ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/309989

ลดปวดหลังเรื้อรัง-ออฟฟิตซินโดรมด้วย Shock Wave
อ.นพ.ภัทรพล ยศเนืองนิตย์
อาการยอดฮิตที่มักพบในมนุษย์เงินเดือนอย่าง “ออฟฟิตซินโดรม” หรืออาการปวดตามส่วนต่างๆ อาทิ คอ บ่า ไหล่ หลัง ฯลฯ ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ สำหรับวิธีการรักษา ในปัจจุบัน นอกจากการรับประทานยา ยังมีการทำกายภาพบำบัด นวด ฯลฯ ล่าสุดมีการรักษาด้วยทางเลือกใหม่ที่กำลังอยู่ในกระแส และให้ผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่น่าพึงพอใจ นั่นคือ “Shock Wave” โดย อ.นพ.ภัทรพล ยศเนืองนิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยในคอลัมน์ “บอกเล่าก้าวทันหมอ” หนังสือ ฬ.จุฬา ถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการรักษา
อ.นพ.ภัทรพล ยศเนืองนิตย์ อธิบายว่า “Shock Wave หรือ คลื่นกระแทก” เป็นเครื่องมือรักษาทางกายภาพบำบัดชนิดหนึ่ง อาศัยหลักการของคลื่นกระแทก หรือ Shock Wave ที่มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ที่จำเพาะ ซึ่งเมื่อใช้คลื่นพลังงานดังกล่าวกับพยาธิสภาพความผิดปกติที่เหมาะสม พบว่าสามารถให้ผลการรักษาที่ดีได้ด้วย Shock Wave มีผลการรักษาทางด้านการลดปวดและการเพิ่มปัจจัยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งกลุ่มโรคที่เหมาะจะรักษาด้วยเทคโนโลยีนี้ก็คือ กลุ่มความผิดปกติของกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นหรืออาการที่รู้จักกันทั่วไป ได้แก่ โรครองช้ำ หรือภาวะเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง และโรคออฟฟิตซินโดรม การรักษาทางกายภาพบำบัดด้วย Shock Wave มีชื่อว่า Extracorporeal Shock Wave Therapy หรือย่อว่า “ESWT” นั่นเอง
อ.นพ.ภัทรพล กล่าวว่า ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาถึงประสิทธิภาพของการรักษาอาการปวดเรื้อรังบริเวณกล้ามเนื้อสะบักด้วย ESWT ชนิด Radial พบว่า ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังลดลงภายหลังการรักษาตั้งแต่ครั้งแรก และหายปวดภายหลังการรักษาอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 3-4 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยความร้อนลึกที่มาจากคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง หรือ Therapeutic Ultrasound ผลการศึกษาพบว่าทั้งสองวิธีการรักษามีผลลัพธ์การรักษาไม่แตกต่างกัน แต่ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shock Wave) มีความพึงพอใจในแง่การลดอาการปวด ความสะดวกในการมารับการรักษา เนื่องจากการรักษาด้วย Therapeutic Ultrasound นั้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องมาโรงพยาบาลสัปดาห์ละ2 ถึง 3 ครั้ง แต่ในกรณีของการรักษาด้วย Shock Wave ผู้ป่วยมาโรงพยาบาลเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เท่านั้น
ถึงแม้ว่า Shock Wave จะเป็นเครื่องมือช่วยลดอาการปวดล่าสุดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคปวดเรื้อรัง และโรคออฟฟิตซินโดรมได้เป็นอย่างดี อ.นพ.ภัทรพล อธิบายเพิ่มอีกว่า อย่างไรก็ตาม Shock Wave ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา นอกเหนือไปจากการปรับอิริยาบถ และกิจวัตรประจำวัน การกินหรือทายาตามอาการ การทำกายภาพบำบัด ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้การรักษามากกว่า 1 วิธี สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วย Shock Wave นั้น จะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเห็นผลในการรักษาอย่างยั่งยืน จุดเด่นของการรักษาด้วย Shock Wave เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องมือทางกายภาพบำบัดอื่นๆ คือจำนวนครั้งในการรักษาต่อสัปดาห์น้อยกว่า และให้ผลการรักษาที่เร็วกว่า
อ.นพ.ภัทรพล ยังกล่าวถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกใช้วิธีการรักษาด้วย Shock Wave ในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง เป็นผลจากการกระแทก หากระหว่างการรักษาใช้ความแรงของการกระแทกมากเกินไป อาจทำให้มีอาการระบมหรือเจ็บขณะรักษา หรือในผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกง่าย ก็อาจเกิดรอยช้ำขึ้นได้ในบริเวณที่รับคลื่นกระแทกนั่นเอง
ปัจจัยสำคัญในการรักษาโรคปวดเมื่อยเรื้อรังให้ได้ผลนั้นจริงๆแล้ว ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยมากกว่าแพทย์ จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีต่างๆ โดยอยู่กับแพทย์หรือนักายภาพบำบัดด้วยระยะเวลาสั้นๆ มักจะใช้เวลาไม่เกิน1ชั่วโมงต่อการรักษา 1ครั้ง แต่อีกมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ป่วยต้องอยู่กับร่างกายของตัวเอง ดังนั้นหากผู้ป่วยใส่ใจในการปรับอิริยาบถ การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการออกกำลังกาย หรือการบริหารร่างกายได้อย่าวถูกต้องด้วยตนเอง ตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัด ก็จะช่วยให้อาการปวดเรื้อรังต่างๆหายได้เร็วขึ้น ได้ผลที่ยั่งยืน และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
