pet care : สิ่งที่ควรระวังสำหรับน้องแมวและน้องหมาในช่วงปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310569

pet care : สิ่งที่ควรระวังสำหรับน้องแมวและน้องหมาในช่วงปีใหม่

pet care : สิ่งที่ควรระวังสำหรับน้องแมวและน้องหมาในช่วงปีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อีกเพียงไม่กี่วันเราก็จะได้กล่าวคำว่า “สวัสดีปีใหม่ 2561” กันแล้วผมขอให้แฟนคอลัมน์ “PET CARE ดูแลสัตว์เลี้ยง” ทุกท่าน รวมถึงสัตว์เลี้ยงในสังกัดทุกตัว มีสุขภาพแข็งแรงตลอดปีนะครับ

เทศกาลปีใหม่เป็น “ช่วงเวลาแห่งความสุข” เป็นเทศกาลแห่งการรื่นเริงและการเลี้ยงฉลอง แต่สิ่งที่เรานำมาฉลองเพื่อให้เกิดความสนุกสนานในกลุ่มครอบครัวและมิตรสหายนั้น เราต้องระมัดระวังว่า จะไม่มาทำให้เกิดอันตรายกับสัตว์เลี้ยงของเรานะครับ สัปดาห์นี้ผมขอยกเรื่องที่ควรระวังสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลมาคุยกันครับ

สิ่งแรกที่ควรระมัดระวังนั่นก็คือ “เสียงดังการจุดพลุและประทัด”เราพบว่าในช่วงเทศกาลใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ ตรุษจีน หรือลอยกระทงจะเป็นเทศกาลที่มีการฉลองโดยการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และประทัดที่ทำให้เกิดเสียงดัง ซึ่งในช่วงนี้ของทุกปีที่ผ่านมาจะมีสุนัขวิ่งเตลิดหายไปจากบ้านเนื่องจากตกใจเสียงดังของประทัดเป็นจำนวนมาก ที่ตามกลับมาได้ก็มีบ้างที่หายสาบสูญไปก็มาก เนื่องจากสุนัขจะมีปฏิกิริยาไวต่อเสียงดัง จะมีอาการกระวนกระวาย ตื่นเต้น และหวาดกลัว สิ่งที่เราควรทำคือ พยายามปลอบและดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงที่มีการจุดประทัด และที่สำคัญ อย่าลืมที่จะปิดประตูและกั้นช่องทางต่างๆ ที่สุนัขสามารถลอดผ่านออกมาและวิ่งเตลิดหายออกไปนอกบ้านได้ด้วยนะครับ

เรื่องถัดมาคือเรื่อง “อาหาร ขนม และของกิน” ที่เราใช้ฉลองกันในช่วงเทศกาลนั้น มีหลายอย่างที่อร่อยสำหรับคน แต่เป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงครับ ตัวอย่างสิ่งที่ “ไม่”เป็นผลดีต่อสุขภาพสุนัขก็ได้แก่…

1.ขนมเค้กและคุกกี้ช็อกโกแลต ขนมหวานแสนอร่อย ที่ทำมาจากผงโกโก้ จะมีส่วนผสมของสารธีโอโบรมีน (theobromine) และกาเฟอีน(caffeine) อยู่ โดยสารทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นองค์ประกอบของเมธิลแซนทีน(methylxanthine) ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและระบบไหลเวียนโลหิต ผลก็คือจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง เกิดอาการกระวนกระวาย ตื่นเต้น ตื่นตัวมากกว่าปกติ หากได้รับปริมาณมากเกินไปอาจทำให้หายใจหอบ ปัสสาวะมาก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย กล้ามเนื้อกระตุก ไปจนถึงชักได้

2.องุ่นและลูกเกด (raisin) ในเค้กผลไม้ อาจทำให้สุนัขและแมวเกิดภาวะไตวายได้ครับ สัตว์จะมีอาการอาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตัวสั่น ขาดน้ำ ปัสสาวะน้อย จนกระทั่งไม่มีปัสสาวะเลย โดยมักเริ่มแสดงอาการหลังกินเข้าไป 6-12 ชั่วโมง  สารที่คาดว่าทำให้เกิดพิษคือฟลูออไรด์ (fluoride) ถึงแม้ว่าจะยังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัด แต่ก็อาจทำให้สุนัขเสียชีวิตได้ เราควรต้องระวังครับ

