ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/308620

HOPE TO HER ช่วยหญิงไทยต้านภัยมะเร็งเต้านม
รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ นายกมะเร็งวิทยาสมาคม และ รศ.พล.ต.นพ.วิชัย วาสนสิริ นายกสมาคมโรคเต้านม ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จัดบรรยายให้ความรู้ช่วยหญิงไทยต้านภัยมะเร็ง
ปัจจุบันมะเร็งเต้านมพบมากที่สุดในหญิงไทยและคร่าชีวิตของหญิงไทยเป็นอันดับ 1 สามารถพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ดังนั้นเพื่อรณรงค์และให้ความรู้กับคนไข้และบุคคลทั่วไป มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย โดย รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ นายกสมาคม จัดกิจกรรม HOPE TO HER ต้านภัยมะเร็งเต้านมขึ้น โดยมีรศ.พล.ต.นพ.วิชัย วาสนสิริ นายกสมาคมโรคเต้านม ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมให้ความรู้เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมแกรนด์อโนมา
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคยังไม่ชัดเจน แต่พบว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ โดยกรรมพันธุ์ มีผลไม่เกิน 5% หากประวัติครอบครัวสายตรงฝั่งคุณแม่ พี่น้อง มีการตรวจพบมะเร็งตั้งแต่อายุน้อยโดยเฉพาะมะเร็งรังไข่ มักมีความเสี่ยงที่จะพบมะเร็งเต้านมร่วมด้วย นอกจากนี้อีก 95%มาจากสาเหตุอื่น เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งสร้างจากรังไข่ น้ำหนักตัว และอายุ
หากร่างกายสัมผัสหรือได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนมากกว่าปกติ ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมก็จะเพิ่มขึ้น เช่น กรณีที่มีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี หรือหมดประจำเดือนหลังอายุ 55 ปี หรือในผู้ป่วยที่ได้รับฮอร์โมนเสริมหลังหมดประจำเดือน เพื่อรักษาอาการไม่พึงประสงค์จากภาวะวัยทอง จะมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าดังนั้นการใช้ฮอร์โมนจึงจำเป็นต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ และผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แพทย์สามารถเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งเต้านมได้
ในทางกลับกันหากร่างกายสัมผัสกับฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง หรือมีการขัดจังหวะไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมก็จะลดลงด้วย เช่น การตั้งครรภ์ก่อนอายุ 30 ปี การให้นมบุตรนอกจากนี้ยังพบว่าความอ้วนทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น และพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมากที่สุดในช่วงอายุ 45-55 ปี นอกจากนี้ ขนาดของเต้านม การเสริมขนาดเต้านม และรูปแบบของเสื้อชั้นใน ไม่มีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม เพียงแต่การใช้เสื้อชั้นในที่มีโครงกดทับบริเวณฐานของเต้านมเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการเสียดสีที่ผิวหนังและเกิดการหนาตัวของผิวหนังได้
มะเร็งเต้านมแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 และ 2 เป็นระยะเริ่มต้น หากตรวจพบตั้งแต่ระยะนี้มีโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้สูงถึง 80-90% ระยะที่ 3 เป็นระยะที่ก้อนมีขนาดใหญ่และอาจพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้โตร่วมด้วย หากตรวจพบในระยะนี้จะมีโอกาสหายขาดได้ประมาณ 60-70% และระยะที่ 4 ซึ่งมีการกระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่น (เช่น ตับ ปอด กระดูก) ถึงกระนั้นก็ยังมีนวัตกรรมการรักษาที่ช่วยยืดอายุและสามารถรักษาประคองอาการเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
ปัจจุบันการรักษามีความก้าวหน้ามากขึ้น ไม่จำกัดเพียงการผ่าตัด และการใช้เคมีบำบัดเท่านั้น การใช้ยาสามารถลดการเป็นกลับซ้ำ ช่วยลดขนาดของก้อนก่อนทำการผ่าตัด และในกรณีที่เกิดการแพร่กระจายแล้ว ยาจะช่วยชะลอการกำเริบของก้อนได้ นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดที่สามารถเก็บเต้านมไว้ได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนที่ตรวจพบและระยะของโรค ดังนั้นหากเราให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม เราจะสามารถตรวจพบโรคก่อนแสดงอาการและมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นการไปตรวจแล้วไม่พบโรคย่อมดีกว่าเป็นโรคแล้วไม่ได้ไปตรวจ
นอกจากได้รับความรู้จากการบรรยายของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเสื้อชั้นใน สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ตัวแทนจากห้างสรรพสินค้า ตั้งฮั่วเส็ง มาให้ความรู้ในการถักหมวกไหมพรม น้ำทับทิมเข้มข้นซึ่งมีจากกลุ่มธุรกิจอาหาร ทิปโก้ และฟิตเนส แกรนด์ จากโรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท มาร่วมกิจกรรมให้ความรู้ด้านการออกกำลังกาย ในงานมีการแจกผ้าโพกศีรษะสวยเก๋ ใช้ในกรณีผมร่วงจากการรับเคมีบำบัด โดยพลพัฒน์ อัศวประภา จาก Asava ได้ให้ความอนุเคราะห์ในการออกแบบผ้าโพกศีรษะให้แก่มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยและ ศศิฐณัฐ ไกรพานนฑ์ เป็นผู้สาธิตการใช้ผ้าโพกศีรษะแบบต่างๆ
