รักลูก Gen Z? ให้ถูกทาง กระตุกต่อมคิดพ่อแม่ยุคโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308200

รักลูก Gen Z? ให้ถูกทาง กระตุกต่อมคิดพ่อแม่ยุคโซเชียล

รักลูก Gen Z? ให้ถูกทาง กระตุกต่อมคิดพ่อแม่ยุคโซเชียล

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Warwick Institute หรือโรงเรียนเตรียมอินเตอร์ จุฬา-ธรรมศาสตร์ จัดงานประชุมสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนสาธิตนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล ในหัวข้อ “Fight for Your Dream โปรแกรมอินเตอร์จุฬาฯ -ธรรมศาสตร์” แนะพ่อแม่ผู้ปกครองถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของลูก เสมือนเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้งหนึ่งของชีวิต ดังนั้น การที่เด็กนักเรียนจะสามารถไปให้ถึงฝันได้นั้น นอกจากต้องขยันสุดชีวิตแล้ว ความท้าทายและการสนับสนุนอย่างชาญฉลาดจากพ่อแม่ผู้ปกครองก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการส่งลูกๆ ให้ไปถึงฝั่งฝันแรกของชีวิต

นายอภิชัย ไชยวินิจ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันวอร์ริค เผยว่า ในการเก็บรวบรวมข้อมูลมากกว่า 250 คำถามจากผู้ปกครองและนักเรียน ที่มาปรึกษา เรื่องการสอบเข้าโปรแกรมอินเตอร์จุฬาฯ และธรรมศาสตร์กับสถาบัน Warwick Institute เราได้นำคำถามทั้งหมดมาจัดหมวดหมู่เป็น 4 หัวข้อ แล้วนำมาสร้างเป็น workshop เพื่อให้ความกระจ่างกับ นักเรียน และให้ข้อคิดกับผู้ปกครองครอบคลุมในทุกๆ แง่มุม โดยเฉพาะ “สิ่งที่เด็กๆ จะต้องรู้และเรื่องที่พ่อแม่ต้องมีส่วนร่วม”

เริ่มจาก “เด็กฝันว่าอยากเป็นอะไรในอนาคต” จุดที่น่าคิดคือเด็กบางคนมีความฝันมากมายจนเลือกไม่ถูก ขณะที่เด็กส่วนหนึ่งยังหาความฝันไม่เจอ พ่อแม่จึงต้องช่วยให้ลูกๆ ค้นหาให้เจอว่าพวกเขาชอบอะไรและไม่ชอบอะไร และไม่พยายามยัดเยียดความฝันของตนเข้าไปในหัวลูก เพราะนี่คือสิ่งที่จะกำหนดอนาคตของเด็กไปชั่วชีวิต

เมื่อรู้เป้าหมายแล้วจึงเริ่ม “เลือกคณะที่จะสอบเข้าเรียน” คณะไหนตอบโจทย์ความฝัน ได้ดีที่สุด อย่างเช่น เด็กที่ต้องการสอบเข้าภาคอินเตอร์ของจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ควรรู้ว่ามหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งมีโปรแกรมอินเตอร์นับรวมกันได้ 34 คณะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มคณะอันได้แก่ (1) Art AndDesign Schools (2) Medical, Science And Engineering Schools (3) Language Schools (4) BusinessSchools และ (5) Social Sciences School ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีมากกว่า 1 คณะ ที่สามารถรองรับความฝันของเด็กจงเลือกคณะที่ตอบโจทย์ความฝันได้ดีที่สุด และเลือกคณะที่สอดคล้องใกล้เคียงเผื่อไว้ด้วยรวมเป็น 5 คณะ อย่าเสี่ยงเลือกไปเพียงคณะเดียวเด็ดขาด

จากนั้นดูว่า “แต่ละคณะมีเกณฑ์การรับสมัครอย่างไร และมี Requirementอะไรบ้าง” ต้องดูให้ละเอียดว่า Requirementมีคะแนนขั้นต่ำเท่าไหร่ สามารถเอาอะไรยื่นแทนกันได้บ้าง โดยปกติแล้วในกลุ่มคณะเดียวกันจะมี Requirement คล้ายคลึงกัน ดังนัั้นเด็กต้องวางแผนจัดกลุ่มวิชาที่จะใช้ยื่นและเตรียมตัวให้ดี อย่าทำงานหนักเกินกว่าเหตุ คือ สอบหลายๆ วิชาอย่างไม่จำเป็น แต่จงจัดกลุ่มให้สอบน้อยวิชา แต่ทำคะแนนให้สูงที่สุด

