pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ ตอนที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307930

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ ตอนที่ 2

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ ตอนที่ 2

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สัปดาห์นี้เรามารู้จักวิธีการให้ยาประเภทที่ 3 นั่นคือ “ยาฉีด” กันครับ

3.ยาฉีด

การให้ยาโดยการฉีดเข้าร่างกายปลา สามารถทำได้ 3 ช่องทางหลักคือ 1.การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ  2.การฉีดยาเข้าช่องท้อง  และ 3.การฉีดยาเข้าถุงลม ส่วนการฉีดยาเข้าเส้นเลือดที่โคนหางไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากผนังเส้นเลือดปลาค่อนข้างบาง  การฉีดในขณะที่ปลาดิ้นรนมาก มักทำให้ ผนังเส้นเลือดฉีกขาด และทำให้เกิดเนื้อตายที่กล้ามเนื้อบริเวณหางได้

ตัวอย่างยาที่ให้ได้โดยการฉีด เช่น ยาปฏิชีวนะจำพวกเจนต้าไมซินเอนโรฟล็อกซาซิน  เซฟฟาเล็กซิน  ยาที่มีความเจือจางและต้องให้ปลาได้รับในปริมาณมากๆ งั้น ไม่ควรให้โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อปลา แต่เราสามารถให้ได้โดยการฉีดเข้าช่องท้องหรือถุงลม ยาจะค่อยๆ ถูกดูดซึมผ่านเส้นเลือดฝอยที่กล้ามเนื้อ ช่องท้อง และถุงลมเข้าสู่กระแสเลือดของปลา และออกฤทธิ์ในการต่อต้านหรือทำลายเชื้อแบคทีเรียในบริเวณต่างๆ ของตัวปลา

การให้ยาโดยการฉีด  มีความจำเป็นในปลาที่ป่วยและไม่กินอาหาร โดยเฉพาะในปลาที่เชื่องและมีความคุ้นเคยกับเจ้าของ การให้ยาด้วยวิธีฉีดจะช่วยให้ปลามีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าวิธีการให้ยาวิธีอื่นๆ  แต่ต้องกระทำโดย “สัตวแพทย์หรือผู้ที่มีประสบการณ์” เนื่องจากต้องจับบังคับปลาและฉีดในตำแหน่งที่ถูกต้องจึงจะไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังและอวัยวะภายในต่างๆ

อย่างไรก็ดี การให้ยาวิธีต่างๆเพื่อรักษาปลานั้นจะได้ผลก็ต่อเมื่อวินิจฉัยโรคถูกต้อง  เลือกใช้ยาที่เหมาะสม  โดยที่อาการของโรคยังไม่รุนแรงมากนัก หากปลาป่วยเป็นระยะเวลานานและโรคพัฒนาไปจนมีผลทำลายโครงสร้างและการทำหน้าที่ของอวัยวะในระบบต่างๆ ของปลาแล้ว การรักษาโดยวิธีใดๆ ก็มักจะไม่ได้ผล และจะยิ่งส่งผลในเชิงลบให้ปลาเกิดความเครียดและเสียชีวิตเร็วขึ้น

นอกจากนี้ การดูแลสภาพแวดล้อมควบคู่ไปกับการรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเนื่องจากปลาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยอยู่ในน้ำตลอดเวลากิจกรรมในการดำรงชีวิตทุกชนิด เช่น การกินอาหาร การหายใจ การขับถ่าย และการสืบพันธุ์ ล้วนแต่ต้องอาศัยน้ำเป็นตัวกลาง ถ้าสภาพน้ำที่เลี้ยงไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตปกติ แล้วย่อมจะส่งผลต่อการเจ็บป่วยของปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาป่วยที่มีสุขภาพอ่อนแอ ย่อมต้องการสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าปลาปกติที่มีความแข็งแรงมากกว่า ผู้เลี้ยงต้องศึกษาชีววิทยาของปลาแต่ละชนิดที่จะเลี้ยงว่ามีความเหมาะสมที่จะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเช่นไร อาจศึกษาได้จากตำราการเลี้ยงปลา สอบถามจากผู้มีประสบการณ์ หรือสังเกตจากการทดลองเลี้ยงด้วยตนเอง จึงจะทราบและเข้าใจถึงความต้องการของปลาว่าต้องการสภาพแวดล้อมแบบใด

●สภาพแวดล้อมที่ดี คืออะไร?

สภาพแวดล้อมที่ดีหมายถึง สภาพน้ำที่สะอาด มีออกซิเจนละลายน้ำมาก มีอินทรียสารในน้ำน้อย ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นในตู้ปลาโดยเฉพาะจำพวกที่เป็นอันตราย อาจหมายถึงน้ำที่มีปริมาณแพลงตอนพืชหนาแน่น มีสภาพที่ใกล้เคียงธรรมชาติ เพื่อการพรางตัวของปลา มีการไหลเวียนของน้ำตลอดเวลา หรือเป็นน้ำนิ่งๆ มีการไหลเวียนของน้ำน้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้เลี้ยงควรศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องจากการเลี้ยงปลาให้มีสุขภาพแข็งแรง เมื่อปลามีสุขภาพแข็งแรงก็จะมีความทนทานต่อโรคมากขึ้น ปรสิตหรือเชื้อโรคต่างๆ จะทำให้ปลาป่วยได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ดี ถ้าแม้ปลาที่เลี้ยงจะมีสุขภาพแข็งแรง แต่ช่วงเวลาต่างๆ ที่ปลาจะอ่อนแอกว่าปกติก็สามารถพบได้ เช่น ในปลาที่อายุน้อยหรือมากๆ หรือปลาที่ตั้งท้อง ปลาที่วางไข่ ปลาที่เลี้ยงลูก เป็นต้น ระยะเวลาเหล่านี้จะเป็นช่วงที่ปลามีโอกาสป่วยจากการติดเชื้อปรสิต แบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัส ได้โดยง่าย ผู้เลี้ยงจึงควรสังเกตปลาอย่างใกล้ชิด และเมื่อพบความผิดปกติก็ควรรีบหาสาเหตุแห่งความผิดปกติให้พบและหาวิธีแก้ไขและรักษาที่เหมาะสม

สัปดาห์หน้าเรามาคุยกันว่า “สภาพแวดล้อมที่ดี” ของปลานั้นเป็นอย่างไรครับ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment