ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/317567

ส่องเกษตร : ปลดล็อก‘กัญชา’…แก้กม.ป่าไม้
สภาเกษตรกรแห่งชาติซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการเสนอแนะต่อรัฐบาลถึงการกำหนดแผนแม่บทและนโยบายต่างๆที่จะพัฒนาความเข้มแข็งแก่เกษตรกร,แก้ไขปัญหาเกษตรกร ตลอดจนเสนอแนวทางสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านผลผลิตเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูป เป็นต้น ปัจจุบันประธานคือ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในช่วงนี้กำลังนำเสนอเรื่องสำคัญ 2 เรื่องต่อภาครัฐ ถ้าผลักดันได้สำเร็จ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและต่อพี่น้องเกษตรกรในอนาคตอย่างมาก
เรื่องหนึ่งคือ การเสนอให้“ปลดล็อก”กฎหมายเกี่ยวกับ“กัญชา” เพื่อให้ทำการศึกษาวิจัยนำมาสกัดสารที่ใช้รักษาโรคมะเร็งได้ กับอีกเรื่องคือผลักดันให้แก้ไขกฎหมาย“ป่าไม้” ให้เกษตรกรสามารถปลูกไม้เศรษฐกิจ“มีค่า” ได้ทุกชนิดบนพื้นที่กรรมสิทธิ์ของตน แล้วตัด เลื่อยนำไปใช้ประโยชน์ได้เสรี
ในเรื่อง“กัญชา”นั้น สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ทำหนังสือขอเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงให้เข้าใจถ่องแท้ถึงความจำเป็นในการปลดล็อกกฎหมายเพื่อให้ประเทศไทยสามารถศึกษาวิจัยและนำมาสกัดสาร THC ที่ใช้รักษาโรคมะเร็งได้ดี รวมทั้งโรคอื่นๆทั้งโรคชักกระตุก ลมชัก และลดความเจ็บปวด เป็นต้น ซึ่งหลายประเทศในโลกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาต่างยอมรับผลวิจัยนี้และมีการสกัดสารดังกล่าว ส่งออกไปขายในราคาแพงมาก ราว 3,500 ดอลลาร์ (คิดเป็นเงินไทยกว่า 1 แสนบาท)ต่อ 10 cc
กฎหมายไทยกำหนดให้“กัญชา”เป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ขณะที่ผลวิจัยที่ยอมรับกันทั่วโลกพบว่า สารที่สกัดได้ ใช้รักษาโรคได้ดี มีพิษภัยน้อยถ้าควบคุมการใช้ในปริมาณเหมาะสม ทำให้หลายประเทศปลดล็อกกฎหมายห้ามกันไปมากและเร่งวิจัยสกัดสารไปใช้ จนเป็นกระแสทั่วโลก หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องก็พยายามทำเรื่องนี้มา 2-3 ปี เคยสัมมนาร่วมกันระหว่าง องค์การเภสัช องค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กับสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) จนเห็นด้วยที่จะเปิดให้ศึกษาวิจัยอย่างเป็นทางการ อยู่ในขั้นตอนให้รมว.สาธารณสุขประกาศเป็นกฎกระทรวง ซึ่งเคยรายงานให้นายกฯทราบแล้ว และกำลังจะเปิดเวทีสัมมนาใหญ่ 8-9 ก.พ.นี้ จากนั้นจะใช้พื้นที่ทหาร 4.8 พันไร่ ในจ.สกลนคร ทดลองปลูกเพื่อวิจัยสกัดทางยา แต่พอข่าวเป็นที่สนใจมาก นายกฯประยุทธ์กลับพูดทำนองเบรกว่า ไทยยังไม่มีนโยบายปลดล็อกกัญชา..ทำให้หน่วยงานต่างๆไม่กล้าขับเคลื่อนต่อ
นายประพัฒน์ระบุว่า ปัจจุบันไทยก็นำเข้าสารสกัดจากกัญชาในราคาแพงมากมาใช้รักษาโรค ขณะที่หน่วยงานไทยเองก็มีศักยภาพที่จะวิจัยสกัดสารเองได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ทำไมไม่ทำ ถ้าได้อธิบายให้นายกฯเข้าใจถ่องแท้ จนยอมให้ขับเคลื่อนต่อ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อคนไทย มิเช่นนั้นก็ต้องใช้ยาแพงกันไปเช่นนี้
เรื่องนี้ ผมจึงขอลุ้นเอาใจช่วยอย่างเต็มที่ด้วยคน….
ส่วนอีกเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย“ป่าไม้”นั้น มีแนวโน้มที่ดีมาก โดยนายประพัฒน์บอกว่าได้หารือกับพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไป 2 ครั้งแล้ว เรื่องการส่งเสริมปลูกไม้เศรษฐกิจ ซึ่งพล.อ.สุรศักดิ์ ยืนยันว่า กำลังแก้กฎหมายมาตรา 7 ของพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เพื่อให้เกษตรกรสามารถปลูกไม้ได้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นไม้พะยูง,ไม้เทพทาโร,จำปาทอง,ไม้สัก,ไม้ชิงชัน ฯลฯ บนพื้นที่กรรมสิทธิ์ของตนเอง ทั้งที่โฉนด น.ส.3, ส.ป.ก., น.ค. และอื่นๆ ทำให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ได้หลากหลายมากกว่าปลูกพืชเกษตร 3-4 ชนิดเช่น ข้าว ข้าวโพด มันฯ ที่ล้วนราคาถูก ทำเท่าไรก็มีแต่หนี้
หากแก้กฎหมายได้แล้ว ต่อไปไม้ที่ปลูกในพื้นที่กรรมสิทธิ์ทั้งหมดจะใช้ประโยชน์ได้อย่างเสรี สามารถ ตัด ฟัน แปรรูป ทำการค้า ขายได้ โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะดูแลอำนวยความสะดวกให้ จะทำให้ประเทศไทยมีป่าไม้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก สร้างเศรษฐกิจโดยรวมได้มหาศาล ขณะนี้อยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็นในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว
นับเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรที่ยังมีที่ดินเหลืออยู่ ได้มีหนทางใหม่ๆในการปลูกพืชเศรษฐกิจราคาดี ช่วยให้หายจนได้ จึงควรที่จะเร่งดำเนินการโดยเร็ว…ผมขอเชียร์อีกเรื่องครับ
สาโรช บุญแสง