ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/308367

เชิญสัมผัสเสน่ห์อีสาน บุรีรัมย์ ‘สปอร์ตทัวริสซึ่ม’
วนอุทยานเขากระโดง
ใครที่ได้ไปเยือน “บุรีรัมย์” ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ย่อมรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของที่นี่อย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดตัวเมื่อปลายปี 2557 เรียกว่าจากเมืองผ่านกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ผู้คนเดินทางมามากขึ้นทุกปีๆ พร้อมกับบิ๊กอีเว้นต์กีฬาระดับโลกหลายรายการที่จัดต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาเช่นกัน อย่างล่าสุดจัดแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย FIM Asia Road Racing Championship 2017 (ARRC) ศึกชิงจ้าวความเร็วที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สนามสุดท้ายของฤดูกาล ทางสนามช้างฯยังได้ขับเคลื่อนในรูปแบบ “สปอร์ตทัวริสซึ่ม”
ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า “การท่องเที่ยวในรูปแบบของสปอร์ตทัวริสซึ่ม จะได้อรรถรสที่แตกต่างเพราะนอกจากการได้ชมและเชียร์การแข่งขันศึกชิงจ้าวความเร็วจากนักบิดทั่วเอเชียกว่า200 ชีวิต รวมทั้งนักบิดซูเปอร์สตาร์ชาวไทยไม่ว่าจะเป็น อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ และอนุภาพ ซามูล ดาวบิดไทยจาก ยามาฮ่าไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม, รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ และ มุกลดา สาระพืช จาก เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่งไทยแลนด์ ฯลฯ แล้ว หลังจบการแข่งขันบรรดาคอมอเตอร์สปอร์ตยังสามารถไปท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ หรือจะไปสัมผัสอาหารพื้นบ้าน วัดวาอาราม ถือเป็นการพักผ่อนอีกรูปแบบในการมาเยือนบุรีรัมย์ครั้งนี้ด้วย”
นับเป็นความโชคดีที่ว่าบุรีรัมย์เองมีจุดเด่นหลายอย่าง โดยเฉพาะการเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างครบเครื่องและมีชื่อเสียงในระดับโลก อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง, วนอุทยานเขากระโดงฯลฯ สนามกีฬามาตรฐานระดับโลกได้แก่สนามไอโมบาย สเตเดี้ยม และสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำ สามารถเริ่มต้นจาก ร้าน “ปาท่องโก๋ชุมพล” อาหารเช้าแบบคนบุรีรัมย์ จิบกาแฟยามเช้าในบรรยากาศแบบบ้านๆ แกล้มกับไข่ลวกขอเตือนไว้ก่อนถ้าไปช้าหมดอดกินแน่ เพราะเขาทำวันละแค่ 8 กะละมังใหญ่เท่านั้นเอง และอย่าหงุดหงิดถ้าต้องไปยืนต่อแถว ก็เพราะปาท่องโก๋เขาขายดีจริงๆประเภทกรอบนอกนุ่มใน พอสายๆ หน่อยก็หมดแล้ว จากนั้นสักการะศาลหลักเมืองและศาลปึงเถ่ากงม่า และพระสุภัทรบพิตร ณ เขากระโดง
ส่วนใครที่ชอบช็อปปิ้งก็ต้องไปที่ “ถนนคนเดิน เซราะกราว” หน้าจวนผู้ว่าฯ เปิดช่วงเย็นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สามารถหาซื้อสินค้าโอท็อปและสินค้าเกษตรของเมืองนี้ได้เลยในราคามิตรภาพ
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกจุดที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาด คือ “บ้านสวนฟรุ๊ตการ์เด้น อ.ลำปลายมาศ” ของอดีตรัฐมนตรี “โสภณ ซารัมย์” ซึ่งยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มีเมล่อน มะเขือเทศราชินี กล้วยหอมทอง และพืชผักผลไม้ที่ปลูกแบบอินทรีย์ไว้ให้เลือกซื้อเลือกชิมกัน
ส่วนคอกาแฟต้องตรงไปที่ “ร้านดินดิบคาเฟ่” อยู่ที่อ.ลำปลายมาศเช่นกัน ขอบอกร้านนี้ตกแต่งได้ถูกใจพวกชื่นชอบธรรมชาติ และใช่จะบริการกาแฟอย่างเดียว ยังมีข้าวปลาอาหารรสชาติจัดจ้านให้ทานกันด้วย พร้อมๆ กับชมการตีหม้อของ “ป้านง”วัย 50 กว่า ที่มีประสบการณ์การตีหม้อมานานกว่า 30 ปี และเคยสาธิตต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาแล้ว
ทั้งหมดนี้คงทำให้เห็นแล้วว่าเส้นทางสู่ “สปอร์ตทัวริสซึ่ม” ของบุรีรัมย์นั้นสดใสแค่ไหน ซึ่งรับประกันได้ว่าแหล่งท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมของที่นี่ ย่อมสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้อย่างแน่นอน