ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/319055

ส่องเกษตร : เดินเครื่องบูรณาการแก้ปัญหา‘น้ำ’
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 46/2560 ได้เริ่มต้นดำเนินงานอย่างเป็นทางการแล้ว ว่ากันว่า เพื่อเปิดยุคใหม่แห่งการบูรณาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบของประเทศไทย
ทั้งนี้หลังจากที่มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 46/2560 เรื่องจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2560 เพื่อทำหน้าที่สำคัญในการบูรณาการทุกหน่วยงานด้านน้ำเพื่อประโยชน์ในการกำหนดนโยบายบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบให้เป็นเอกภาพหนึ่งเดียวกัน ต่อมา 22 ม.ค.2561 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และย้ายนายสมเกียรติ ประจําวงษ์ อธิบดีกรมชลประทานมาเป็นเลขาธิการคนแรก นายสำเริง แสงภู่วงศ์จากรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร มาเป็นรองเลขาธิการ โดยหน่วยงานใหม่นี้ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 24/2561 เมื่อ 29 ม.ค.2561 แต่งตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.)ชุดใหม่ ตามด้วยคำสั่งเมื่อ 31 ม.ค.2561 โอนย้ายข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างประจำกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 55 คน และจากกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีก 26 คน รวมเป็น 81 คน มาปฏิบัติราชการในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว…สามารถเริ่มงานได้จริงๆ เสียที
สำหรับกนช.หรือคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติชุดใหม่ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมด้วยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ เป็นรองประธานฯ ส่วนกรรมการ มีอาทิ รมว.เกษตรฯ,รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ,รมว.มหาดไทย ตลอดจนปลัดกระทรวงต่างๆและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น อธิบดีกรมชลประทาน,อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำฯ,กรมฝนหลวง,กรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงเลขาฯคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกับเลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมเป็นกรรมการ ทั้งนี้ ตัวเลขาฯสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติร่วมเป็นกรรมการและเลขานุการ….กนช.ก็ได้เรียกประชุมกันครั้งแรกทันทีเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา
ตามคำสั่งในการจัดตั้ง กนช.กำหนดอำนาจหน้าที่ อาทิ ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพ กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจัดสรรและควบคุมการใช้ทรัพยากรน้ำในสภาวะวิกฤติ พร้อมกำกับ ติดตามประเมินผล บูรณาการแผนแม่บทและแผนงบประมาณบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เป็นต้น
ผลประชุมนัดแรก มีมติกำหนดกรอบการทำงาน กนช.โดยปีนี้จะประชุมกัน 4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3 เดือนซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ และได้แบ่งมอบอำนาจหน้าที่ให้คณะอนุกรรมการ 4 คณะใน 4 ด้านได้แก่ การวิเคราะห์/ติดตามสถานการณ์น้ำ,การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่,การจัดทำ/ติดตามยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการกลั่นกรอง/วิเคราะห์/ประเมินผลโครงการ
พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวถึงการประชุม กนช.นัดแรกนี้ว่า นายกรัฐมนตรีอยากเห็นภาพการบริหารจัดการน้ำตลอดทั้งแผน,การแบ่งกลุ่มงบประมาณแต่ละปี ใช้ในส่วนไหนบ้าง โดยแบ่งเป็นงบฯปกติ เช่น การปรับปรุง ซ่อมบำรุง ขยายแหล่งน้ำที่มีอยู่และงบฯที่ใช้ในโครงการขนาดใหญ่ เช่น แผนสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทรที่ใช้งบฯกว่าหมื่นล้านบาท รวมถึงให้ชี้แจงถึงการใช้งบฯปกติ 5-6 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่ปี 2557-2558 ทำอะไรไปแล้วบ้าง และต่อไปจะทำอะไรบ้าง ในส่วนโครงการขนาดใหญ่ที่แต่ละภาคเสนอมา 20-30 โครงการนั้น ต้องนำมาดูว่าจะใช้งบฯเท่าไหร่ ใช้เวลาเท่าไหร่
เอาเป็นว่า ตอนนี้การบริหารจัดการน้ำภายใต้การบูรณาการใหม่ โดยมีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นตัวขับเคลื่อน ได้เริ่มขยับกันแล้ว ส่วนผลคงไม่ใช่จะเห็นได้ในทันที แต่ก็หวังว่า ในอีกไม่ช้าจะเกิดการ“บูรณาการจริงๆ”ให้งานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวกับ“น้ำ”ออกมาอย่างเป็นเอกภาพ ลดการซ้ำซ้อน ย้อนแย้ง เพื่อให้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์จากเงินภาษีของประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพในการทำโครงการทั้งเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ“น้ำ”ทั้งหลาย
ไม่ใช่เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งมีการตั้งหน่วยงานหรือคณะกรรมการชุดแล้วชุดเล่า บอกจะมีบูรณาการการบริหารจัดการน้ำ แต่ก็เหลวเป๋วกันมาทุกที
สาโรช บุญแสง