ส่องเกษตร : ศก.พอเพียง…ความหวังปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/312023

449007

ส่องเกษตร : ศก.พอเพียง…ความหวังปีใหม่

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาเริ่มต้นการทำงานสัปดาห์แรกในปีใหม่-ปีจอ-2561 ขอประเดิมทักทายผู้อ่านแฟน “แนวหน้า” ด้วยคำว่า “สวัสดีปีใหม่” หวังว่าทุกๆท่านได้หยุดยาวพักผ่อนมาหลายวัน ได้ไปเที่ยวเตร่ สังสรรค์เฮฮากับเพื่อนสนิทมิตรสหาย ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว พ่อแม่ญาติพี่น้องอย่างอบอุ่นฯลฯ คงจะมีความสุข ช่วยเติม“พลัง”ให้ตัวเองกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างดีต่อไป

ปีจอ 2561 ถ้าว่ากันตาม“โรดแมป” รัฐบาล คสช.ของท่านนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะเป็นปีสุดท้าย ก่อนจะมีการเลือกตั้งกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง เท่ากับรัฐบาลชุดนี้เหลือเวลาทำงานอีกแค่ปีเดียว หลายๆสิ่งที่เคยสัญญา“จะคืนความสุขให้ประชาชน” ที่ผ่านมายังเห็นผลไม่มากนัก ก็ต้องเร่งมือในวาระสุดท้ายนี้ ถึงแม้มีวี่แววค่อนข้างสูงที่จะมีรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งจะยังคงมีนายกรัฐมนตรีชื่อ“ประยุทธ์ จันทร์โอชา”ก็ตาม แต่ถ้าคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ยังทำได้ไม่ดีพอ อนาคตเมื่อเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้งที่“อำนาจไม่ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด”เหมือนตอนนี้ การบริหารบ้านเมืองที่มีพลังศรัทธาไม่มากพอ คงต้องเผชิญความยุ่งยากวุ่นวายมากมายยิ่งขึ้น จนนำสู่ความล้มเหลวหรือเกิดสิ่งไม่พึงประสงค์ง่ายๆ

มาว่ากันเรื่องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปีใหม่นี้กับทีม 3 รัฐมนตรี นำโดยรมว.-กฤษฎา บุญราช ที่ทำงานมาได้เดือนกว่าแล้ว จากที่เริ่มต้นด้วยความกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร ขณะที่การสร้างผลงานยังต้องใช้เวลาบ้าง ไม่ใช่จะเนรมิตได้ดังใจ แต่เมื่อได้ให้สัญญาไว้แต่แรกเริ่มเข้ามาในกระทรวงว่า จะแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ให้เห็นผลภายใน 3 เดือน จึงเป็นแรงกดดันสำคัญที่ต้องเร่งมือทำงานให้เร็วขึ้นและดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การฝากความหวังไว้กับการทำงานของทีมงานผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯอย่างเดียว คงไม่ได้ ต้องอยู่ที่ทีมงานข้าราชการทั้งหลายของกระทรวงเกษตรฯเองที่จะต้องมีความสำนึกในหน้าที่การทำงานเพื่อเกษตรกรให้มากยิ่งขึ้นด้วย ร่วมทั้งตัวพี่น้องเกษตรกรเอง ก็ต้องไม่หวังพึ่งแต่ความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่ต้องพึ่งลำแข้งของตัวเองเป็นหลัก ต้องมีความขยันมั่นเพียรซึ่งเชื่อว่าเกษตรกรไทยทุกคนมีเป็นพื้นฐานสำคัญอยู่แล้ว แต่ในยุคปัจจุบันที่จะต้องเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นก็ในเรื่องการขวนขวายหา“องค์ความรู้”เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสำคัญด้วยว่าจะต้องเพิ่มความรู้ในเชิงของการตลาดและนวัตกรรมใหม่ๆที่จะเป็นช่องทางในการขายผลิตผลให้ได้ราคาดียิ่งขึ้น

กระนั่นก็ตาม สำหรับแนวทางการทำงานของกระทรวงเกษตรฯเองที่จะส่งเสริมเกษตรกรให้ไปในทิศทางเช่นไร ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งเช่นเดียวกัน

เมื่อช่วงท้ายปีเก่า 2560 โครงการสร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว ร่วมกับเครือข่ายประชาชนได้จัดสัมมนาเวทีภาคประชาชน “สวัสดีปีใหม่ 2561 กับสังคมใหม่ที่ประชาชนไทยต้องการ” ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยมีประเด็นสำคัญหนึ่งในสิบเรื่องที่ฝากความหวังในปี 2561 ก็คือ หวังว่า รัฐบาลชุดนี้โดยเฉพาะทีมรัฐมนตรีเกษตรฯ จะผลักดันแนวทาง“เศรษฐกิจพอเพียง”อย่างจริงจัง ให้เป็นระบบเศรษฐกิจหลักของชาติ

“ของขวัญที่ประชาชนควรได้รับจากรัฐบาลในปี 2561 ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ,นายลักษณ์ วจนานวัช และนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรฯ ให้เร่งดำเนินนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง โดยสถาปนาเป็นระบบเศรษฐกิจหลักของประเทศ”

ทั้งนี้ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ“อาจารย์ยักษ์”ที่ผู้นำรัฐบาลเลือกให้มาเป็นรมช.เกษตรฯคนใหม่ เพราะที่ผ่านมามีผลงานโดดเด่น ในการผลักดันแนวทาง“เศรษฐกิจพอเพียง”สู่การปฏิบัติที่เป็นจริง จึงถูกตั้งความหวังจากภาคประชาสังคมมาก โดยเห็นว่า ถ้าอาจารย์ยักษ์ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงเพียงเรื่องเดียวประสบผลสำเร็จ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและเกษตรกรไปนานแสนนาน

โดยมีข้อเสนอที่น่าสนใจคือ รัฐบาลควรสถาปนาเขตเศรษฐกิจพอเพียงให้มีกฎหมายคุ้มครอง เพื่อทำให้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นจริงและเป็นพื้นที่ที่ปลอดพ้นจากการรุกรานโดยนโยบายพัฒนาอื่นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งเพื่อให้ประชาชนที่ศรัทธาและรักวิถีพอเพียง อยากอยู่อย่างสงบสุข มีความมั่นคงในวิถีที่ตนเลือก สามารถใช้ชีวิตเช่นนั้นได้อย่างยั่งยืน รวมถึงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ลดความรุนแรง ลดความอึดอัดคับข้องใจจากการรุนรานคนชนบทโดยนโยบายของรัฐหรือกลุ่มทุน

ก็ฝากเรื่องนี้ทิ้งท้ายเป็นการบ้านให้อาจารย์ยักษ์ จนถึงรัฐบาลคสช.ในปีใหม่นี้ด้วยก็แล้วกัน

สาโรช บุญแสง

Leave a comment