3.กระดูกไก่ และก้างปลาโดยเฉพาะก้างกลางหรือกระดูกชิ้นใหญ่อื่นๆ ในปลาตัวโต  เนื่องจากลักษณะฟันของสุนัขและแมว ไม่ได้สร้างมาเพื่อการเคี้ยวอาหาร ดังนั้นสุนัขและแมวจะฉีกหรือกัดอาหาร เพียงแค่พอให้แตกให้พอกลืนได้ แล้วสัตว์จะ “กลืนเลย”

เราจะสังเกตได้ว่ากระดูกไก่ (โดยเฉพาะส่วนกระดูกน่อง) เมื่อกัดหรือถูกทำให้แตก จะมีลักษณะที่แหลม และพร้อมที่จะทิ่มตำทางเดินอาหารได้ง่าย ซึ่งเป็นอันตรายมากครับ กระดูกสันหลัง (กระดูกแกนกลาง) ของปลาก็มีอันตรายต่อทางเดินอาหารของทั้งน้องแมวและน้องหมาเช่นกันครับ

4.หัวหอมและกระเทียม เนื่องจากมีส่วนประกอบของ thiosulphate ซึ่งสุนัขและแมว ไม่มีเอนไซม์สำหรับย่อยสารนี้ เมื่อได้รับสารนี้เข้าไปจะไปทำปฏิกิริยากับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ทำให้ผนังเม็ดเลือดแดงอ่อนแอ อายุสั้น และแตกในที่สุด จะเกิดภาวะโลหิตจาง เกิดอาการหอบหายใจลำบาก เหงือกซีด หัวใจเต้นเร็ว (ส่วนกระเทียม จะมีส่วนประกอบของ thiosulphate น้อยกว่าในหัวหอม จึงอาจมีพิษน้อยกว่า)

● แต่ถ้าหากเจ้าตูบ-เจ้าเหมียวของเราเผลอไปกินอาหารต้องห้ามเหล่านั้นเข้าไปแล้ว เราก็มีหลักในการจัดการเบื้องต้น ดังนี้ครับ

– อย่าให้เจ้าตูบกินเข้าไปเพิ่มขึ้น  โดยรีบเอาของอาหารเหล่านั้นที่ยังคาอยู่ที่ปากออกมา

– พยายามทำให้สุนัขอาเจียนเอาอาหารที่กลืนเข้าไปแล้วออกมา (แต่ควรทำภายใน 1-2 ชม. แรกที่ได้รับเข้าไปเท่านั้นนะครับ เพราะเราหวังผลว่าสารพิษเหล่านั้นยังไม่ถูกดูดซึมมากนัก) แต่หากทิ้งระยะเวลาไว้นานกว่านี้ สารเคมีเหล่านั้นถูกดูดซึมไปมากแล้ว การทำให้สัตว์อาเจียนตอนนั้น จะไม่มีผลอะไร เนื่องจากสารเคมีเหล่านั้นถูกดูดซึมไปมากแล้ว

– ส่วนสารบางประเภทที่มีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินอาหาร
มากๆ อาจต้องใช้วิธีลดการดูดซึมสารพิษในทางเดินอาหารสู่กระแสเลือดแทนที่จะให้ขย้อนออกมา โดยการป้อนผงถ่าน (activated charcoal)

– รีบพาไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจนอาการแย่ จะทำให้การรักษายากมากขึ้น  และที่สำคัญต้องพยายามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคุณหมอให้มากที่สุดด้วย เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีครับ

เมื่อเราทราบถึงอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้แล้ว เราจึงควรระมัดระวัง และป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้นด้วยครับ ตัวการสำคัญก็คือ “ตัวเราเอง” เมื่อฉลองปีใหม่หรือรับประทานอาหาร ขนม และผลไม้ ที่มีส่วนประกอบของสารที่กล่าวมาแล้วละก็ ห้ามเผลอและห้ามใจอ่อน เอาของเหล่านั้นให้กับน้องหมา-น้องแมวเด็ดขาด ไม่ว่าเขาจะส่งสายตาออดอ้อนแค่ไหนก็ตาม และที่สำคัญควรเก็บอาหารเหล่านั้นให้มิดชิด ไม่ให้สัตว์เลี้ยงรื้อค้นได้ด้วย รวมถึงแม้แต่เศษที่เหลือทิ้ง ก็ควรทิ้งในที่ที่สัตว์เลี้ยงไม่สามารถคุ้ยเขี่ยมากินได้  เพียงเท่านี้เราก็สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงจะได้รับสารที่เป็นอันตรายในอาหารในช่วงเทศกาลได้แล้วล่ะครับ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment