน แยกไม่ออก ยาที่เหมือนกัน อาจเป็นยาต่างชนิดกันได้ ดังนั้นทุกครั้งที่รับยา
จึงควรอ่านฉลากเพื่อดูว่าได้รับข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ เข้าใจหรือไม่ ซึ่งหากไม่เข้าใจ สงสัย หรือไม่มีชื่อยา เป็นสิทธิที่จะร้องขอได้ตามสิทธิผู้ป่วย และโปรดจำว่า สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ป่วยทุกคนคือ การได้รับข้อมูลการรักษาที่เหมาะสม ทุกครั้งที่ใช้ยา ปรึกษาเภสัชกรใกล้บ้านคุณ
ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
เลขาธิการ สภาเภสัชกรรม