สุดท้ายคือการ “วางแผนการเรียนให้กับเด็ก” จากประสบการณ์ของ WarwickInstitute ถ้าเด็กเรียนเร็วและทำคะแนนสอบเข้าเกณฑ์แล้วก็สามารถเก็บคะแนนไว้ได้2 ปี ดังนั้น เด็กที่มีคะแนนถึงก่อนก็สามารถไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เพราะการมีคะแนนสูงพอก็เหมือนกับเรามีโอกาสสูงมากที่จะมีที่นั่งในโปรแกรมอินเตอร์จุฬา-ธรรมศาสตร์เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องมาเครียด เมื่ออยู่ชั้น ม.6 เด็กส่วนใหญ่มักจะมาเตรียมตัวกันตั้งแต่ ม.4 เพื่อให้ได้คะแนนสูงที่สุด อันนำไปสู่การมีโอกาสเอนทรานซ์ติดคณะในฝันได้มากที่สุด ส่วนใครอยากไปเป็นนักเรียน แลกเปลี่ยน AFS ตอน ม.ปลาย ก็ควรเริ่มเตรียมตัวปั่นคะแนนกันตั้งแต่ ม.3

นายอภิชัย เน้นย้ำในการประชุมผู้ปกครองว่า หน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองยังไม่จบแค่นั้น พวกเขายังมีบทบาทที่สำคัญยิ่งกว่านั้นอีก คือ “การท้าทายลูกๆ ให้รู้จักวางเป้าหมายให้ไกลและไปให้ถึงฝัน” ในชีวิตคนเรามีโอกาสอยู่ไม่กี่ครั้งที่จะพลิกชีวิต หนึ่งในนั้นคือการสอบเข้า มหาวิทยาลัย คุณต้องกล้าท้าทายให้ลูกตั้งเป้าให้สูงที่สุด ให้เขาทำให้ดีที่สุด ให้เขาเปลี่ยนตัวเองเพื่อโอกาสในชีวิตที่ดีที่สุด

อีกสิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ “การสนับสนุนลูกๆอย่างชาญฉลาด” รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะสนับสนุนและเมื่อไหร่ที่ควรให้เขาเอาชนะความท้าทายนั้นด้วยตัวเอง พ่อแม่ต้องรู้จักวิธีให้ความรัก ให้การสนับสนุน ให้กำลังใจ รู้จักกอดลูก ฉุดเขาขึ้นมาจากคราบน้ำตาและความท้อแท้ เราต้องสอนให้เด็กไม่ยอมแพ้และพยายามสอบต่อไปจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย ในช่วงเวลานี้ควรให้เวลาลูกเพิ่มขึ้นและอย่าซ้ำเติมลูกเมื่อคะแนนไม่ดี

สุดท้ายคือ “การเริ่มโดยไม่รอ” บอกลูกๆว่า พ่อกับแม่ให้ได้แค่โอกาสที่ลูกจะได้เตรียมตัวดีๆมีโอกาสได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงจงอย่าคิดว่าพ่อแม่มีเงินแล้วจะทำทุกฝันของลูกให้เป็นจริงได้ โดยเปิดช่องว่าหากเอนทรานซ์ไม่ติดจะส่งไปเมืองนอก หากลูกฝันอยากเข้าภาคอินเตอร์จุฬา-ธรรมศาสตร์ ลูกต้องทำด้วยตัวเอง เริ่มต้นจากการเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ

ทั้งนี้ นายอภิชัย ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบัน Warwick Institute ได้จัด WorkShop ฟรีเกี่ยวกับการเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อโปรแกรมอินเตอร์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ แก่นักเรียนและผู้ปกครอง ความยาวประมาณ 2 ชั่วโมง จัดขึ้น 7 รอบต่อสัปดาห์ ทุกคำถามที่เด็กและผู้ปกครองมี จะได้รับคำตอบจนหมดข้อสงสัย และได้ข้อคิดดีๆ ในการท้าทายและการสนับสนุนบุตรหลานในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแห่งความสำเร็จของชีวิตพวกเขาเพื่อให้เขาสามารถเอนทรานซ์ติดได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง โดยคลิกลงทะเบียนได้ที่ http://warwick-institute.com/

อภิชัย ไชยวินิจ

อภิชัย ไชยวินิจ

Leave a comment